โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รู้จักอานุภาพพระรามแผลงศร หลังประยุทธ์อ้างรามเกียรติ์ในสภา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.พ. 2565 เวลา 04.44 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2565 เวลา 04.09 น.
พระรามแผลงศรเข้าใส่ม้ารีศ ลูกน้องทศกัณฐ์ที่แปลงเป็นกวางทอง ภาพจากสำนักสังคีต กรมศิลปากร เนื่องในการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด พระรามตามกวาง ในโอกาส 100 ปีชาตกาลรูอาคม สายาคม เมื่อปี 2561

แกะความหมาย “พระรามแผลงศร” จากเรื่องเล่ามหากาพย์รามายณะ สู่การประยุกต์ใช้กับหลาย ๆ ศาสตร์ทั้งมวยไทยและสักยันต์ ก่อน “ประยุทธ์” รับบทพระรามเตือนฝ่ายค้านระวัง แผลงศรกลับ

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า บรรยากาศช่วงเช้าไม่มีอะไร เป็นการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 152 รับฟังมา อันไหนที่มันไม่ใช่ก็ชี้แจงไป ยืนยันว่ารัฐบาลทำทุกมิติ ที่กล่าวมาทั้งหมดสถานการณ์ช่วงนี้ มันไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ถ้าทุกคนช่วยกันทำเราก็พร้อมจะแก้ไข แต่อย่าบอกว่าไม่ได้แก้อะไรมาเลย อันนี้มันไม่ใช่

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการระบุว่า ฝ่ายค้านเป็นทศกัณฐ์ ส่วนตัวเองเป็นพระราม โดยเปรียบเปรยว่า “ไม่มีอะไร แต่อย่าให้พระรามแผลงศรบ่อยก็แล้วกัน”

เมื่อช่วงสายวันเดียวกัน พลเอกประยุทธ์ได้ลุกขึ้นตอบโต้ฝ่ายค้านในสภาว่า หากมีอะไรที่เป็นข้อเท็จจริง ที่ผมไปใช้ประโยชน์ ผมจะรับไปแก้ไข ขอบคุณฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะแพง จะจน จะพังทั้งแผ่นดิน ผมรับได้หมด

“ต่างคนต่างเล่นกันคนละบทบาทอยู่แล้ว ถ้าให้ผมเป็นพระลักษณ์ พระราม ก็แล้วแต่ ท่านอยากเป็นทศกัณฐ์ก็แล้วแต่ ดูหนัง ดูละคร ก็ขอให้ย้อนดูตัวคนเล่นละครด้วย ผมก็ถูกท่านดูอยู่ และทุกคนก็ต้องดูตัวละครอื่น ๆ ด้วย มันถึงจะสำเร็จ ประเทศไทยใหญ่กว่ารามเกียรติ์เยอะ”

นอกจากเนื้อหาในการอภิปรายที่ฟาดฟันกันอย่างดุเดือด การหยิบยกตัวละครจากมหากาพย์รามเกียรติ์ ยังเป็นอีกหนึ่งสีสันที่ถูกพูดถึงในวันนี้

“ประชาชาติธุรกิจ” เปิดเรื่องราวของตัวละครที่ถูกนำมาเปรียบในสภา ทั้งในแง่วรรณคดี ความเชื่อ ตลอดจนความเกี่ยวข้องกับหมัดมวย

พระรามคือใคร ?

ดุษฎีนิพนธ์ระดับบัณฑิตวิทยาลัยของ ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง การศึกษาวิเคราะห์แนวคิดเรื่องนารายณ์อวตารในปรัชญาฮินดู  โดยนายนิติกร วิชุมา ระบุว่า พระรามเป็นหนึ่งในนารายณ์อวตารทั้ง 10 ปาง โดยพระรามถือการอวตารปางที่ 7 ของพระนารายณ์ อยู่ในมหากาพย์ชิ้นสำคัญของชาวอินเดีย “รามายณะ” ซึ่งไทยรับมาแล้วปรับใหม่เป็น “รามเกียรติ์”

รูปพรรณสัณฐานของพระรามในงานวิจัยดังกล่าวเล่าไว้ว่า เป็นบุรุษ มีสองกร พระหัตถ์ขวาทรงถือคันธนูพระหัตถ์ซ้ายทรงถือลูกธนูยืนท่าตริภังค์ (ท่ายืนที่ต้องเอียงสามส่วนคือ สะโพก ไหล่ ศีรษะ) พระองค์มีวรรณะดําอาภรณ์แดง สวมกีรมงกุฎ มีเครื่องประดับมากมาย

ฤทธิ์เดชศรราม

หนังสือบ่อเกิดรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กล่าวถึงตำนานธนูของพระรามไว้ว่า ตามเรื่องเล่ามีธนูที่มีอิทธิมากอยู่ 2 คัน ซึ่งทวยเทพทั้งหลายถวายแด่พระศิวะ 1 คันและพระนารายณ์ 1 คัน

ธนูของพระศิวะมีชื่อว่า “รัตนธนู” ตามตำนานพระศิวะได้นำธนูนี้มาฝากไว้กับบรรพบุรุษของท้าวทศรถ พระบิดาของพระราม เมื่อท้าวทศรถชุบเลี้ยงนางสีดาและรักใคร่ประหนึ่งบุตรี จึงเกิดไอเดียในการหาคู่ให้กับนางสีดาโดยตั้งเงื่อนไขว่า “ผู้ใดจะได้นางไปเป็นมเหสี จะต้องก่งรัตนธนูได้ก่อน”

ตามท้องเรื่องเล่าว่า มีผู้คนมากมายเข้ามายกรัตนธนูกันมากมาย แต่ไม่มีใครสามารถยกคันธนูนี้ได้ จนในที่สุด พระรามเป็นผู้เดียวเท่านั้นที่ยกศรได้และทำศรหักกลาง จึงได้อภิเษกกับนางสีดาในที่สุด

ส่วนธนูอีกคันหนึ่งเป็นของพระนารายณ์ เชื่อกันว่ามีฤทธิ์มากกว่าธนูของพระศิวะ เพราะครั้งหนึ่ง พระศิวะและพระนารายณ์ประลองกำลังกัน เมื่อพระนารายณ์ร้องตวาดไปทีเดียว ธนูของพระศิวะก็อ่อนป้อแป้ไป ทวยเทพจึงพร้อมกันวินิจฉัยว่าศรพระนารายน์เก่งกว่าพระศิวะ

ในประเทศไทยมีการเพิ่มเติมเนื้อหาเกี่ยวกับธนูของพระรามว่า มีทั้งหมด 3 คัน ประกอบด้วย ศรพลายวาต สามารถทำลายศัตรูได้ แม้จะหนีไปไกลสุดฟ้า, ศรอัศนิวาต บังเกิดเพลิงเผาผลาญศัตรูจนวอดวาย และศรพรหมาสตร์ มีอานุภาพยิงถึงสวรรค์ชั้นพรหม

จากวรรณคดี สู่ ความเชื่อและหมัดมวย

จากแสนยานุภาพที่ปรากฏในมหากาพย์ดังกล่าว ทำให้ “พระรามแผลงศร” ถูกแปลงเป็นผลิตภัณฑ์และภูมิปัญญาทางความเชื่อมากมาย

ในแวดวงศิลปะการต่อสู่มวยไทย “พระรามแผลงศร” ถูกประยุกต์เป็นท่ารำมวย โดยมากนิยมร่ายรำเพียงทิศเดียว คือหันหน้าไปทางทิศของคู่ต่อสู้ ต่อจากท่านั่งเทพพนมตามลำดับจนถึงท่าเทพนิมิตร

นอกจากนี้ในระหว่างที่ชกมวย ก็มีท่ามวยที่ชื่อ “พระรามน้าวศร” ด้วย เป็นกระบวนท่า มวยไทยที่ใช้รับศอกที่ตีมาจากด้านบน จากนั้นก็ชกสวนหมัดไปที่คู่ต่อสู้ เป็นท่าที่ใช้ตั้งรับอาวุธของอีกฝ่าย และชกหมัดสวนกลับ

ขณะที่ความเชื่อด้านไสยเวช โดยเฉพาะการสักยันต์นั้น จากงานศึกษา การศึกษาแนวคิดยันต์รูปตัวละครรามเกียรติ์ โดยนางสาวานิษา บัวแย้ม พบว่า มีลายพระรามแผลงศรรวมอยู่ด้วย โดยเชื่อกันว่า พระรามเป็นผู้มีศักดานุภาพด้านศรศิลป์เป็นเลิศ ซึ่งในหลาย ๆ ตอนของรามเกียรติ์ นอกจากจะมีอานุภาพทำลายล้างศัตรูแล้ว ยังมีฤทธิ์ด้านอื่นด้วย เช่น การทำลายถนน หรือการสื่อสารอย่างใดอย่างหนึ่ง

เมื่ออานุภาพของศรดังกล่าวสูงส่งอย่างนี้ จึงมีบรรดาผู้ศรัทธาในแวดวงไสยเวชพากันสักยันต์ลายนี้ตามไปด้วย

ทั้งหมดนี้น่าจะทำให้พอเห็นภาพและเข้าใจในความหมายของคำว่า “พระรามแผลงศร” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยกขึ้นมาเปรียบเปรย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...