ลูก 17 คน ของเจ้าพ่อมาเก๊า สแตนลีย์ โฮ แตกไลน์ธุรกิจ-ชีวิต ไม่ทับเส้นกันเอง
สแตนลีย์ โฮ เจ้าพ่อมาเก๊า ผู้สร้างอาณาจักรกาสิโนให้มาเก๊า เขตปกครองพิเศษของจีน มีภรรยา4 คน และลูกชาย-หญิงถึง17 คน จึงถูกมองว่าการเป็นครอบครัวใหญ่ต้องมีความวุ่นวายและไม่ลงรอยกัน
บลูมเบิร์ก รายงานติดตามเส้นทางธุรกิจของทายาท สแตนลีย์ โฮ มหาเศรษฐีมาเก๊าผู้จากโลกไปเมื่อสองปีก่อน และล่าสุดมีกระแสเปรียบเทียบตระกูลโฮ กับซีรีส์เรื่องดังของอเมริกา Succession เกี่ยวกับการสืบทอดกิจการและมรดกของทายาทตระกูลใหญ่และมั่งคั่ง ฉายทางช่องHBO
ศาสตราจารย์วุฒิคุณวินนี เผิง มหาวิทยาลัยฮ่องกงแห่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาด้านธุรกิจครอบครัวชาวเอเชีย กล่าวว่า หากคุณมีธุรกิจหลักเพียงอย่างเดียว เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ทุกคนมีส่วนร่วม การมีลูก ๆ17 คน จะทำอย่างไรให้ทุกคนมีตำแหน่งต่างกัน โดยลูก ๆ จะไม่ต่อสู้แย่งชิงกันเอง
ตระกูลโฮ มีทางออกที่ต่างออกไป ลูกหลายคนมีทางของตนเอง จนเหลือลูกเพียงไม่กี่คนที่เข้ามาจัดการอาณาจักรกาสิโนซึ่งช่วยรักษาภาพลักษณ์ในสายตาสาธารณชนได้ดี ขณะที่ลูก ๆ แสดงความเป็นหนึ่งเดียวกันให้เห็นในงานศพของเจ้าสัวโฮ เมื่อปี2563
แต่เมื่อปีที่แล้ว ศาลต้องตัดสินเรื่องการแบ่งผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ หลังจากที่ครอบครัวตกลงกันเองไม่ได้
ในอาณาจักรธุรกิจ ความท้าทายยิ่งใหญ่ที่สุดประการหนึ่ง คือ การทำให้มั่นใจได้ว่าคนวงในจะไม่ต่อสู้กันเอง
บริษัทต่าง ๆ ในเครือของตระกูลโฮ ได้รับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากพิษโควิด-19 ที่ทำให้อุตสาหกรรมกาสิโนรายได้หดหาย ประกอบกับมาเก๊าลดการพึ่งพาจากภาคธุรกิจกาสิโนโดยอยู่ในสายตาของจีนแผ่นดินใหญ่
เมื่อไม่นานมานี้ ตำรวจจับกุมผู้ประกอบการกาสิโนรายใหญ่ในมาเก๊า2 ราย ขณะที่ทางการมาเก๊าลดข้อกำหนดการออกใบอนุญาตเล่นการพนันซึ่งจะต้องต่ออายุในเดือน มิ.ย. โดยผู้ที่ถือใบอนุญาตดำเนินธุรกิจกาสิโนตกอยู่ในมือของตระกูลโฮ3 ใน6 ราย ส่งผลโดยตรงกับSJM Holdings ที่ดูแลธุรกิจกาสิโนจำนวนมากที่สุดในมาเก๊า
ปีที่แล้วรายได้ทั้งปีตกลงไปร้อยละ70 เทียบกับรายได้ก่อนเกิดโควิด-19 ระบาด ทำให้รายได้ส่วนแบ่งตลาดของบริษัทลดลงเหลือเพียง1 ใน5 จากที่เคยมีรายได้สูงสุดเมื่อปี2556 และส่งผลให้รายได้ครอบครัวหายไป4,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ132,000 ล้านบาท นับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2563 ซึ่งในเวลานั้น สื่อธุรกิจ บลูมเบิร์กจัดอันดับให้โฮ ครองตำแหน่งตระกูลร่ำรวยที่สุดในเอเชีย อันดับที่17
แต่ปัจจุบันตระกูลโฮ มีทรัพย์สินประมาณ10,600 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ349,800 ล้านบาท หลุดจากโผผู้มั่งคั่ง20 อันดับแรกในเอเชีย โดยการปรับปรุงธุรกิจให้คล่องตัวขึ้นเริ่มมาก่อนที่สแตนลีย์ โฮ เสียชีวิต
เมื่อ3 ปีก่อนลูกจากภรรยาคนที่2 ควบคุมกรรมการของบริษัทSJM พร้อมจับมือกับพันธมิตรของผู้ถือหุ้นอีกกลุ่มหนึ่งโดยที่ไม่มีลูกคนอื่น ๆ หรือภรรยาที่ยังมีชีวิตแย้งข้อตกลงดังกล่าว
ด้านเดซี่ โฮ ลูกสาว ดำรงตำแหน่งเป็นประธานSJM ตั้งแต่ปี2561 ส่วนแพนซี่เป็นประธานร่วมของMGM China มานานหลายปี ทั้งคู่ยังเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์Shun Tak Holdings ด้วย
ขณะที่ลอว์เรนซ์ เป็นประธานบริษัทMelco International Development
ส่วนซาบรินา โฮ ลูกสาวจากภรรยาคนที่สี่ของเจ้าสัว เป็นหนึ่งในบรรดาลูก ๆ ที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจกาสิโน และได้รับการส่งเสริมจากพ่อที่ผลักดันให้ลูกคนนี้อยู่ห่างจากการพนัน
ซาบรินากล่าวว่า “พ่อบอกว่าพ่อไม่เคยเล่นพนันตลอดทั้งชีวิต ฉันเองก็จะทำเช่นเดียวกัน”
ทายาทอายุ31 ปี จึงไม่เข้าไปแย่งชิงบทบาทในอาณาจักรการพนันของครอบครัวและหันไปหาศิลปะ
ครอบครัวช่วยตั้งPoly Auction Macau เป็นหน่วยงานของกลุ่มChina’s Poly Culture Group Corp. ซึ่งเป็นองค์กรในกลุ่มที่รัฐเป็นเจ้าของ สร้างรายได้ปีละ58,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ1,914,000 ล้านบาทจากการประมูลและการขายตั้งแต่งานศิลปะไปจนถึงอาวุธ
แม้ซาบรินามีประสบการณ์ด้านศิลปะเพียงเล็กน้อย แต่ได้เป็นซีอีโอของPoly Auction Macau นอกเหนือจากการเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์ในบริษัทแม่ในกรุงปักกิ่ง
ขณะที่พี่น้องของซาบรินาเริ่มมองหาเส้นทางของตัวเองมากขึ้น
มาริโอลูกชายคนสุดท้องของสแตนลีย์ โฮ เป็นผู้บริหารบริษัทอี–สปอร์ตในฮ่องกง และบริษัทเกม รวมทั้งวางแผนสำหรับสำนักงานต่าง ๆ ของครอบครัวใน Greater Bay Area หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไข่มุก ประกอบด้วยฮ่องกง มาเก๊า และ9 เมืองในมณฑลกวางตุ้ง
ส่วนโจซีนักร้องและนักแสดง ตั้งบริษัทภาพยนตร์ของตัวเองและเดินสายกับวงร็อกของตัวเอง
ขณะที่ลอรินาอวดภาพร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวแฟรนไชส์ในอินสตาแกรมยอดนิยมของตัวเอง
แม้แต่ลอว์เรนซ์ ประธานMelco ก็ยังหันไปลงทุนด้านอื่น รวมทั้งBlack Spade Capital บริษัทของครอบครัวที่ซื้อบริษัทการสร้างภาพทางการแพทย์ในอดีตอาณานิคมอังกฤษ และเปิดบริษัทเพื่อเข้าซื้อกิจการเฉพาะอย่างในสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว
วินนี เผิง กล่าวว่า ในจีนแผ่นดินใหญ่ การแตกแขนงธุรกิจแสดงให้เห็นว่าธุรกิจก้าวไปเกินกว่าธุรกิจหลักแล้ว และยังเป็นการสืบทอดความมั่งคั่งและสร้างความมั่นคงให้กับอาณาจักรธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้
แม้ว่าการเสี่ยงโชคสร้างรายได้ไม่มาก แต่ช่วยรักษาเสถียรภาพให้อาณาจักรกาสิโน หากรู้ว่าสถานการณ์ภายนอกไร้เสถียรภาพ ก็คงต้องลดความเสี่ยง และเมื่อลูก ๆ เดินไปตามทางที่ไม่เหมือนกัน ก็จะช่วยได้อย่างแน่นอน