โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งานวิจัย ชี้! “แมว” กายภาพ-พฤติกรรมเปลี่ยน หลังผันตัวเองเป็นสัตว์เลี้ยงของเหล่านุด!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 18 ธ.ค. 2568 เวลา 01.14 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2568 เวลา 00.47 น.
แมว (ภาพจาก : pixels)

งานวิจัย ชี้! แมว กายภาพ-พฤติกรรมเปลี่ยน หลังผันตัวเองเป็นสัตว์เลี้ยงของเหล่านุด!

“แมว”เป็นสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก มีเอกลักษณ์สูง บางตัวก็น่ารัก ขี้อ้อน เสมือนเกิดมาเป็นลูกบังเกิดเกล้า แต่บางตัวก็ดื้อ ซน มึน จนหลายคนชอบเรียกกันตลก ๆ ว่าเป็น“แมวเปรต”แต่ถึงอย่างไรคนที่ได้เห็นแมวหรือเลี้ยงแมวก็ต่างหลงใหลในความน่ารักของมันทั้งสิ้น

แมวอยู่คู่กับสังคมโลกมายาวนาน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จัดในตระกูลเดียวกับเสือ หรือที่เรียกกันว่า วงศ์ Felidae ชอบการกินเนื้อ แต่ด้วยมนุษย์เรานำแมวมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง จึงทำให้บางสิ่งบางอย่างที่เคยเป็นสัญชาตญาณหรือกายภาพเปลี่ยนแปลงไป

ข้อสังเกตเกี่ยวกับ แมว กายภาพ-พฤติกรรมเปลี่ยน นี้เปิดเผยไว้ในวารสารประวัติศาสตร์ มศว 2566 ชื่อบทความว่า “ประวัติศาสตร์แมว”ของจีรพล เกตุจุมพล อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

จีรพลเผยว่า แมวดำรงชีวิตเคียงคู่กับมนุษย์มาเป็นหมื่น ๆ ปี แม้จะย้ายมาอยู่ในบ้านเรือนของเรา แต่ก็ยังเก็บลักษณะพิเศษที่คล้ายกับแมวป่า สายพันธุ์ Felis lybica ซึ่งเป็นบรรพชนของมันไว้ (ยกเว้นก็แต่แมวที่เพาะพันธุ์ขึ้นมาใหม่ จนกลายเป็นสายพันธุ์บริสุทธิ์)

ทว่าแมวกลับมีความแตกต่างจากสัตว์อื่นที่นำมาเลี้ยงในบ้านเรือนมนุษย์ เพราะมันได้พบเจอกับสภาวะที่แตกต่างออกไป โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสุนัข

จะเห็นว่ายามที่มนุษย์เลี้ยงสุนัข พวกเขามักรีดเค้นนานาศักยภาพของมันออกมา ทั้งยังผสมพันธุ์ขึ้นใหม่เพื่อรองรับวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ที่ต้องการ เช่น มีไว้เพื่อลากเลื่อน ขับเคลื่อนบนน้ำแข็งหรือหิมะ ไล่ต้อนฝูงสัตว์ให้อยู่ในระเบียบ ทำหน้าที่เป็น รปภ. ดูแลความปลอดภัย คาบซากสัตว์ที่ตายแล้วกลับคืนมนุษย์ รวมไปถึงดมกลิ่นสารเสพติด ฯลฯ

ขณะที่แมว วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไร แทบจะไม่มีมนุษย์คนไหนคาดหวังว่าพวกมันจะต้องมีความสามารถพิเศษ เพียงแค่จับหนู ไล่หนู อยู่เป็นเพื่อนแก้เหงาให้เหล่านุดก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

เจ้าของบทความอธิบายต่อไปว่า ด้วยพฤติกรรมเหล่านี้ จึงส่งผลให้รูปพรรณสัณฐานบางอย่างของแมวต่างจากแมวป่า ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ Felis catus หรือ Felis lybic ขาของแมวบ้านจะสั้นลง แต่ลำไส้เล็กและใหญ่ยาวขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากอาหารการกินแปรเปลี่ยนไป จากดิบเป็นสุก การกินอาหารแปรรูปอื่น ๆ รวมไปถึงอาหารของมนุษย์เอง

นอกจากนี้สมองของมันยังเล็กลง ตรงนี้เป็นลักษณะร่วมกับสัตว์ชนิดอื่นที่ถูกนำมาเลี้ยงในบ้านเรือนเช่นกัน เหตุที่เล็กลงเป็นเพราะสัมพันธ์กับการลดแรงตอบสนองต่อความหวาดกลัว รวมถึงช่วยลดความวิตกกังวลอื่น ๆ ให้กับมัน

นอกจากลักษณะทางกายภาพจะเปลี่ยนไป อุปนิสัยของแมวก็ต่างไปจากเดิม ในบทความกล่าวว่า แมวต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะดินแดนอาณาเขตและเสียงร้อง

แมวเป็นสัตว์ที่มีอาณาเขตของตนเอง รักสันโดษ มีพื้นที่ของตัวเองชัดเจน แต่เมื่อมนุษย์เลี้ยงแมวหลายตัวในพื้นที่เดียวกัน รวมถึงมีแมวจรเวียนไปเวียนมา ทำให้มันต้องใช้ความอดทนในการอยู่ร่วมกับแมวตัวอื่น

แต่ด้วยเลี้ยงในบ้านเป็นเวลานาน บางครั้งแมวบ้านเองก็รวมหัวกันปันพื้นที่ให้แมวจรที่แวะมากินข้าวหรือนอนเล่นในเขตของพวกมัน

งานวิจัยยังเผยด้วยว่า แมวเรียนรู้วิธีจะได้รับรางวัล ปรับตัวให้สบาย ๆ ตอบสนองต่อสิ่งที่น่ากลัว รวมถึงเปลี่ยนเสียงร้องของตัวเองให้ไพเราะนุ่มนวลกว่าแมวป่า เพื่อให้เหล่ามนุษย์คุ้นเคย (อาจจะเพื่อต่อไปจะได้ยินยอมพร้อมใจเปย์เงิน สิ่งของ และอาหารให้กับพวกมันก็เป็นได้)

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็แอบคิดว่าพวกแมวเหมียวนี่มันร้ายจริงๆ สมกับที่ครั้งหนึ่งเคยมีวลีว่าแมวจะยึดครองโลก!

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : งานวิจัย ชี้! “แมว” กายภาพ-พฤติกรรมเปลี่ยน หลังผันตัวเองเป็นสัตว์เลี้ยงของเหล่านุด!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...