โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครม.สัญจร เตรียมพิจารณางบฟื้นฟูน้ำท่วม 3 จว.ใต้ วงเงิน 302 ล้านบาท หนุนท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ก.พ. 2568 เวลา 14.44 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2568 เวลา 07.44 น.

ครม.สัญจร เตรียมพิจารณางบฟื้นฟูน้ำท่วม 3 จว.ใต้ วงเงิน 302 ล้านบาท พร้อมอนุมัติงบสนับสนุนสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เร่งยกระดับรถไฟรางคู่

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 12.00 น. ณ ร้านอาหารหลานตาชูสเต็กเฮ้าส์ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ณ จังหวัดสงขลา ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ว่า

มีหลากหลายประเด็นที่จะพิจารณา โดยเฉพาะการอนุมัติงบประมาณในพื้นที่ภาคใต้ทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย โดยจะมีงบที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา วงเงินประมาณ 302 ล้านบาท

โดยแบ่งเป็นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ประมาณจังหวัดละ 100 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นการพัฒนาพื้นที่ พัฒนาเส้นทางถนน สร้างเขื่อนริมคลองต่าง ๆ ที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมเสียหาย

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี จะพิจารณาเรื่องของการส่งนักศึกษา หรือนักเรียนที่จบ ม. 6 ไปเรียนต่อตามมหาวิทยาลัย ตามโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน หรือ โอดอส เบื้องต้น 30,000 บาท ต่อคนต่อปี

ส่วนเรื่องสำคัญของจังหวัดสงขลาที่น่าสนใจ คือ การสนับสนุนเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว หรือการอนุรักษ์ทางธรรมชาติ ซึ่งจะมีการพิจารณางบประมาณ 402 ล้านบาท ในการดูแลโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาเป็นแผนระยะ 5 ปี เพื่อวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ ถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและร่วมกันอนุรักษ์พันธุ์ปลาสำคัญ

นานจิรายุ กล่าวต่อว่า ด้านการท่องเที่ยว ทางผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้รายงานว่าปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียจำนวนมากเดินทางเข้ามายังด่านสะเดาและด่านปาดังเบซาร์ ซึ่งตนเองได้เดินทางไปที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา พบว่ามีนักท่องเที่ยว 95% เป็นชาวมาเลเซีย เรียกว่าตลาดทั้งคืนตั้งแต่หัวค่ำถึงโต้รุ่งยัน จำนวนนักท่องเที่ยวคึกคัก โดยที่เบตงเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่ง

ขณะเดียวกันจะมีการส่งข้อมูลให้กับคณะรัฐมนตรีได้ไปพิจารณาเนื่องจากที่เบตง มีการสร้างสนามบินแห่งใหม่ใหญ่มาก แต่เครื่องบินพาณิชย์เคยมาลงครั้งสุดท้ายประมาณเดือนพฤศจิกายนปี 2566 ผ่านมาแล้ว 1 ปี แต่หยุดบริการไป ส่วนอำเภอสงขลา ขณะนี้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งทางคณะทำงานได้ไปดูเพื่อพิจารณาสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวต่อไป

และในวันที่ 18 ก.พ.68 เวลา 15.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเดินไปที่ด่านสะเดา อำเภอสะเดาจังหวัดสงขลา ซึ่งตรงนี้เป็นด่านที่คนใช้บริการจำนวนมาก และเป็นจุดที่รถผ่านเข้าออกวิ่งจากสะเดาผ่านไปปีนัง หรือวิ่งลงไปทางใต้ และกัวลาลัมเปอร์จะมีการพัฒนา

แต่ด่านสะเดาแห่งใหม่ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เนื่องจากมีรอยต่อเส้นทางไทย-มาเลเซีย ประมาณ 300 เมตร ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียทำถนนมาถึงบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซียรอไว้แล้ว โดยจะต้องทำถนนต่อเนื่องไปอีก 300 เมตรหลังจากผ่านด่านศุลกากรของเราไป ฉะนั้นคงจะมีการพูดคุยกัน

ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้เคยเสนองบฯ ไว้ จำนวน 28 ล้าน หากรัฐบาลพิจารณาแล้ว จะเร่งเปิดให้บริการ เพื่อลดความแออัดของด่านสะเดาเดิม โดยแยกสินค้าไปด่านแห่งใหม่ ส่วนนักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินทางข้ามไปยังมาเลเซีย หรือชาวมาเลเซียข้ามเข้ามาไทยได้

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่นิยมการขับรถทั้งมอเตอร์ไซค์รถยนต์ ซึ่งขณะนี้ชาวมาเลเซียสามารถขับรถจากประเทศเพื่อนบ้านไปถึงจังหวัดเชียงใหม่และไปได้ทั่วไทยถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าการยกระดับรถไฟรางคู่ ที่ปาดังเบซาร์ มีความคืบหน้าอย่างไร นายจิรายุ กล่าวว่า ระเบียบวาระการพิจารณา ในการประชุมคณะรัฐมนตรี จะเป็นวาระจร ซึ่งนายกรัฐมนตรีเคยเดินทางไปที่จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส ก็ได้มีการพูดถึงรถไฟทางคู่ เมื่อมาถึงชุมทางหาดใหญ่จะไป 2 จุดซ้ายขวา ไปด่านปาดังเบซาร์

ซึ่งทั้ง 2 จุดนี้ถือเป็น 2 จุดสำคัญที่จะพัฒนาด้านการขนส่งสินค้า และเป็นการเชื่อมต่อกรุงเทพฯ-ภาคใต้ ถือเป็นการพัฒนาที่นายกรัฐมนตรีได้ดำริเอาไว้แล้วส่วนตรวจสินค้าของด่านศุลกากรขณะนี้ ด่านสะเดาใช้เครื่องเอกซเรย์รุ่นใหม่ไม่ต้องเปิดตู้สามารถมองจากในห้องจะเห็นได้ว่าสินค้าต่าง ๆ เป็นอะไร แบบไหน

ฉะนั้นเรื่องของรถไฟทางคู่มาภาคใต้นายกรัฐมนตรีดำริชัดเจนต้องเร่งดำเนินการเพื่อทำการค้าขายระหว่างภาคใต้ตั้งแต่ชายแดนสิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ ปาดังเบซาร์เข้าสู่ประเทศไทยผ่านไปยังประเทศในอินโดจีน

ส่วนความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ หลังจากนายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนนักธุรกิจจีนที่ได้ประชุมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาเพิ่มเติม และถอดแบบออกมาให้ชัดเจนว่า หลังจากที่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาโครงการนี้ไปแล้ว ปัจจุบันเราจะเสนออย่างไร ซึ่งจะมีการรายงานตัวที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งนี้

ด้าน นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าชาวสงขลารู้สึกยินดีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาเยือนเป็นครั้งแรกของปีนี้ หวังว่าสิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้นกับพี่น้องชาวสงขลาและในอนาคต

ส่วน น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แหลงภาษาใต้ ขอบคุณสำหรับการต้อนรับ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีถือเป็นครั้งแรกของปี 2568 และคณะรัฐมนตรีได้มาประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสงขลา

พร้อมเชิญชวนชาวใต้ทุกคนมาฟังว่าคณะรัฐมนตรีจะมีอะไรมาให้ชาวใต้บ้างในฐานะของชาวใต้ และในฐานะรองโฆษกรัฐบาล รู้สึกเป็นเกียรติที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีสัญจรได้มาประชุมเป็นครั้งแรกในปี 2568 ชาวใต้ทุกคนหวังว่าจะมีสิ่งดี ๆ มีการพัฒนาหลายอย่างตามมาแน่นอน

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...