โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

คดีมาตรา 112 ของพรหมศร-ธนพัฒน์ กรณีปราศรัยในม็อบเรียกร้องยกเลิก112

iLaw

อัพเดต 17 ก.พ. 2568 เวลา 14.41 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2568 เวลา 14.41 น. • iLaw

17 กุมภาพันธ์ 2568 ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดฟ้า-พรหมศร วีระธรรมจารีและปูน-ธนพัฒน์ กาเพ็ง สองนักกิจกรรมทางการเมืองฟังคำพิพากษาคดีมาตรา 112 จากการปราศรัยในการชุมนุมม็อบ #ราษฎรประสงค์ยกเลิก112 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2564 ผู้ร้องทุกข์ในคดีนี้คือ ระพีพงษ์ ชัยยารัตน์ จากกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.)

หลังการชุมนุมทั้งสองถูกดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร่วมกับนักกิจกรรมคนอื่นๆ ต่อมาเมื่อสมาชิก ศปปส. เข้าแจ้งความ พนักงานสอบสวนจึงออกหมายเรียกทั้งสองคนมาแจ้งข้อหา 112 เพิ่มเติม ในส่วนของคดีมาตรา 112 นั้นคำฟ้องระบุว่า ฟ้าและปูนขึ้นปราศรัยในการชุมนุมดังกล่าว ภาพรวมการปราศรัยกล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องยกเลิกมาตรา 112 เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและสถาบันกษัตริย์ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเป็นความเท็จ อีกทั้งยังทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่า รัชกาลที่ 10 ได้นำทรัพย์สินของแผ่นดินไปเป็นของส่วนพระองค์และไม่ได้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ขาดเมตตาธรรมและใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รังแกประชาชน

17 กุมภาพันธ์ 2568 ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า และธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือปูน ฟังคำพิพากษาคดีมาตรา 112 จากการปราศรัยในการชุมนุมม็อบ #ราษฎรประสงค์ยกเลิก112 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2564 ที่บริเวณแยกราชประสงค์

10.35 น. ปูนและฟ้าเดินทางมาถึงห้องพิจารณาคดี 603 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งก่อนหน้าทั้งสองจะมาถึงมีประชาชนมาร่วมสังเกตการณ์และให้กำลังใจกับทั้งสองคนรออยู่ก่อนแล้วราวประมาณ 10 คน สีหน้าท่าทางของปูนและฟ้ายังคงยิ้มแย้มทักทายผู้มาให้กำลังใจ

10.40 น. ทั้งสองคนพร้อมผู้ร่วมสังเกตการณ์และทนายความเดินเข้าห้องพิจารณาคดี ซึ่งภายในห้องมีผู้พิพากษาสามคนนั่งรออยู่บนบัลลังก์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทุกคนทำความเคารพผู้พิพากษา หลังจากนั้นไม่ถึงนาทีผู้พิพากษาก็ให้ทั้งสองคนยืนขึ้นเพื่ออ่านฟังการอ่านผลการพิจารณาคดี

คำพิพากษาของทั้งสองคน สรุปความได้ว่า ปูนและฟ้าได้กระทำความผิดจริงตามคำฟ้องในข้อหามาตรา 112 ตามประมวลกฎหมายอาญาและกระทำฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ภายใต้ข้อกำหนดที่ออกมาเพื่อควบคุมโรคระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19

ศาลพิพากษาให้จำคุกทั้งสองคนละหกปีในข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามมาตรา 112 และจำคุกหนึ่งปีและปรับคนละ 30,000 บาท ในส่วนฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทว่าศาลเห็นว่า ปูนให้การเป็นประโยชน์ต่อคดีและฟ้าให้การรับสารภาพ จึงลดโทษจำคุกและลดค่าปรับ ทำให้ปูนรับโทษจำคุกสี่ปีแปดเดือนและปรับ 20,000 บาท ส่วนฟ้าปรับเป็นจำคุกสามปีหกเดือนและปรับ 15,000 บาท

คำพิพากษาของศาลระบุว่า เมื่อพิจารณาถึงพฤติการณ์แห่งคดี เห็นว่า ขณะนั้นประเทศอยู่ในระหว่างการเลือกตั้ง การออกมาปราศรัยของบุคคลหลายฝ่าย เป็นการแสดงออกเพื่อให้ประเทศพัฒนาไปในทิศทางดีขึ้น อีกทั้งปูนอายุยังน้อย ขาดความยับยั้งชั่งใจ การจำคุกจึงไม่ก่อเกิดประโยชน์แก่ทั้งสองคน จึงให้รอการลงโทษเป็นเวลาสามปี คุมประพฤติสองปีและต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานคุมประพฤติทุกสี่เดือน บำเพ็ญประโยชน์สาธารณะ 12 ชั่วโมง

ภายในระยะเวลาไม่ถึง 15 นาที คำพิพากษาได้ถูกอ่านจนจบ ปูน ฟ้าและผู้สังเกตการณ์ต่างดีใจและโผเข้ากอดกัน ฟ้าเดินไปที่หน้าบัลลังก์ศาลเพื่อขอบคุณผู้พิพากษา ก่อนที่ทั้งปูนและฟ้าจะเดินทางไปชั้นหนึ่งของศาลเพื่อทำการชำระค่าปรับต่อไป

อ่านรายละเอียดคดีเพิ่มเติมได้ที่: https://tlhr2014.com/archives/72998

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...