โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

โรงแรมเถื่อน เกลื่อนพัทยา! ปล่อยคอนโดให้เช่ารายวัน ไม่มีใบอนุญาต

อีจัน

อัพเดต 26 มี.ค. 2568 เวลา 20.06 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2568 เวลา 13.03 น. • อีจัน

กรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ Zero Day Operation จัดระเบียบที่พักผิดกฎหมาย “คอนโดปล่อยเช่ารายวัน” ดำเนินคดีทั้งคนไทยและทุนต่างชาติ 3 แห่ง พื้นที่พัทยา!!!

สืบเนื่องจากที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีทุนต่างชาติ ได้ลงทุนห้องพักอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) จำนวนหลายห้อง เพื่อนำมาปล่อยเช่ารายวันในลักษณะโรงแรม อันเป็นความผิดฐานประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 4, 15 และ 59 พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากกรณีดังกล่าว มาร้องเรียน/ร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรม กรมการปกครอง

กรมการปกครองเข้าตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขความเดือนร้อนโดยทันที ซึ่งเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 68 ที่ผ่านมา ได้มีการดำเนินคดีกับคอนโดมิเนียม ที่กระทำในลักษณะโรงแรมผิดกฎหมาย จำนวน 4 แห่งในพื้นที่ กทม. ย่านประตูน้ำและสุทธิสาร และในวันที่ 12 มี.ค. 68 ได้ดำเนินคดีกับคอนโดมิเนียม จำนวน 4 แห่ง ในพื้นที่ กทม. ย่านสุขุมวิท

ล่าสุด วันนี้ (26 มี.ค. 68) ภายใต้การอำนวยการของ นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้สั่งการให้ชุดเฉพาะกิจปราบปรามการปล่อยเช่าอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) รายวัน นำโดย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นำกำลังพนักงานฝ่ายปกครอง จากสำนักการสอบสวนและนิติการ ร่วมกับ นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง ปลัดอำเภอและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี และ สภ.เมืองพัทยา เข้าตรวจสอบอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) จำนวน 3 แห่ง ในพื้นที่อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่ง 2 ใน 3 แห่ง มีผู้ที่นำห้องของอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) มาปล่อยเช่ารายวันผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้ง facebook , airbnb และ agoda ซึ่งมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ โดยการนำกุญแจหรือคีย์การ์ดห้องพัก มาใส่ไว้ในตู้รับฝากสิ่งของอัตโนมัติของอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) และนัดแนะให้ผู้เข้าพักดำเนินการเข้าพักด้วยตัวเอง

เจ้าพนักงานจึงได้รวบรวมหลักฐาน ได้แก่ เอกสารการจองห้องพัก (Booking) หลักฐานการโอนเงินค่าเช่าพักรายวัน เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในห้องชุด ฯลฯ แล้วร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดและผู้ร่วมกระทำผิด ในความผิดตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 4, 15 และ 59 มีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ ตลอดจนจะส่งข้อมูลให้สำนักงานที่ดิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เมืองพัทยา) สรรพากรพื้นที่ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เอาผิดตามกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบต่อไปอีกด้วย

โดยทั้ง 3 แห่ง เจ้าพนักงานได้กระจายกำลังเข้าตรวจสอบ และดำเนินคดีโดยมีรายละเอียด ดังนี้

เป้าหมายที่ 1 นายพิพัฒน์ยชญ์ วัชฤทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนกำกับและตรวจสอบ และนายสานุพัฐ เด่นธรรม ผู้อำนวยการส่วนการอนุญาตโรงแรมและกฎหมายสถานบริการ พร้อมด้วยพนักงานฝ่ายปกครองจากสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ปลัดอำเภอบางละมุง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าตรวจสอบอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) ย่านพัทยากลาง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตามที่ได้รับข้อร้องเรียนจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมคอนโดมิเนียมแห่งนี้ ซึ่งได้รับความเดือดร้อนรำคาญเนื่องจากมีผู้นำห้องในอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) มาปล่อยเช่ารายวันให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เกรงว่าผู้อยู่อาศัยในอาคารจะไม่ได้รับความปลอดภัยและไม่สะดวกกับการใช้พื้นที่ส่วนกลาง เจ้าพนักงานจึงได้แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวทำการจองห้องพักจำนวน 1 ห้อง ผ่านแอปพลิชัน AirBnB ในวันที่ 26 มีนาคม 2568 เป็นเวลา 1 คืน ในราคาห้องละ 121.49 USD ต่อมา สายลับได้ทำการติดต่อแอดมินผ่าน AirBnB โดยแอดมินแจ้งขั้นตอนการเช็คอิน แก่สายลับโดยให้เข้ามาที่ตึก B บริเวณตู้จดหมายบริเวณล๊อบบี้ของอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) และแอดมินแจ้งหมายเลขห้องและหมายเลขกล่องจดหมาย ระบุหมายเลข 1094 ซึ่งภายในกล่องจดหมายหมายเลข 1094 พบว่ามีคีย์การ์ด พร้อมกุญแจ จำนวน 2 ชุด โดยให้สายลับใช้คีย์การ์ดเพื่อขึ้นนลิฟท์ไปยังชั้นที่ 24 และใช้กุญแจในการเปิดห้องพัก จากนั้นสายลับได้ทำทีติดต่อไปยังแอดมินอีกครั้ง เพื่อขอเปิดห้องพักเพิ่มอีก 1 ห้อง โดยทำทีว่าต้องการดูห้องก่อนทำการจอง แอดมินจึงได้ให้นางสาวเอ (นามสมมติ) สัญชาติเมียนมา นำกุญแจไปวางไว้ให้ในตู้จดหมาย

เจ้าพนักงานจึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบพบว่า หมายเลขโทรศัพท์ที่สายลับใช้ในการติดต่อเพื่อเข้าพัก พบว่าหมายเลขดังกล่าวได้ผูกกับบัญชีพร้อมเพย์ชื่อบัญชี นางสาวโอ (นามสมมติ) สัญชาติไทย ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับแอดมินสำหรับเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องพักยังไม่ปรากฏข้อมูลในชั้นสืบสวนจับกุม เนื่องจากนิติบุคคลอาคารชุดปฏิเสธที่จะเปิดเผยข้อมูล จากนั้นเจ้าพนักงานจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และเชิญตัวนางสาวเอ (นามสมมติ) สัญชาติเมียนมา มาให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ โดยได้ร้องทุกข์กล่าวโทษนางสาวโอ (นามสมมติ) สัญชาติไทย และเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องพัก ในความผิดฐานร่วมกันประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ. โรงแรมฯ มาตรา 4, 15 และ 59 ต่อพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและสอบสวนขยายผลต่อไป

เป้าหมายที่ 2 นายนพดล เจริญวัย เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานตรวจสอบการกระทำความผิด 2 พร้อมด้วยพนักงานฝ่ายปกครองจากสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ปลัดอำเภอบางละมุง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าตรวจสอบอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) ย่านพัทยาสาย 2 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และจากการสืบสวนยังพบว่า มีชาวต่างชาติเป็นผู้ถือครองห้องชุดในอาคารจำนวนหลายห้อง และมี Agency ช่วยจัดการนำห้องพักในอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) ปล่อยเช่ารายวันแก่นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่สนใจ เจ้าพนักงานจึงได้แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว ทำการจองห้องพักจำนวน 1 ห้อง ผ่านเว็บไซต์ Agoda ในวันที่ 26 มีนาคม 2568 เป็นเวลา 1 คืน ในราคาห้องละ 1,658.07 บาท โดยได้ติดต่อกับบุคคลใช้ชื่อว่า YI BEI ไม่ระบุว่าเป็นบุคคลสัญชาติใด สื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษ ต่อมา สายลับได้ติดต่อแอดมินซึ่งเป็นบุคคลสัญชาติไทย ให้ไปรับคีย์การ์ดที่ตู้จดหมายบริเวณล๊อบบี้ของอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) หมายเลข 29 ซึ่งเป็นหมายเลขเดียวกันกับหมายเลขห้องพัก และได้รับแจ้งรหัสแปดหลักสำหรับการเปิดประตูห้องพักดังกล่าว เมื่อสายลับเข้าไปภายในห้องพบว่าลักษณะห้องเป็นห้องพักแบบสตูดิโอ หนึ่งห้องน้ำ ภายในมีเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ พร้อม ผ้าขนหนู น้ำดื่ม ลักษณะคล้ายเป็นห้องพักของโรงแรมทั่วไป

จากที่เจ้าพนักงานได้ตรวจสอบ พบว่าเอกสารระบุชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดเป็นชื่อของบุคคลสัญชาติไทย เจ้าพนักงานจึงได้จัดทำบันทึกตรวจยึด รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมทั้งร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลใช้ชื่อว่า YI BEI ไม่ระบุว่าเป็นบุคคลสัญชาติใด เจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องพัก และผู้ที่เกี่ยวข้องในความผิดฐานร่วมกันประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ. โรงแรมฯ มาตรา 4, 15 และ 59 ต่อพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและสอบสวนขยายผลต่อไป

เป้าหมายที่ 3 นายอิทธิชัย คัชกรณ์ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานตรวจสอบการกระทำความผิด 1 พร้อมด้วยพนักงานฝ่ายปกครองจากสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ปลัดอำเภอบางละมุง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าตรวจสอบอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) ย่านจอมเทียนพัทยา จอมเทียนสาย 2 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตามที่ได้รับข้อร้องเรียนจากผู้อยู่อาศัยในอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) นี้ที่ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าออกอาคารไม่ซ้ำหน้าตลอดเวลา เกรงว่าผู้อยู่อาศัยในอาคารจะไม่ได้รับความปลอดภัยและไม่สะดวกกับการใช้พื้นที่ส่วนกลาง และสืบทราบว่ามีนำห้องในอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) มาปล่อยเช่ารายวัน ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ Facebook อย่างเปิดเผย เจ้าพนักงานจึงได้แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว เทำการจองห้องพักจำนวน 1 ห้อง จากผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน Facebook ชื่อว่า “อยู่ ตรงนี้” มีการนำเอาห้องชุดคอนโดฯ ดังกล่าว มาโฆษณาผ่านแอพลิเคชั่น Facebook ให้ลูกค้าสำหรับเข้าพักรายวัน ในกลุ่มชื่อว่า “ที่พักพัทยา หาดจอมเทียน” และให้ช่องทางการติดต่อผ่าน ID Line หมายเลขโทรศัพท์หนึ่ง โดยได้ทำการจองห้องพักในวันที่ 26 มีนาคม 2568 เป็นเวลา 1 คืน ในราคาห้องละ 1,500 บาท เมื่อสายลับเดินทางมาถึงคอนโดเป้าหมาย สายลับได้รับรหัสเปิดตู้ล๊อกเกอร์จาก นางสาวซี (นามสมมติ) บุคคลสัญชาติไทย ให้รับกุญแจจากตู้ล็อกเกอร์ใต้อาคารชุด โดยใส่รหัสที่ได้รับ จากนั้นสายลับได้เข้าไปยังห้องพักหมายเลข C 117 ชั้น 1 อาคาร C

จากการตรวจสอบพบว่ามีลักษณะเป็นห้องแบบหนึ่งห้องนอน มีผ้าเช็ดตัวและอุปกรณ์สำหรับใช้วันต่อวัน ลักษณะเหมือนห้องพักโรงแรม เจ้าพนักงานจึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบพบว่า เจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องพักดังกล่าวเป็น ของบุคคลสัญชาติไทย จากที่ได้ทำการมัดจำการจองห้องพักในจำนวนเงิน 500 บาท ได้ชำระเงินผ่านบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชีเป็นของนางสาวซี (นามสมมติ) และหมายเลขโทรศัพท์ที่และID LINE ใช้ในการติดต่อเป็นของนางสาวซี (นามสมมติ) เช่นเดียวกัน เจ้าพนักงานจึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐาน ทำบันทึกตรวจยึด พร้อมทั้งร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องพัก และนางสาวซี (นามสมมติ) ในความผิดฐานร่วมกันประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ. โรงแรมฯ มาตรา 4, 15 และ 59 ต่อพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและสอบสวนขยายผลต่อไป

ทั้งนี้ กรมการปกครองจะขับเคลื่อนนโยบายปราบปรามการปล่อยเช่าอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) รายวันเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง โดยให้ทุกจังหวัดบูรณาการร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการออกตรวจตราเข้มงวดกวดขันผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายโดยเคร่งครัด , ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับโรงแรมที่มีใบอนุญาตแต่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ , สอดส่องดูแลเจ้าของอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) และสถานที่พักอื่นในพื้นที่ไม่ให้นำห้องพักมาเปิดให้บริการในลักษณะเช่นโรงแรม และ กำชับให้ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมหรือผู้จัดการโรงแรมในพื้นที่ ซึ่งรับคนต่างด้าวเข้ามาพักอาศัยให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ณสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ ที่ตั้งอยู่ในท้องที่ภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่ที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย นอกจากนี้ กรมการปกครองจะได้ประสานงานกับกรมที่ดินให้แจ้งนิติบุคคลอาคารชุดเพื่อสอดส่องดูแลดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งจะมีการสร้างการรับรู้ในการดำเนินตามกฎหมายให้กับประชาชนผ่านสื่อต่าง ๆ เป็นต้น เพื่อสร้างสังคมที่มั่นคงปลอดภัยให้มีความสงบสุข

ขอประชาสัมพันธ์พร้อมสร้างความรับรู้แก่ประชาชนให้ทราบว่า การนำห้องในอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) มาปล่อยเช่ารายวัน เป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย หากพบการกระทำความผิดหรือได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากการกระทำในลักษณะดังกล่าว สามารถร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสได้ที่ ศูนย์ดำรงธรรม กรมการปกครอง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด/อำเภอ ทุกแห่งทั่วประเทศเพื่อพนักงานฝ่ายปกครองจักได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและแก้ไขปัญหาโดยเร็วต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...