โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แผ่นดินไหวเมียนมาฉุดศก.ไทย กดดัน ธปท.ลดดอกเบี้ยประชุมเดือนหน้า

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 31 มี.ค. 2568 เวลา 00.16 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 07.16 น.

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานวันนี้ (31 มี.ค.) ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยตลอดหนึ่งปีต่อจากนี้อยู่ในทิศทางขาลงหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในประเทศเมียนมาเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ซึ่งนักวิเคราะห์แหล่งข่าวของบลูมเบิร์ก เผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็นแรงกดดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในการประชุมเดือนหน้าเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

แผ่นดินไหวครั้งนี้ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตในประเทศเมียนมาอย่างน้อย 1,700 คน ได้สั่นสะเทือนกรุงเทพฯ อย่างรุนแรง โดยมีผู้เสียชีวิตในกรุงเทพฯ อย่างน้อย 18 ราย นอกจากนี้ยังมีคนงานกว่า 70 คนที่ยังสูญหายจากเหตุอาคารที่กำลังก่อสร้างพังถล่ม ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงสูงสุดถึง 1.7% ในวันจันทร์ โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มการเงิน

แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้รับความเสียหายรุนแรงเหมือนประเทศเมียนมา แต่แผ่นดินไหวครั้งนี้ก็ยังคงเป็นข่าวร้าย เศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญกับปัจจัยลบจากสงครามการค้าของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง และการจองที่พักของนักท่องเที่ยวจีนที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ในขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ในเดือนก.พ. เนื่องจากยอดขายรถยนต์ที่ลดลง

"ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่ไม่สดใสอยู่แล้วจากปัจจัยลบรอบด้าน และแผ่นดินไหวครั้งนี้ยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก" นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าว พร้อมอธิบายเสริมว่า "เหตุการณ์นี้เพิ่มโอกาสที่จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันในการประชุมเดือนเม.ย. และอาจมีการปรับลดอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี"

ทั้งนี้ บทวิเคราะห์ของบลูมเบิร์ก เผยว่า ธปท.ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยแบบเซอร์ไพรซ์ตลาดในเดือนก.พ.และต.ค.เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ แต่ถึงแม้จะเปลี่ยนท่าทีจากแนวนโยบายที่เข้มงวด ธปท. ก็ยังลังเลที่จะมุ่งสู่วงจรการผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างเต็มรูปแบบแม้จะมีแรงกดดันทางการเมืองให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น

ด้านธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด จำกัด ระบุในรายงานซึ่งเผยแพร่วันนี้ว่า เนื่องจากธปท. ยืนยันว่านโยบายการเงินของตน "ขึ้นอยู่กับแนวโน้มเศรษฐกิจ" ภาพรวมเศรษฐกิจที่แย่ลงนี้จึงเพิ่มโอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนเม.ย.

"การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจเป็นหนึ่งในทางเลือก" ที่ธนาคารกลางพิจารณา ซิตี้ รีเสิร์ช กล่าวในรายงานอีกฉบับหนึ่ง โดยเสนอแนะว่า ธปท. อาจขอให้ธนาคารและสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารให้การสนับสนุนลูกค้ามากขึ้น

ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจในทันทีจากแผ่นดินไหวไว้ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท (590 ล้านดอลลาร์) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของการใช้จ่ายด้านอาหารและบริการในช่วงปลายเดือน หลังจากประชาชนนับล้านในกรุงเทพฯ ต่างหนีเอาชีวิตรอดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ ธปท.ได้สั่งการให้สถาบันการเงินขยายมาตรการบรรเทาภาระหนี้พิเศษสำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ซึ่งคล้ายกับมาตรการที่ใช้ในกรณีน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว นางรุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการ ธปท. กล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงเทพฯ คณะกรรมการนโยบายการเงินของ ธปท. จะมีการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 30 เม.ย.

ผลกระทบทางเศรษฐกิจอาจมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเคยคาดหวังว่าจะเฟื่องฟูขึ้นจากการที่ประเทศไทยได้เป็นสถานที่ถ่ายทำในฤดูกาลล่าสุดของซีรีส์ทีวีเรื่อง"The White Lotus" สมาคมโรงแรมไทยคาดการณ์เมื่อวันอาทิตย์ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลดลง 10-15% หรือมากกว่านั้นในช่วงสองสัปดาห์นับจากวันอาทิตย์

ภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการขายคอนโดมิเนียม จะได้รับแรงกดดันเช่นกัน เนื่องจากผู้คนจำนวนมากคิดหนักเรื่องการซื้ออาคารสูง นักวิเคราะห์กล่าว นางสาวณัฐพรจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยกล่าวว่า ความกลัวเรื่องแผ่นดินไหวจะล่าช้าการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถูกกดดันจากคอนโดมิเนียมที่ยังขายไม่ออก

อ้างอิง: Bloomberg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...