โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

(มีE-Book)ทะลุมิติทั้งทีดันมีสามีเป็นผู้พิการ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 15 เม.ย. 2568 เวลา 12.57 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. 2568 เวลา 10.39 น. • ฤดูหนาวที่เงียบเหงา
ซินหลินเป็นนักกายภาพบำบัดที่ทำงานอย่างหนักมาตลอด ช่วงเวลาที่เธอได้พักผ่อน เธอกลับทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งมีสามีเป็นชายพิการ พร้อมกับตัวช่วยพิเศษที่ติดตัวมาด้วย!

ข้อมูลเบื้องต้น

ซินหลินนักกายภาพคนสวย ช่วงเวลาที่หญิงสาวได้พักผ่อนกินเหล้าสรรสรรค์กับเพื่อนอยู่ในสถานบันเทิง

เธอได้ทะลุมิติมาเข้าร่างของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งมีสามีเป็นผู้พิการ

'ให้ทะลุมิติกลับมาทั้งที ให้ฉันคนนี้เป็นคุณหนูหรือคนรวยเลยไม่ได้หรือไง ทำไมต้องให้ฉันมีผัวเป็นคนพิการ และจนขนาดนี้ด้วย! แล้วฉันจะใช้ชีวิตต่อไปได้ยังไง!…'

'มีของช่วยเหลือและของวิเศษให้ฉันด้วยสิ…'

ของวิเศษที่เธอคิดว่าจะไม่มี เธอดันมีห้องคอนโดที่เคยอยู่ในโลกเดิม ติดตัวมาด้วย!

คอนโดที่เธอสามารถเข้าออกได้ตามใจ

ของที่อยู่ในคอนโดถ้าใช้ไปแล้ว ของสิ่งนั้นก็จะกลับมาเติมเต็มเหมือนเดิม!

นี้มันสุดยอดมาก!

เธอคิดว่าของวิเศษที่มีอยู่มันดีมากแล้ว… แต่นี่อะไรกัน มือของเธอเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย! ทำไมมือของเธอถึงมีแสงออกมากันละ!….

ค่าเงิน

100 อีแปะ = 1 ก้วน

10 ก้วน = 1 ตำลึงเงิน

10 ตำลึงเงิน = 1 ตำลึงทอง

หลี่เซิง❤️หยางฉิง

คำเตือน

นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายที่ผู้เขียนคิดและแต่งเองทั้งหมด เนื้อหาในเรื่องไม่ได้ตรงตามยุคสมัยนั้นโดยตรง และอาจจะมีคำหยาบคายบ้าง ขอให้ผู้อ่าน อ่านอย่างใช้สติ และผ่อนคลาย

ฝากกดหัวใจ กดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนด้วยนะคะ❤️

ถ้ามีเนื้อหาตรงไหนที่อ่านแล้วไม่ลื่นไหล สามารถคอมเม้นต์บอกกันได้ค่ะ????

ตอนที่ 1ทะลุมิติ

ค่ำคืนในวันมืดมิด มีสถานที่หนึ่งที่เปิดเพลงเสียงดังกระหึ่ม แสงสีสาดส่องไปทั่วทุกพื้นที่ ผู้คนมากมายเต้นโยกย้ายส่ายสะโพกไปมา รายล้อมอยู่รอบตัวหญิงสาวผมเป็นลอนยาวสวยนัยน์ตาหวานเยิ้ม เธอมองดูความวุ่นวายและฟังเสียงบรรเลงเพลงร็อกพาให้ใจเธอเต้นตามจังหวะ มีผู้คนเต้นคลอเคลียกันไปมาในสถานบันเทิงที่เธอกำลังนั่งอยู่ ในมือถือไวน์ชั้นดีมีรสชาติหวานนุ่มลิ้นและรสขมเล็กน้อย เธอนั่งอยู่ตรงบาร์เหล้าที่มีบาร์เทนเดอร์วาดลวดลายในการชงเหล้าให้กับเหล่าลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในค่ำคืนนี้

หญิงสาวสวยหุ่นดีในชุดสีแดงเข้ารูป เธอเต้นโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะเพลงด้วยความเมามัน สายตากวาดมองไปทั่วรอบตัว เธอมองเห็นเพื่อนสาวคนสวยในชุดดำสั้นรัดรูปได้อย่างพอดีตัว นั่งโงนเงนไปมาด้วยความน่าเป็นห่วง

“ซินหลิน เธอไหวหรือเปล่าเนี่ย” เธอเดินเข้าไปถามเพื่อนสาวด้วยความเป็นห่วง

เสียงเรียกของใครบางคนที่คุ้นเคยทำให้หญิงสาวในชุดสีดำได้สติและเงยหน้ามอง สายตาของเธอปรับภาพซ้อนไปมาให้มันชัดเจนขึ้น จึงได้มองเห็นเป็นเพื่อสาวคนสวยในชุดสีแดงรัดรูปเช่นเดียวกันกับเธอ “ฉันยังไหว พวกเธอเต้นกันต่อเลย ฉันขอนั่งพักหน่อยก็แล้วกัน” เธอตอบเพื่อนสาวที่ดูท่าทางเป็นห่วงเธอออกไปด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย

หญิงสาวในชุดสีแดงมองดูท่าทางของหญิงสาวที่ตอบเธอว่าไหว มีสภาพที่ไม่สู้ดีเท่าไหร่ “ถ้าเธอไม่ไหวก็บอกฉันนะ ฉันเต้นอยู่ไม่ไกล รู้ว่าตัวเองคออ่อนก็ยังจะกินเยอะอีก” เธอบ่นเพื่อนสาวที่นาน ๆ จะมีเวลาว่างมาเที่ยวกับพวกเธอ

“เธอบ่นฉันเป็นแม่อีกคนแล้วนะ ฉันโตแล้วย๊ะ! ฉันไม่กินมันเยอะหรอกนา” เธอตอบเพื่อนสาวในชุดสีแดง เพราะไม่อยากทำลายบรรยากาศที่เพื่อนกำลังสนุก พร้อมกับทำท่าทางว่าสบายมาก

หญิงสาวชุดแดงมองดูความเรียบร้อยของเพื่อนอีกรอบ เธอเดินกลับไปเต้นกับเพื่อนคนอื่นต่อ เธอเป็นห่วงซินหลินที่ช่วงนี้เธอดูเครียดมากกว่าปกติมาก ไม่รู้ว่าเธอมีเรื่องไม่สบายใจอะไร?

ซินหลินมองเพื่อนสาวแสนดีเดินจากไป เธอกลับมานั่งสนใจกับไวน์ตรงหน้าต่อ มีเรื่องที่ไม่สบายใจหลายอย่าง ตั้งแต่ที่เรียนจบมา ก็ยังไม่เคยได้ไปเที่ยวพักผ่อนอย่างจริงจังเลย มัวแต่ตั้งใจเรียนและหาเงิน ตอนนี้มีเงินแล้ว… แต่ไม่มีเวลา งานที่ทำก็แสนเหนื่อยแต่มีความสุขที่ได้ทำ เธอเป็นหมอกายภาพ ต้องใช้แรงกายในการช่วยผู้ป่วยจนรู้สึกเหนื่อยล้าอยู่บ่อยครั้ง

หลายวันมานี้ ซินหลินรู้สึกปวดหัวอยู่บ่อยครั้ง อาจจะเป็นเพราะพักผ่อนน้อยก็ได้ ยิ่งปล่อยไว้ อาการปวดหัวก็เริ่มหนักขึ้น คิดแล้วก็รู้สึกคลื่นไส้อยากจะอาเจียนขึ้นมา

‘หรืออาจจะเป็นเพราะไวน์ท่ี่ฉันเพิ่งดื่มเข้าไปก็ได้’ ไม่ทันที่ซินหลินได้คิดทบทวนอะไรมากมาย อาการที่เป็นอยู่ก็ยิ่งแย่ลง ภาพทุกอย่างที่มองเห็นดูพร่ามัว เสียงที่ดังกึกก้องอยู่ในสถานบันเทิงเริ่มเบาลง… เธอมองทุกอย่างเป็นภาพซ้อนและอ้วกออกมา ทุกอย่างค่อย ๆ แย่ลง แขนขาที่เคยแข็งแรงกลับอ่อนแรง เธอล้มลงไปพร้อมกับสติที่ดับวูบลงอย่างไม่ทันตั้งตัว…

“ซินหลิน!” เพื่อนสาวหันกลับมามองซินหลินอีกครั้ง เธอมองเห็นซินหลินอ้วกออกมาและล้มลงไป เธอร้องเรียกให้คนช่วยพร้อมทั้งเรียกรถพยาบาลมาอย่างเร่งด่วน พอมาถึงโรงพยาบาล หมอและพยาบาลก็พากันวิ่งเข้ามาเข็นร่างของซินหลินเข้าไปในห้องฉุกเฉิน เธอได้แต่ยืนรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยใจที่เป็นกังวลและเป็นห่วง เธอร้องไห้ พร้อมทั้งโทรหาครอบครัวของซินหลิน เพื่อให้พวกเขารีบมาหาที่โรงพยาบาล แต่โทรเท่าไหร่ก็โทรไปไม่ติด…

ภายในห้องฉุกเฉินร่างของซินหลินนอนหายใจรวยริน เธอได้ยินเสียงเครื่องช่วยหายใจ เสียงผู้คนหลายคนที่พูดคุยอยู่รอบตัวด้วยความเคร่งเครียด เสียงสุดท้ายที่ได้ยินเป็นเสียงเครื่องปั๊มหัวใจและอาการชาตรงหน้าอกของเธอ…

ซินหลินได้สติอีกครั้ง เสียงเรียกของผู้คนที่ไม่คุ้นเคย แต่ชื่อที่พวกเขาใช้เรียกเป็นชื่อของคนอื่นที่ไม่ใช่ชื่อของเธอ?

“หยางฉิง! ตื่น ๆ อย่าหลับ…”

เสียงเรียกที่ดังชัดขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ซินหลินค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวที่ไม่จางหายไป สายตาคู่งามมองไปรอบตัวที่ไม่คุ้นเคย ตรงหน้าของเธอมองเห็นชายคนหนึ่งที่มีผมสีดอก หนวดเครายาวเป็นสีขาว เสื้อผ้าของเขาดูเก่ามาก เธอไม่คุ้นเคยกับชายผู้นี้มาก่อนเลย

‘นีฉันเป็นอะไรกันแน่ ชาวบ้านพวกนี้เป็นใคร?’ เธอมองดูชาวบ้านที่แต่งตัวไม่คุ้นเคย ส่งเสียงเรียกยิ่งทำให้เธอมึนงง การปวดหัวก็ยิ่งเพิ่มความปวดหัวมากขึ้นไปอีก เธอเอามือกุมไปที่หัวพร้อมกับภาพหลายอย่างเกิดขึ้นมาในหัวไม่หยุด

“หยางฉิงตื่นแล้ว! ทุกคนอย่างมุง เดี๋ยวนางจะหายใจไม่ออก” หมอหลี่เทาร้องบอกชาวบ้านให้ถอยห่างออกไป

เธอเอามือทั้งสองข้างกุมไปที่หัว ภาพจำต่าง ๆ ก็ไหลเข้ามาในความทรงจำของเธอไม่หยุด เป็นภาพที่เธอไม่คุ้นเคย

‘ความทรงจำพวกนี้มันคืออะไร มันไม่ใช่ของฉันนิ’ เธอใช้เวลาเรียบเรียงภาพในความทรงจำ พร้อมกับเสียงของผู้คนที่อยู่รายล้อมรอบตัว ภาพเหล่านั้นที่อยู่ในหัวเป็นภาพของคนอื่นที่ไม่เหมือนเธอเลยสักอย่างเดียว ซินหลินยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาดู เป็นมือเรียวยาวขาวเนียนซึ่งไม่เหมือนกับมือของเธอเลย

‘หรือว่าตอนนี้ฉันได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของผู้หญิงที่ชื่อหยางฉิง? ฉันต้องรวบรวมสติและต้องพาตัวเองเดินออกไปจากตรงนี้ก่อน…’ ซินหลินคิดและหันมองไปรอบตัวอีกครั้ง มีชาวบ้านทั้งหญิงและชายมุงดูอยู่ด้วยสีหน้าหลากหลาย บางคนก็ดูอยากรู้ บางคนก็ดูเป็นห่วง และก็มีบางคนมองเธอด้วยสายตาแห่งความยินดี?

“หยางฉิงเป็นอย่างไรบ้าง!” หลี่เทาร้องเรียกหญิงสาวที่ลืมตาตื่นขึ้นมา สีหน้าของนางดูมึนงง

“ไม่เป็นอะไร” เธอตอบชายที่พบเห็นเป็นคนแรกเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา ชายคนนั้นดูสีหน้าเป็นกงวลมากกว่าคนอื่น ‘คนนี้คงเป็นหมอสินะ’

“เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ทำให้พวกข้าตกใจหมด อยู่ดี ๆ เจ้าก็เดินตกลงไปในหลุมและหัวกระแทกสลบไปตั้งหลายชั่วยาม ข้านึกว่าเจ้าตายไปเสียแล้ว เจ้าลุกไหวหรือไม่” หลี่เทามองท่าทีของหยางฉิง

“ลุกไหว ไม่เป็นไรมาก” ซินหลินตอบคนที่ชาวบ้านเรียกว่าหมอออกไปด้วยท่าทางไม่ชิน

“ดีแล้ว ถ้าเจ้าไปเป็นอะไรก็กลับไปบ้านเถอะ นี่เป็นยาแก้ปวด ข้าให้เจ้าเอาไว้ต้มกินหลังอาหารสามเวลา กินสักสองวันเจ้าก็จะดีขึ้น” หลี่เทาเอาห่อยาส่งให้หยางฉิงเอาไปต้มกินที่บ้าน

“ขอบคุณ ยาหอนี้ราคาเท่าไหร่?” ซินหลินไม่ชอบเอาของใครฟรี ๆ ถึงตอนนี้จะไม่มีเงินแม้แต่เหรียญเดียวก็ตาม

หลี่เทาว่าจะไม่เก็บเงิน แต่ชาวบ้านที่มามุงดูเยอะเกินไป เขาจะไม่เก็บเงินก็ไม่ได้ “ยาห่อนี้ราคาเพียงห้าอีแปะ เอาไว้ถ้าเจ้ามีเงินค่อยเอามาให้ข้าทีหลังก็ได้” เขาบอกราคาของยาให้นางรู้

“เอาไว้กลับไปบ้านจะหาเงินมาจ่ายให้ท่าน วันนี้รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ ต้องขอบคุณทุกคนที่มาช่วย ฉันขอตัวกลับบ้านก่อน” ซินหลินรีบเดินก้มหน้า เดินออกไปตามทางที่อยู่ในความทรงจำ

ชาวบ้านที่มุงดูต่างตกใจ อ้าปากค้าง พวกเขาไม่ได้ยินเสียงด่า หรือเสียงโวยวายดังมาจากหยางฉิง คำพูดของนางก็ดูแปลกไป หรือนางสมองกระทบกระเทือนไปแล้วใช่หรือไม่ ผู้คนมองดูหยางฉิงเดินออกไปพร้อมกัน แต่ละคนก็มีเรื่องสงสัยในเรื่องเดียวกัน ว่าหยางฉิงแปลกไป? …

หลังจากที่ซินหลินหนีออกมาจากผู้คนได้แล้ว เธอเดินไปตามทางที่อยู่ในความทรงจำอย่างไม่เร่งรีบ ระหว่างที่กำลังเดิน สายตาก็มองไปสองข้างทาง ถนนที่ไม่คุ้นเคย สายลมพัดผ่านเข้ามาเบา ๆ พาให้บรรยากาศดูเงียบเหงามากขึ้น

สายตามองไปตามบ้านแต่ละหลังที่อยู่ในหมู่บ้านที่ซินหลินทะลุมิติเข้ามา บ้านของที่นี่ส่วนใหญ่สร้างด้วยอิฐดินและไม้เป็นส่วนใหญ่ บ้านแต่ละหลังดูเก่าและทรุดโทรม บ่งบอกว่าหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ค่อยร่ำรวยเท่าไหร่ เธอเดินเท้าไปเรื่อย ๆ ก็มาหยุดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง รอบตัวบ้านใช้ไม้ไผ่ล้อมเอาไว้ทำเป็นรั้ว เธอเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นเป็นบ้านชั้นเดียวสร้างด้วยอิฐดิน รอบตัวบ้านมีสวนที่แห้งแล้งและมีแม่น้ำสายเล็กไหลผ่านเข้ามาในรั้วบ้าน ‘แสดงว่าเจ้าของบ้านหลังนี้ไม่ได้สนใจสวนหรือทำอะไรเลย’

“แค่ก แค่กๆ ….”

เสียงไอของคนดังออกมาจากข้างในตัวบ้าน ในความทรงจำที่ได้มาใหม่ หญิงสาวคนนี้อาศัยอยู่กับสามีที่พิการหนึ่งคนและก็ไม่ค่อยสนใจสามีคนนี้เท่าไหร่

เธอเปิดประตูบ้านที่ทำจากไม้เก่าแต่ยังใช้งานได้ดีเข้าไป ก็ต้องเดินถอยหลังกลับออกมาอีกครั้ง เพราะมีกลิ่นเหม็นอับและกลิ่นเหม็นหลายสิ่งรวมกัน ปะทะใส่หน้าเมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไป

‘ทำไมบ้านหลังนี้ถึงได้มีกลิ่นเหม็นขนาดนี้เนี่ย!’

เธอกลั้นใจเดินเข้าไปในบ้านอีกครั้ง ระหว่างที่เดินเข้าไป นิ้วมือเรียวสวยยกขึ้นมาบีบจมูกไว้เพื่อป้องกันจากกลิ่นที่อยู่ภายในบ้านหลังน้อย ข้างในบ้านมีสิ่งของมากมายล้มอยู่ บางอย่างก็วางไว้ไม่เป็นทาง ทำให้การเดินเข้าไปในบ้านหลังนี้เป็นเรื่องลำบากเพราะต้องค่อยหลบหลีกสิ่งของที่มันกีดขวางทางเดินเอาไว้ ระหว่างที่เธอเดินเข้าไป เธอก็อยากจะร้องไห้ออกมา ‘ทำไมชีวิตของฉันต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ด้วย!’

เธอเดินตามเสียงไอเข้ามาในห้องหนึ่งก็พบกับชายหนุ่มตัวสูงที่มีสภาพทรุดโทรมนอนอยู่บนเตียงเตาข้างหน้าต่าง ภายในห้องของเขาเหม็นกลิ่นอับและฝุ่นที่เกาะเต็มไปทั่วทุกมุมห้อง จนเธอไม่คิดว่าคนสามารถนอนในที่แห่งนี้ได้ กลิ่นด้านในตัวห้องที่ชายหนุ่มนอนอยู่ไม่เหม็นเท่ากลิ่นที่อยู่ข้างนอกเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะห้องของเขามีหน้าต่างที่แดดส่องถึง และกลิ่นอับนั้นน่าจะมาจากตัวของเขาเองมากกว่า

ชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียง หน้าของเขาแดงเพราะไอติดต่อกันเป็นเวลานาน เขามองหญิงสาวที่เดินเข้ามาในห้องด้วยสายตารังเกียจพร้อมกับไอออกมาไม่หยุด

“คุณเป็นยังไงบ้าง คุณต้องการน้ำหรือเปล่า?” เธอไม่คุ้นเคยกับการพูดของที่นี่เท่าไหร่ มีบางคำที่พูดติดขัดออกไปบ้าง

“เจ้าไม่ต้องมายุ่งเรื่องของข้า เจ้าจะไปไหนก็ไป!” เขาตะคอกเสียงดังใส่ภรรยาที่ไม่ได้เรื่องของเขา

ทำไมเขาต้องพูดไม่ดีกับเธอขนาดนี้ด้วย เหมือนว่าเขาจะโกรธเกลียดมาก ซินหลินค้นในความทรงจำก็พบว่า ชีวิตคู่ที่หยางฉิงคนเดิมได้อยู่กับสามี หยางฉิงเป็นผู้หญิงที่นิสัยไม่ดีและใช้เงินเก่งมาก ตั้งแต่ที่สามีบาดเจ็บจนกลายเป็นคนพิการ ก็ไม่สนใจสามีอีกเลย ยิ่งเมื่อถูกแม่สามีไล่ออกจากบ้าน ก็ยิ่งโกรธเกลียดและทิ้งขว้างสามีมากไปอีก ไม่แปลกใจเลยที่สามีจะโกรธเกลียดเจ้าของร่างได้มากขนาดนี้….

ตอนที่ 2ปรับเปลี่ยน

นางลองถามเขาอีกครั้งด้วยถ้อยคำที่นุ่มนวลกว่าเดิม “ข้ารู้ว่าที่ผ่านมา ข้าได้ทำไม่ดีต่อท่านมากมาย แต่วันนี้ข้าตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ท่านจะให้โอกาสข้าได้หรือไม่” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

หลี่เซิงฟังคำพูดของนางแล้วรู้สึกประหลาดใจ นางไม่เคยทำดีกับเขามาก่อนเลย ไม่ว่าจะในอดีตหรือแม้แต่ตอนนี้ วันนี้เหตุใดนางจึงดูเปลี่ยนไป หรือว่านางกำลังวางแผนอะไรอีก?

หยางฉิงรอฟังอยู่นาน แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบจากเขา มีเพียงเสียงไอที่ดังขึ้นเป็นระยะ

“หากท่านไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร ท่านคงกระหายน้ำมากสินะ ข้าจะไปเอาน้ำมาให้” นางเอ่ยขึ้นก่อนจะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น แทนที่จะรอคำตอบ

ซินหลินเดินไปยังห้องครัวที่ปรากฏอยู่ในความทรงจำของร่างนี้ นางมองหาถังน้ำที่พอจะใช้ต้มได้ แต่กลับพบว่าไม่มีน้ำอยู่เลย ห้องครัวแห่งนี้แทบไม่มีเสบียงเหลืออยู่แม้แต่น้อย มีเพียงฝุ่นหนาที่ยึดครองทุกซอกมุม จนนางอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าของร่างเดิมเคยทำอาหารกินบ้างหรือไม่

นางกวาดตามองหาถ้วยที่พอจะใช้ตักน้ำได้ ก่อนจะเหลือบไปเห็นถ้วยใบหนึ่งที่มีรอยบิ่น แต่ยังพอใช้งานได้ ใกล้กันมีถังน้ำเปล่าที่วางนิ่งอยู่ข้างกัน

ซินหลินเดินไปยังด้านข้างของตัวบ้าน ที่ซึ่งมีลำธารเล็ก ๆ ไหลผ่านเข้ามาในรั้วบ้าน นางใช้ถ้วยตักน้ำขึ้นมาใส่ถัง พลางครุ่นคิดว่าเหตุใดแม่สามีจึงยกที่ดินดี ๆ เช่นนี้ให้กับนาง เมื่อนางค้นหาในความทรงจำ จึงพบว่าหลี่เซิง สามีของนางในตอนนี้ เป็นผู้ดิ้นรนต่อสู้แย่งชิงที่ดินผืนนี้มาได้ นับว่าเขาเป็นชายที่ไม่ได้เลวร้ายเสียทีเดียว

นางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยขณะตักน้ำ แต่แล้วเสียงไอที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ก็เรียกสติของนางให้กลับมา ซินหลินรีบตักน้ำจนเต็มถัง ก่อนจะเร่งเดินกลับไปในครัวเพื่อเตรียมต้มน้ำ

หลี่เซิงไอจนใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากแห้งผากเพราะไม่ได้รับอาหารและน้ำมาหลายวัน เขาได้ยินเสียงของนางที่พูดขึ้นก่อนจะเดินออกจากห้อง เขาหัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง ท้ายที่สุดแล้ว นางก็ยังเป็นเช่นเดิม…

เป็นนางที่ไม่เคยรักและใส่ใจเขา เป็นหญิงสาวที่เห็นแก่ตัวอยู่เสมอ…

ซินหลินนำถังน้ำกลับเข้ามาในบ้าน ก่อนจะวางไว้หน้าเตาถ่านที่ยังมีไม้แห้งเหลือพอให้ใช้จุดไฟ นางพยายามจุดไฟอย่างชำนาญ แม้ชีวิตก่อนหน้านี้ของนางจะไม่เคยลำบากถึงเพียงนี้ แต่นางก็ไม่ได้อ่อนแอเกินกว่าจะเรียนรู้การทำอาหาร หรือจุดไฟเองได้

เมื่อก่อน ตอนที่ฝึกงาน นางเคยต้องขึ้นเขาไปอยู่ในหมู่บ้านที่ยากจน เพื่อฝึกงานเป็นเวลาหลายเดือน วันเวลาเหล่านั้นทำให้นางได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายที่ไม่มีสอนในห้องเรียน นางรู้สึกขอบคุณประสบการณ์เหล่านั้น ที่ทำให้นางสามารถเอาตัวรอดในที่แห่งนี้ได้

เมื่อน้ำเดือด นางตักน้ำใส่ถ้วย ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องของหลี่เซิงอีกครั้ง

“ข้าเอาน้ำมาให้ท่าน ท่านคงไม่ว่าอะไรหากข้าจะดูแลท่านบ้าง” นางพูดพร้อมกับวางถ้วยน้ำไว้ข้างตัวเขา

หลี่เซิงมองดูน้ำร้อนที่วางอยู่ตรงหน้า ความกระหายที่กดเก็บไว้ก็แล่นขึ้นมาในทันที เขาละทิฐิที่เคยมีต่อนาง แล้วหยิบถ้วยน้ำขึ้นดื่มจนหมด รู้สึกชุ่มคอขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่หายกระหายเสียทีเดียว

ซินหลินมองสามีที่นางได้มาโดยไม่คาดคิดดื่มน้ำจนหมดถ้วย ก่อนจะเอ่ยถาม “ท่านยังต้องการน้ำอีกหรือไม่”

หลี่เซิงไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่หันหน้าไปมองออกนอกหน้าต่าง

ซินหลินเห็นท่าทางของเขาแล้วก็พอจะเข้าใจว่าเขายังต้องการน้ำ นางยืนอยู่ใกล้กับชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของตน จึงถือโอกาสสำรวจเขาอย่างละเอียด

ชายผู้นี้มีเค้าโครงหน้าที่ดูดี คิ้วเข้มโดดเด่น ดวงตาคมดุดัน และร่างกายสูงใหญ่ แต่บัดนี้ ใบหน้าของเขาซูบผอมแทบติดกระดูก ไม่รู้ว่าเขาอดอาหารมานานเพียงใด…

‘แต่ก็นับว่ายังดี ที่สามีที่ข้าเพิ่งได้มา ดูจะเป็นชายรูปงามและน่าจะฉลาดไม่น้อย’ นางคิดในใจ

หลี่เซิงรู้สึกได้ว่ามีคนกำลังจ้องมอง จึงหันกลับไปมองนาง และบังเอิญสบตากันพอดี

เขาไม่แน่ใจว่าตนคิดไปเองหรือไม่ แต่สายตาของนางดูเปลี่ยนไปจากเดิม รูปร่างหน้าตานางก็ยังเป็นภรรยาของเขา ทว่าความรู้สึกบางอย่างกลับแตกต่างออกไป…

ซินหลินตกใจกับสายตาที่เขาจ้องมองมา นางรีบหยิบถ้วยขึ้นมาแล้วกล่าว “ข้าจะไปเอาน้ำมาให้ท่านเพิ่ม” จากนั้นจึงหลบสายตาเขา แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องครัวอีกครั้ง

‘เขาจะรู้หรือไม่ว่าข้าไม่ใช่หยางฉิงคนเดิม’ นางคิดอย่างกังวลอยู่ในใจ ตอนที่สบตากับเขา ดูเหมือนว่าเขากำลังสงสัยในท่าทีที่เปลี่ยนไป

นางเลิกคิดฟุ้งซ่าน แล้วตักน้ำที่เหลืออยู่ในหม้อออกมา ขณะเดินออกจากห้องครัว สายตาก็เหลือบไปเห็นถังไม้ขนาดไม่ใหญ่มากที่ถูกทิ้งไว้ นางจึงหาผ้าที่พอใช้ได้และนำน้ำอุ่นเข้าไปในห้องของหลี่เซิง พร้อมกับน้ำดื่ม

หลี่เซิงเห็นนางเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง คิ้วของเขาเลิกขึ้นข้างหนึ่งด้วยความแปลกใจ ในมือนางมีถังน้ำติดมาด้วย นางจะทำอะไรกัน?

“เจ้าเอาถังน้ำเข้ามาทำไม?”

“ข้าอยากจะเช็ดตัวให้ท่าน และจะเอาเสื้อผ้าของท่านไปซัก” นางตอบตามตรง ที่นี่ไม่มีทั้งสบู่และครีมอาบน้ำ นางจึงต้องให้เขาใช้น้ำเปล่าเช็ดตัวไปก่อน

“ไม่ต้อง! ข้าทำเองได้ แค่วางถังน้ำไว้ก็พอ” เขาปฏิเสธทันที ไม่อยากให้นางแตะต้องตัวเขา

นางเห็นว่ามือของเขายังใช้การได้ดี แต่ขาของเขาดูจะบาดเจ็บหนัก ผ้าที่ใช้พันแผลไว้เริ่มส่งกลิ่นเหม็นและมีคราบเลือดติดอยู่ หากมีอุปกรณ์ทำแผลก็คงจะดี นางอยากช่วยรักษาเขา เพราะหากปล่อยไว้แบบนี้ เขาอาจต้องตัดขาทิ้งก็เป็นได้…

“ข้าวางน้ำไว้ตรงนี้ก็แล้วกัน ท่านมีชุดเปลี่ยนหรือไม่?”

หลี่เซิงไม่ได้ตอบ แต่เหลือบสายตาไปทางถุงผ้าที่วางอยู่ปลายเตียงแทนคำตอบ

ซินหลินมองตามไป ก็พบว่ามีห่อผ้าวางอยู่ตรงนั้น นางเดินเข้าไปหยิบห่อผ้าที่เต็มไปด้วยฝุ่นขึ้นมาเปิดดู พบเสื้อผ้าสีพื้นเรียบง่าย แม้จะดูเก่าแต่ยังใช้งานได้ นางเลือกเสื้อตัวยาวสีน้ำตาล กางเกงสีน้ำตาล และผ้ามัดเอวออกมาวางไว้ใกล้ตัวเขา นางสังเกตว่าชุดที่เขามีอยู่มีเพียงสองชุด รวมกับชุดที่เขาสวมอยู่ก็เป็นเพียงสามชุดเท่านั้น เมื่อล้างตัวเสร็จ นางจะนำเสื้อผ้าเหล่านี้ไปซักทั้งหมด

“ถ้าท่านเช็ดตัวเสร็จแล้ว ก็วางเสื้อผ้าไว้ข้างตัว เดี๋ยวข้าจะเข้ามาเก็บ พร้อมกับเสื้อผ้าที่ท่านใช้แล้ว… อ้อ ข้าอยากดูแผลที่ขาของท่านด้วย” นางรีบบอกเหตุผลก่อนที่เขาจะปฏิเสธ “พอดีข้าเจอท่านหมอหลี่เทา เขาฝากให้ข้าเปิดดูแผลของท่าน และนำอาการไปบอกเขาอีกครั้ง”

หลี่เซิงได้ฟังแล้วก็เงียบไป ไม่ได้ปฏิเสธ นางสังเกตได้ว่าเขารู้จักหมอประจำหมู่บ้านผู้นี้ดี และดูเหมือนจะเชื่อใจเขา

“เจ้าออกไปเถอะ ข้าจะเช็ดตัวแล้ว” เขาพูดพร้อมกับหันหน้าไปทางหน้าต่าง ซ่อนสีแดงเรื่อบนใบหน้าเอาไว้

‘ชิ หยิ่งเสียจริง กลัวข้าจะเห็นร่างกายของเขาหรืออย่างไร? นางเห็นร่างกายของผู้คนมามากแล้ว’ นางบ่นเขาอยู่ในใจ ก่อนจะเดินออกไปด้านนอก ปล่อยให้เขาเช็ดตัวเอง

เมื่อออกมาจากห้อง นางกวาดตามองสำรวจรอบ ๆ บ้าน พบว่าบ้านหลังนี้มีสองห้องนอน มีครัวและโต๊ะกินข้าวตั้งอยู่ด้านนอก หากห้องเมื่อครู่เป็นห้องของสามี ห้องที่อยู่ข้างกันก็น่าจะเป็นห้องของเจ้าของร่างนี้

นางเดินเข้าไปในห้องที่เหลือ พบว่าห้องนี้สะอาดกว่าด้านนอกมาก เตียงนอนก็ดูใหญ่กว่าเตียงของสามีเสียอีก ทุกอย่างภายในห้องตกแต่งด้วยสีชมพู และมีตู้ไม้อยู่หนึ่งหลัง เป็นตู้ไม้เก่าขนาดไม่ใหญ่มาก มีสีน้ำตาลที่ดูหมองไปตามกาลเวลา

นางเปิดตู้ไม้ออกดู พบว่าด้านในมีกล่องสองถึงสามกล่องเรียงกันอยู่ ด้านบนกล่องยังมีเสื้อผ้าหลากสีเนื้อดีพับเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ เสื้อผ้าเหล่านี้ล้วนมีสีสดใส ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีชมพูบานเย็น หรือสีส้ม ล้วนเป็นสีที่สะดุดตาทั้งสิ้น แม้แต่ชุดที่นางสวมอยู่ก็เป็นสีแดงไม่ต่างจากตัวที่อยู่ในตู้ แต่ส่วนตัวแล้ว นางชอบเสื้อผ้าสีอ่อนมากกว่า

นางเปิดกล่องที่มีขนาดเท่ากันสองกล่อง พบว่ามีผ้าสีเขียวอ่อน สีชมพูอ่อน และผ้าสีขาวอีกหนึ่งผืน เป็นผ้าฝ้ายเนื้อดี นางหยิบผ้าสีขาวออกมา แล้วเก็บผ้าสีอื่นกลับเข้าที่ตามเดิม ผ้าเหล่านี้ดูดีเกินกว่าที่จะสวมใส่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ มันเหมาะกับการใส่เวลาเข้าเมืองมากกว่า

นางเปิดกล่องอีกใบที่ดูเก่ากว่า ภายในเป็นเสื้อผ้าสีน้ำตาลเนื้อหยาบกว่าชุดอื่น เป็นผ้าป่านที่เหมาะกับการสวมใส่ทำงานโดยเฉพาะ เป็นชุดคลุมแขนยาวตัวยาว พร้อมกระโปรงสีน้ำตาลที่พับไว้อย่างดี นางเลือกหยิบออกมาสองชุด

เมื่อล้วงลึกเข้าไปด้านในของตู้เสื้อผ้า นางพบกล่องไม้ไผ่ขนาดเท่าฝ่ามือ เมื่อนางเปิดมันออกดูก็พบว่า ภายในมีก้อนเงินรวมทั้งหมดสองตำลึงเงินกับห้าก้วน อย่างน้อยก็ยังมีเงินติดตัวบ้าง นางจะได้ซื้อเนื้อสดมาทำอาหาร นางเก็บของทุกอย่างที่ไม่ได้ใช้กลับเข้าตู้ตามเดิม

เมื่อหมดความสนใจกับตู้เสื้อผ้า นางจึงเดินไปที่เตียง เตียงนี้มีเตาติดตั้งอยู่ด้านล่าง ปูทับด้วยผ้าหลายชั้น และชั้นบนสุดเป็นสีชมพู บนเตียงยังมีกระจกรูปทรงกลมขนาดเล็กวางอยู่

‘ตั้งแต่ข้าทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ ยังไม่เคยเห็นหน้าตาของเจ้าของร่างเลย’

นางเดินไปหยิบกระจกขึ้นมา แล้วส่องมองใบหน้าของตนเอง…

ตอนที่ 3มิติติดตัว

ซินหลินส่องกระจกแล้วต้องตกใจ เพราะใบหน้าที่มองเห็นในกระจกนั้นมีใบหน้าขาวกระจ่าง แก้มสีแดงที่ทาเป็นวงกลมตรงแก้มทั้งสองข้าง ส่วนปากของนางก็ยังทาสีแดงอีกด้วย!

หยางฉิงคนเก่าคงจะแต่งหน้าไม่เป็นแน่ นางรับไม่ได้กับหน้าตาของตนเอง ถึงได้เข้าใจแล้วว่าเหตุใดตอนที่เดินเข้าไปหาหลี่เซิงเขาจึงมองหน้าด้วยแววตารังเกียจ

นางไม่สามารถยอมรับสภาพของใบหน้าตนเองได้ จึงเดินออกจากห้องไปยังห้องครัวเพื่อล้างหน้า หลังจากล้างหน้าเสร็จแล้ว นางก็เดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง ใช้ผ้าในห้องนอนเช็ดหน้าที่เปียกให้แห้ง ส่องกระจกดูอีกครั้ง นางก็ต้องทึ่งกับใบหน้าที่มองเห็นอยู่ในกระจก เพราะหน้าตาของนางสวย สวยกว่าตัวนางเมื่อก่อนเสียอีก ตากลมโตหวาน ปากจิ้มลิ้มสีชมพู รับกับแก้มป่อง ๆ ดูน่ารัก หยางฉิงคนเก่าช่างแต่งหน้าปกปิดความงามเสียได้ นางไม่ต้องแต่งแต้มอะไรก็งามล้มเมืองอยู่แล้ว… แต่การสวยเกินไปในยุคนี้ก็คงไม่ดี?

นางสังเกตรูปร่างหน้าตาของตนเอง ก็พบว่าร่างนี้ก็ถือเป็นของดีเหมือนกัน เสียอย่างเดียวชีวิตของนางจนมากไปหน่อย แม้ว่าจะมีความสวย แต่ถ้าปราศจากข้าวกินและเงินใช้ก็คงไม่มีประโยชน์

ในเมื่อนางทะลุมิติมาอยู่ในยุคนี้แล้ว น่าจะมีของช่วยเหลือติดตัวมาบ้าง แต่นี่กลับไม่มีอะไรเลย นางตัดพ้อโชคชะตาของตนเอง อย่างน้อยถ้ามีอุปกรณ์ทำแผลก็คงจะดี จะได้ช่วยรักษาแผลให้หลี่เซิงได้ ถ้าใช้ยาในยุคนี้ เขาก็คงไม่มีวันหายดี

ช่วงเวลาที่ซินหลินถอดถอนหายใจ ก็ทำให้นางนึกถึงของใช้ในคอนโดที่อยู่ในโลกเดิม มีของทุกอย่างรวมอยู่ในนั้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์กายภาพ ที่นอน อาหาร ยา และอุปกรณ์ทำแผลต่าง ๆ นางคิดถึงจนทำให้น้ำตาไหลซึมออกมาจากหางตา นางหลับตาลงเพื่อทำใจให้เย็นลง เมื่อเปิดตาขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่าตัวนางมาอยู่ในห้องนอนในคอนโดที่เคยพักอยู่ ‘ทำไมข้าถึงมาโผล่ที่นี่ได้?’

ห้องนอนของนางนั้นเป็นห้องนอนแบบง่าย ๆ ห้องสี่เหลี่ยมธรรมดา สีห้องทาเป็นสีขาวเข้ากันกับผ้าปูที่นอน ซินหลินเปิดประตูห้องนอนออกไปดู ก็พบกับอุปกรณ์กายภาพบำบัดที่ใช้ดูแลผู้ป่วย วางอยู่ตามชั้นต่าง ๆ ที่นางใช้ศึกษาเรียนรู้ เดินไปอีกฝั่งด้านขวามือก็เห็นประตู เปิดออกไปก็เป็นห้องครัว มีอุปกรณ์การทำอาหารทุกอย่างอยู่ในนั้น รวมถึงอาหารและของกินมากมายในตู้เย็น

นางอยากเอาไข่และเนื้อหมูที่อยู่ในตู้เย็นออกมาทำอาหารให้หลี่เซิงกิน นึกถึงบ้านที่หลี่เซิงอยู่นั้น ร่างของนางก็กลับออกมาอยู่ข้างนอกในห้องนอนของหลี่เซิงโดยที่ไม่ทันตั้งตัว ในมือของนางยังคงถือไข่ไก่และเนื้อหมูอยู่

นี่คือของวิเศษติดตัวนางมาใช่ไหม? ถ้ามีของพวกนี้ก็ไม่ต้องอดตายแล้ว นางคิดถึงอุปกรณ์ทำแผลที่อยู่ในคอนโด ซินหลินเริ่มทดลองหายตัวกลับไปที่คอนโด และนางก็กลับมาอยู่ในห้องของคอนโดอีกครั้ง นางรู้สึกดีอย่างมาก ทำให้ความเศร้าใจที่เกิดขึ้นเบาบางลง

ซินหลินเดินไปที่ชั้นที่มีอุปกรณ์ทำแผลและยาหลากหลายชนิด นางเลือกหยิบเอายาที่จำเป็นออกมา ได้แก่ ยาแก้ปวด, ยาแก้อักเสบ และยากินฆ่าเชื้อ นางคิดว่าแผลตรงขาของหลี่เซิงควรได้รับการฆ่าเชื้อด้วยยาก่อนและหยิบเอาอุปกรณ์ทำแผลพร้อมทั้งผ้าพันแผลที่ฆ่าเชื้อแล้ว เมื่อคิดว่านางอยากออกไป ร่างกายของนางก็หายออกมาอยู่ที่เดิม

ตอนนี้ซินหลินเดินกลับเข้าไปในห้องของหลี่เซิงอีกครั้ง “ท่านเช็ดตัวเสร็จหรือยัง?” ซินหลินถามเขาที่หน้าห้อง

“เสร็จแล้ว” หลี่เซิงตอบกลับมานางออกไปไม่ดังมากนัก

นางได้ยินเสียงตอบกลับมา จึงเปิดประตูห้องเข้าไป สายตามองเห็นว่าร่างกายของเขาดูสะอาดขึ้นเล็กน้อย แต่ผมของเขายาวและมันมาก ‘ข้าอยากจับเขาสระผมเสียจริง’ แต่ก็ได้แค่คิด เพราะเขาคงไม่ยอม ซินหลินเดินเข้าไปเก็บกระถางใส่น้ำและผ้าออกมา

“ท่านอยากไปถ่ายหนักหรือถ่ายเบาไหม?” นางไม่รู้ว่าเวลาเขาถ่ายหนักเบาต้องทำอย่างไร

หลี่เซิงได้ยินที่หยางฉิงถาม เขาก็มองนาง เหมือนนางจำไม่ได้ว่าเขาต้องใช้ของอะไรในการดูแลตัวเองบ้าง “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าวางถังไม้ไว้ให้ข้าในห้อง?” แต่ก็ยังดีที่นางยกถังไม้เอาออกไปทิ้งให้เขาทุกวัน ถ้าไม่เช่นนั้นในห้องนี้คงเหม็นไปหมด

ซินหลินมองดูถังไม้ที่อยู่ใต้เตียงของเขา ถังไม้มีฝาปิดเอาไว้อย่างดีเพื่อปกปิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมา “ข้าขอเอาถังไม้ของท่านไปล้างก่อนนะ ท่านต้องใช้ตอนนี้หรือไม่?” นางอยากเอามันไปทิ้ง เพราะถังไม้นั้นช่างสกปรกและไม่ได้รับการทำความสะอาดที่ดีพอ

“เจ้าจะทำอะไรก็เอาไปเถอะ ข้ายังไม่จำเป็นต้องใช้ตอนนี้” วันนี้นางทำไมถามเขามากเสียจริง ทุกครั้งที่นางมาที่ห้องของเขา นางก็แทบจะไม่มองหน้าเขาเลยด้วยซ้ำ

“ถ้าอย่างนั้น ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว ท่านพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจะมาขอดูแผลของท่านทีหลัง” ตอนแรกนางอยากจะดูแผลตรงขาของเขาเลย แต่ตอนนี้นางอยากให้เขาพักผ่อนก่อนก็แล้วกัน

นางเดินเอาถังไม้เหม็น ๆ ออกไปทิ้งด้านนอก มองดูถังไม้ที่ดำเกินกว่าจะใช้งานได้อีก นางคิดถึงอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยที่อยู่ในคอนโด มันก็มีอุปกรณ์ที่ใช้ในเรื่องพวกนี้อยู่ นางเคยเอาพวกมันมาทำวิจัย โดยใช้วัสดุอื่นมาใช้ทดแทนสำหรับหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลจากผู้คน

‘ถ้าข้าเอาของพวกนั้นมาใช้ เขาจะสงสัยหรือไม่? เพราะของสิ่งนั้นมันดีเกินกว่าที่อยู่ในยุคนี้’

ซินหลินไม่คิดนานมากนัก ก็หายตัวกลับไปที่คอนโดและเอากระโถนสำหรับไว้ถ่ายหนัก กระบอกสำหรับถ่ายเบาที่ทำจากไม้อย่างดีเคลือบด้วยสารบางอย่างที่ทำให้เงา เวลาโดนสิ่งสกปรกก็จะทำให้ไม่เกิดเชื้อราหรือผุพังได้ง่าย มันพอดีกับยุคนี้ที่ส่วนมากของทุกอย่างจะเป็นไม้ ‘ถ้าเป็นไม้ เขาก็คงไม่สงสัยเท่าไหร่’ ถ้าเขาจะสงสัย นางก็จะบอกว่าหมอหลี่เทาให้มาก็แล้วกัน คงทนให้เขาใช้ของพวกนี้ไม่ได้หรอก ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเอารถเข็นมาให้เขาด้วย ‘ทำไมมันยุ่งยากขนาดนี้กันนะ!’

นางเลิกสนใจเรื่องน่าปวดหัวพวกนี้ ชีวิตต้องดำเนินด้วยท้อง หลี่เซิงยังไม่ได้กินข้าวเลย นางก็ด้วย ตั้งแต่ย้อนเวลากลับมา อาหารก็ยังไม่ได้ตกถึงท้องเลยสักอย่างเดียว ในตอนที่ทำอาหารอยู่ นางคิดเรื่องหลายอย่าง ทั้งเรื่องที่อยู่ในโลกเดิม และเรื่องที่อยู่ในปัจจุบัน ในเมื่อซินหลินคนเก่าไม่อยู่แล้ว นางก็จะใช้ชีวิตตอนนี้ให้ดี ต่อไปนี้นางคือหยางฉิง!

(ต่อไปนี้จะใช้ตัวเองเป็นหยางฉิงนะคะ)

หยางฉิงทำอาหารกว่าจะเสร็จก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว คงสำรวจอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้ แค่ดูแลหลี่เซิงคนเดียว นางก็แทบไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่น นางเอาเสื้อผ้าของหลี่เซิงกลับไปที่คอนโดของนาง นางเปิดใช้เครื่องซักผ้า นางเห็นว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างยังใช้งานได้ปกติ นางก็เอาเสื้อผ้าของเขาลงไปปั่นเอาไว้ นางลองเปิดประตูออกไปนอกคอนโด แต่ประตูห้องก็เปิดไม่ได้ ถึงกลับไปไม่ได้ แต่ห้องของนางก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรให้เธอเลย

หลังจากที่นางทำอาหารเสร็จแล้ว ก็เข้าไปอาบน้ำล้างตัวให้สะอาด นางยกอาหารที่ใส่จานในบ้านของหลี่เซิง ‘เขาจะได้ไม่สงสัย’ นำของที่เตรียมเอาไว้ทั้งสองอย่างเดินถือเข้าไปในห้องของหลี่เซิง เขามีสีหน้าที่อยากถามอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ไม่ได้ซักถามมันออกมา นางบอกว่าของที่นางได้มาจากไหน เขาก็เลิกถามไป ดูเหมือนว่าเขาไม่อยากพูดคุยกับนางมากกว่า

‘ไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุย แล้วใครจะอยากคุยกับเขากัน เหอะ! คิดว่าตัวเองหล่อมากมั่ง…’

หลังจากที่นางเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ตั้งแต่วันแรกที่ได้ทะลุมิติเข้ามา หยางฉิงล้มตัวลงนอนบนที่นอนนุ่ม ๆ พร้อมกับคิดว่าจะทำอะไรต่อไปดีในอนาคต ความรู้ก็มีแค่เรื่องกายภาพและรักษาได้บ้างเท่านั้น หรือจะไปรักษาคนเพื่อหาเงิน ‘ว่าแต่ยุคนี้มันยุคไหนกันนะ และยุคนี้ยังมีเรื่องฆ่าฟันกันอยู่หรือเปล่า?’ นางคิดอะไรหลายอย่างจนเผลอหลับไป

หลี่เซิงเขาสงสัยว่าหยางฉิงนางเปลี่ยนไปมาก นางทั้งดูแลเขาอย่างดี เขามองอาหารและของทั้งสองอย่างที่นางเอามาให้เขาใช้ ของทั้งสองอย่างนี้เขาไม่คุ้นเคยกับมันเลย แต่นางอธิบายสิ่งของต่าง ๆ ว่าเขาต้องใช้อย่างไร ซึ่งมันสะดวกกว่าถังไม้ที่เขาเคยใช้มาก ยังมีอาหารที่มีทั้งไข่และเนื้อหมู นางไม่เคยทำอะไรพวกนี้ให้เขากินมาก่อนเลย… เขาได้แต่เก็บความสงสัยเหล่านั้นเอาไว้…

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...