โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ระบบเจ้าภาษีนายอากรคืออะไร? ทำไมเฟื่องฟูในสมัยรัชกาลที่ 3

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 ก.พ. 2568 เวลา 08.14 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2568 เวลา 08.05 น.
เจ้าสัวทอง (รับบทโดย สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล) และบุญตา (รับบทโดย เมลดา สุศรี) ในละครเรื่อง “คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์” (ภาพจาก เฟซบุ๊ก : Ch3Thailand)

ระบบเจ้าภาษีนายอากรคืออะไร? ทำไมเฟื่องฟูในสมัยรัชกาลที่ 3

ในละครเรื่อง “คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์” มีการกล่าวถึงการประมูลภาษีอากรรังนก ซึ่งผู้ที่จะเข้าร่วมการประมูลคือ คุณฉิม (รับบทโดย สุรินทร คารวุตม์) พี่ชายของหลวงทุกขราษฎร์ หรือคุณฉาย (รับบทโดย ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์) กับเจ้าสัวทอง (รับบทโดย สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล) ซึ่งหากใครชนะการประมูล ก็จะเรียกกันว่า “เจ้าภาษีนายอากร”

“ระบบเจ้าภาษีนายอากร” หมายถึง การที่รัฐให้เอกชนประมูลจัดเก็บภาษีอากรแข่งกัน ผู้ที่เสนอผลประโยชน์ให้รัฐมากที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะการประมูล โดยจะต้องส่งเงินให้รัฐตามระยะเวลา และจำนวนเงินตามที่ตกลงกัน เจ้าภาษีนายอากรจึงเหมือนเป็นตัวแทนของรัฐในการจัดเก็บภาษีอากร โดยเจ้าภาษีนายอากรจะไปเรียกเก็บภาษีอากรนั้น ๆ กับราษฎรแทนรัฐนั่นเอง

ระบบเจ้าภาษีนายอากรเริ่มใช้มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ปรากฏชัดในสมัยรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ จนกระทั่งหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เรื่อยมาจนถึงรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 บ้านเมืองยังอยู่ในสภาพศึกสงคราม การจัดเก็บภาษีอากรจึงไม่เรียบร้อยนัก แต่ก็มีการจัดเก็บภาษีอากรอยู่บ้าง

กระทั่งในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เป็นต้นมา บ้านเมืองสงบร่มเย็น การจัดเก็บภาษีอากรจึงทำได้สะดวกยิ่งขึ้น

จวบจนสยามทำสนธิสัญญาเบอร์นีกับอังกฤษ ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ส่งผลให้รัฐลดการผูกขาดสินค้าโดยพระคลังสินค้า เป็นผลให้รัฐมีรายได้ลดลง ดังนั้นจึงต้องเรียกเก็บภาษีอากรใหม่อีกประมาณ 38 ประเภทเลยทีเดียว

สำหรับรังนกนั้น จัดเก็บภาษีอากรมาแล้วอย่างน้อยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 เพราะปรากฏว่ารังนกเป็นสินค้าต้องห้าม ต้องซื้อขายผ่านพระคลังสินค้าเท่านั้น

ในสมัยรัชกาลที่ 3 ปรากฏการเก็บภาษีอากรรังนกในหลายเมืองทางภาคใต้ เช่น ชุมพร ไชยา สงขลา และตรัง ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าภาษีนายอากรมักเป็นขุนนาง เช่น อากรรังนก และกุ้งแห้ง ของเมืองสงขลา พระยาสงขลาเป็นเจ้าภาษีนายอากร และอากรรังนก เมืองชุมพร และเมืองไชยา หลวงบรรจงวาณิชเป็นเจ้าภาษีนายอากร เป็นต้น นอกจากนี้ ชาวจีนผู้มั่งคั่งก็เป็นเจ้าภาษีอากรด้วยเช่นกัน

จอห์น ครอว์เฟิร์ด ทูตที่เดินทางเข้ามาในสยามสมัยรัชกาลที่ 2 บันทึกว่า ผลประโยชน์แผ่นดินที่ได้ในปีหนึ่งเป็นเงิน 2,226,000 บาท ในจำนวนนั้นเป็นเงินจากภาษีอากรรังนก 100,000 บาท หากเทียบกับภาษีอากรพริกไทยที่ได้เงินมากถึง 320,000 บาท ก็นับว่าผลประโยชน์ต่างกันมาก แต่ก็นับว่าภาษีอากรรังนกเป็นอีกหนึ่งรายได้ของสยามที่สร้างผลประโยชน์ได้ดีมากทีเดียว

ระบบเจ้าภาษีนายอากรมีประโยชน์ต่อรัฐในแง่ที่รัฐไม่ต้องลงไปจัดเก็บภาษีอากรด้วยตนเอง ไม่ต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรในการจัดตั้งหน่วยงานเก็บภาษีเอง อย่างในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการจัดเก็บภาษีอากรประเภทใหม่ ๆ กว่า 38 ประเภท หากรัฐเป็นผู้จัดเก็บภาษีเองก็จะสร้างความยุ่งยาก นอกจากนี้ ระบบการจัดเก็บภาษีเช่นนี้ทำให้รัฐมีรายได้ที่ประจำและแน่นอน จึงสามารถกำหนดรายจ่ายได้สะดวกขึ้น

แต่ระบบเจ้าภาษีนายอากรก็มีข้อเสียเช่นกัน การประมูลบางครั้งอาจเกิดการทุจริต ติดสินบน คดโกง หรือที่เรียกว่าฮั้วประมูล ผู้ร่วมประมูลอาจร่วมมือกันทำให้ราคาประมูลหรือผลประโยชน์นั้นต่ำกว่าความเป็นจริง รัฐจึงสูญเสียรายได้ไปมหาศาล หรือบางกรณีราคาประมูลสูงลิ่ว รัฐได้ผลประโยชน์มากก็จริง แต่เจ้าภาษีนายอากรก็ต้องไปขูดรีดจากราษฎรอีกทอดหนึ่ง

ระบบการจัดเก็บภาษีอากรเช่นนี้จึงยกเลิกในเวลาต่อมา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

หนังสือ “ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาคที่ 16 ตำนานภาษีอากรบางอย่าง”

หนังสือ “พระราชพงษาวดาร กรุงรัตนโกสินทร รัชกาลที่ 2”

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ระบบเจ้าภาษีนายอากรคืออะไร? ทำไมเฟื่องฟูในสมัยรัชกาลที่ 3

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...