‘หูเย่เทา’ เทรนนีจีนจาก CHUANG ASIA SS2 ผู้โอบรับด้าน Feminine ของตัวเองในรายการเฟ้นหาบอยกรุ๊ป แต่ไม่ได้แปลว่าใครจะมีสิทธิ์บังคับให้เขาเป็นเพศอะไร
กลับมาครั้งนี้ มาเพื่อปล่อยของรัวๆ ไม่มีคำว่าแผ่ว ไม่มีคำว่าจม ฟาดเท่านั้น! กับเทรนนีน่าจับตาผู้มาพร้อมความสามารถและคาริสม่าอันประจักษ์ ‘หูเย่เทา’ (HU YETAO, 胡烨涛) จากประเทศจีน ที่ก่อนหน้านี้ใครติดตามรายการเซอร์ไววัล CHUANG 2021 คงจะจำเทรนนีที่มีความเป็นตัวเองสูงคนนี้ได้อย่างแน่นอน และล่าสุดเขาก็ได้ปรากฏตัวอีกครั้ง เพื่อทำตามฝันในการเป็นไอดอลให้สำเร็จ ใน CHUANG ASIA SEASON 2 รายการเฟ้นหาเทรนนีชายทั่วเอเชียเพื่อปั้นวงบอยแบนด์นานาชาติวงใหม่ ที่บอกเลยว่าหูเย่เทาไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาด้วยเอเนอร์จี้เต็มสูบ แรงดีไม่มีตก จนเรียกเสียงชื่นชมจากทั้งเมนเทอร์ในรายการ และแฟนๆ ทั้งที่เคยรู้จักเขาอยู่แล้ว หรือเพิ่งรู้จักกันผ่านรายการนี้ก็โดนตกไปตามๆ กัน ซึ่งนำพาให้เขากลายเป็นหนึ่งในเทรนนีที่ติดท็อปแรงค์ทุกสัปดาห์ตั้งแต่รายการออนแอร์
เย่เทาเขียน Hobby ของตัวเองในรายการไว้ว่า Dancing, Beauty และ Sexy! นั่นทำให้เสน่ห์ที่ Outstanding และทำให้คนจดจำได้ง่ายๆ ของเย่เทา ท่ามกลางเทรนนีชายมากหน้าหลายตา คือความมั่นใจใน ‘ตัวตน’ ของตัวเองที่มีความ ‘Feminine’ ซึ่งเผยให้แฟนๆ เห็นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องฝืนเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ใครมาชอบ แต่ยืนยันที่จะเชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองเป็นนั่นแหละ จะทำให้คนอื่นหลงรักได้ และแฟนๆ ก็ให้ความอบอุ่นและรักเขาที่เขาเป็นเขาแบบนั้นจริงๆ
ไม่ว่าจะความน่าเอ็นดูของเขาจากซีนที่เพิ่งสร้างไวรัลเดินแบบ Victoria’s Secret โชว์ให้เมนเทอร์ LISA ดูในรายการแบบสับๆ จนเรียกเสียงกรี๊ดจากเธอ และทำให้เย่เทาได้เกรด A จากลิซ่าไปครอง! การแสดงบนเวทีที่ดึงเสน่ห์ทั้งเสียงร้อง ไลน์เต้นอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และความสวยของตัวเองที่สร้างเรื่องทำให้เมนเทอร์ BAMBAM (แบมแบม กันต์พิมุกต์) โดนตกเข้าเต็มๆ และออกปากชมว่า “ดูใกล้ๆ เขายิ่งสวยนะครับ” รวมถึงการที่เย่เทาเรียกตัวเองว่าเป็น ‘เจ้าหญิง’ และตามหาเจ้าชายบนเวทีว่า “ฉันเป็นเจ้าหญิง ใครอยากมาเป็นเจ้าชายของฉันบ้าง” ซึ่งทำให้เทรนนีชายต่างยกมือกันเพียบและแบมแบมเองก็ด้วย
มองแบบนี้ การที่เรื่องเพศถูกพูดอย่างเปิดกว้างในรายการที่ฉายในประเทศไทยทางช่อง 3 (และดูเวอร์ชันเต็มทาง WeTV) ก็ดูเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร แต่หากถอยออกมา และมองว่านี่เป็นรายการจากจีน ที่เรื่องความหลากหลายทางเพศยังเป็นโจทย์ท้าทายอยู่ไม่น้อยในสังคมจีน การได้เป็นตัวเองในรายการอย่างเต็มที่ของเย่เทา และคนรอบข้างในรายการก็ทำให้ความเป็นตัวเองของเขาเป็นเรื่อง ‘ปกติ’ ก็ยิ่งทำให้แฟนๆ รู้สึกอิ่มเอมใจที่เห็นเขามีความสุขกับการได้เป็นตัวเองแบบนี้สุดๆ เพราะที่ผ่านมาเย่เทาก็เป็นคนหนึ่งที่โดนตั้งคำถามอยู่ไม่น้อยเกี่ยวกับอัตลักษณ์ทางเพศของตนในประเทศจีน จากการออกสาวของเขา และต่างคาดเดานิยามทางเพศของเขากันไปต่างนานา โดยที่ตัวเขาเองไม่ได้รู้สึกว่าอยากให้คนอื่นมานั่งนิยามกันไปเองแบบนี้เลย
เย่เทามักโดนพูดถึงว่าไม่แมน จากการแต่งหน้าหวานๆ ทั้งที่กรอบของความแมนในอุดมคติ ก็ล้วนเป็นสิ่งที่คนในสังคมสร้างกันมาเองว่านิยามความเป็นชายควรจะเป็นแบบไหน ทั้งที่มันไม่ควรจะถูกกำหนดไว้แค่แบบใดแบบเดียวตั้งแต่แรก ซึ่งเย่เทาก็มักจะใช้เสียงของตัวเองพูดถึงประเด็นการแต่งหน้าอยู่เสมอ เช่นใน CHUANG 2021: Vlog เย่เทาก็มาทำคลิปสอนแต่งหน้า และแสดงความคิดเห็นบอกทุกคนว่า “ในความคิดของผม การแต่งหน้ามันไม่ได้เกี่ยวกับอะไรกับเพศเลย มันเป็นเพียงสิ่งที่สามารถทำให้เรามั่นใจมากขึ้น และช่วยให้เราดูดีขึ้นก็เท่านั้น”
หรือการที่ช่วงหนึ่งเขาเคยไว้ผมยาวและแต่งหญิงใช้ชีวิตประจำวันอย่างปกติ ก็มีคนเข้ามาสงสัยถึงเพศของเขาเป็นจำนวนมาก และครั้งหนึ่งเขาก็เคยตอบกลับในไลฟ์เป็นภาษาจีน ซึ่งก็มีบ้านแฟนคลับของเขา @foryetao ที่ซัพพอร์ตเขามาตั้งแต่ปี 2021 ได้ทำคลิปเป็นซับภาษาอังกฤษให้แฟนๆ ทั่วโลกได้รับรู้ถึงสิ่งที่เขาพูด ซึ่งเย่เทาได้อ่านคอมเมนต์ที่ถามว่า “เป็นทรานส์เหรอ?” และตอบกลับว่า “ฉันไม่ใช่ทรานส์เจนเดอร์ ฉันเป็นผู้ชาย” และแสดงความรู้สึกต่อเรื่องนี้ว่า “มันเหมือนเป็นเรื่องสำคัญมากอันดับต้นๆ ที่คนเขาอยากจะรู้กันให้กระจ่างให้ได้เลย เหมือนแบบ ฉันต้องพูดว่าอยากเป็นผู้หญิงใช่ไหมถึงจะพอใจ? เขาจะพอใจกันก็ต่อเมื่อฉันพูดว่าฉันเป็นทรานส์ เขาจะพอใจกันก็ต่อเมื่อฉันพูดในสิ่งที่เขาอยากได้ยิน” แม้ในความจริงเขาจะยืนยันชัดเจนว่าเขาไม่ใช่ทรานส์ และไม่ได้อยากเป็นผู้หญิง
จริงๆ แล้ว ไม่ว่าเย่เทาจะเป็นอะไร หากคนในสังคมมีความตระหนักรู้ว่าเรื่องเพศในปัจจุบันนั้นมีอยู่หลายมิติ และความหลากหลายทางเพศก็ล้วนเป็นเรื่องปกติเสมอ ความอยากรู้อยากเห็น หรือความรู้สึกอยากคาดคั้นเอาคำตอบจากปากให้ได้ว่า “เขาเป็นอะไร” จะไม่เกิดขึ้นแต่แรก ซึ่งในกรณีนี้ชัดเจนว่า การเป็นตัวเองของเขาได้สร้างความสงสัยในวงกว้าง เพราะผู้คนก็ยังคาดหวังที่จะรู้นิยามทางเพศของคนอื่นโดยไม่สนเลยว่า เจ้าตัวอยากเปิดเผยหรือไม่ หรือจะอึดอัดใจไหมที่ถูกยิงคำถามแบบนี้ ที่เหมือนบังคับให้เขาต้องพูดบางอย่างตลอดเวลา
“ในความเป็นจริง ทุกคนมีความแตกต่างกัน ฉันก็แค่ออกมาพูดเพื่อตัวเองเท่านั้น เพราะฉันแค่คิดว่าฉันดูดีในแบบที่ตัวเองเป็นอยู่ตอนนี้ ฉันแค่ชอบแต่งตัว มันมีปัญหาตรงไหน? วันนี้ฉันอาจจะอยากไว้ผมยาว พรุ่งนี้ฉันอาจจะอยากไว้ผมสั้น มันก็เป็นเรื่องปกติ ใช่ไหมล่ะ?” พร้อมกับย้ำว่า “ทำไมเราต้องนิยามกันไปซะทุกอย่างด้วยล่ะ”
ท้ายที่สุด เราคงต้องทำความเข้าใจกันว่า การแสดงออกทางเพศไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าคนคนหนึ่งจะมีอัตลักษณ์ทางเพศแบบใด หรือมีนิยามทางเพศแบบใด ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปตัดสินว่าคนคนนั้นเป็นเพศอะไร หรือจะต้องอยากรู้ว่าเขาเป็นเพศอะไรจนแสดงความคิดเห็นเสียมารยาทเพื่อถามเขา ซึ่งทำให้คนที่โดนถามรู้สึกอึดอัดใจได้ ฉะนั้นแล้ว เรื่องของเพศเป็นเรื่องส่วนตัว ที่ถ้าการไม่รู้ว่าคนคนหนึ่งเป็นเพศอะไร ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนต่อชีวิตเจ้าตัว ชีวิตเรา หรือชีวิตใคร ก็ไม่เห็นว่าจะมีเหตุผลอะไรที่คนคนหนึ่งจะต้องมานั่งอธิบายถึงเพศของตัวเองหากไม่ได้สะดวกใจที่จะพูดเพราะเป็น ‘เรื่องส่วนตัว’
สามารถติดตามและส่งกำลังใจให้หูเย่เทาได้ในรายการ CHUANG ASIA SEASON 2 และอินสตาแกรม @h_yetao
อ้างอิง:
https://www.instagram.com/h_yetao
https://youtu.be/s48QgsaAdHQ?si=1MNJxZ0HZpgQNYij
https://twitter.com/foryetao/status/1885242050981093462
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ‘หูเย่เทา’ เทรนนีจีนจาก CHUANG ASIA SS2 ผู้โอบรับด้าน Feminine ของตัวเองในรายการเฟ้นหาบอยกรุ๊ป แต่ไม่ได้แปลว่าใครจะมีสิทธิ์บังคับให้เขาเป็นเพศอะไร
- Mikey Madison กล่าวสปีชเพื่อ sex worker บนเวทีออสการ์ หลังรับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์ Anora
- ผมยาวๆ ที่ทำให้อยากตื่นไปเรียนของ ‘ไฟฟ้า’ นักเรียนหญิงข้ามเพศจากซีรีส์ GELBOYS ตัวละครที่บันทึกความน่ายินดี ในวันที่บางโรงเรียนไทยให้ทรานส์ไว้ผมได้ตามใจต้องการ
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com