โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ปิดตำนานผับจิ้นหลิง! ด่วน ศาลยกฟ้อง "ตู้ห่าว-อดีตเมียตร.-และพวกรวม 19 คน"

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 11 ก.พ. 2568 เวลา 08.30 น.

ปิดตำนานผับจิ้นหลิง! ด่วน ศาลยกฟ้อง "ตู้ห่าว-อดีตเมียตร.-และพวกรวม 19 คน" ในคดีอาชญากรข้ามชาติ-ฟอกเงินและยาเสพติด ชี้พยานหลักฐานมีน้ำหนักไม่เพียงพอ

เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2568 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอ่านคำพิพากษา คดี ย.87/2566 ที่สำนักงานอัยการฝ่ายคดียาเสพติด 4 เป็นโจทก์ ฟ้องนายฮวง ไฮ่เท่า จำเลยที่ 1 นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว จำเลยที่ 2 , พ.ต.อ.หญิง วันทนารีย์ กรณ์ชายานันท์” ตำแหน่ง ผกก.ฝ่ายความร่วมมือและกิจการระหว่างประเทศ กองการต่างประเทศ อดีตภรรยาของตู้ห่าว เป็นจำเลยที่ 8 กับพวกรวมกันเป็นจำเลยที่ 1-25

ในความผิดฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดในลักษณะขององค์กรอาชญากรรม , ร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 และประเภท 4 โดยไม่ได้รับอนุญาต , สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน

เป็นอั้งยี่มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ , ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต , ร่วมกันรับคนต่างด้าวทำงานโดยคนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตให้ทำงาน และร่วมกันให้เข้า พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

กรณีเมื่อวันที่ 26 ต.ค.65 ตำรวจ บช.น. นำกำลังเข้าตรวจค้นผับ “จินหลิง” ย่านสาทร พบและยึดยาเสพติดประเภท 1 ,2 และ 4 พร้อมอุปกรณ์การเสพหลายรายการ และอาวุธปืน จากการสอบสวนพบเป็นเครือข่ายของกลุ่มทุนจีนสีเทา โดยมีนายตู้ห่าว จำเลยที่ 1 กับพวกจำเลย ร่วมกันกระทำความผิด โดยศาลรวมการพิจารณา 3 สำนวนเป็นคดีเดียวกัน โดยจำเลยที่ 1, 4 และ 5 ขอ กลับคำให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

โจทก์ฟ้องว่า ตั้งแต่เดือน เม.ย.63- 1 พ.ย.65 จำเลยร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์อาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันกระทำผิดร้ายแรง ได้มาซึ่งทรัพย์สิน มุ่งหมายการอันมิชอบด้วยกฎหมาย โดยจำเลยทั้ง 25 ร่วมกันวางแผน แบ่งหน้าที่กันทำ โดยนำคนกัมพูชามาทำงาน และให้คนจีนมาเที่ยวในแหล่งบันเทิงที่จำเลยร่วมกันเปิด มีการจำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ มียาเสพติด เมทแอมเฟตามีน , คีตามีน , ไนเมตาซีแพม , โคลนาซีแพม , สารซีเมทิลีน เพื่อการค้า โดยมีการจัดเป็นชุด จำเลยที่ 1-7 , 9-12 , 16 , 17 , 19 และ 21 ร่วมกับพวกที่หลบหนี ร่วมกันจัดหาเงินทุนเพื่อจัดซื้อยาเสพติด สถานที่เสพ สถานที่เก็บยาเสพติด ชักชวนลูกค้าจากต่างประเทศมาเที่ยวและเสพยา

โดยจำเลยกระทำผิดฐานฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน มีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกว่า 300 ครั้ง เพื่อปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด มีปืนแบลงก์กัน เครื่องกระสุนปืน ร่วมกันเปิดสถานบริการ “จินหลิง” โดยไม่ได้รับอนุญาต และรับคนต่างด้าว 27 คน มาทำงานโดยผิดกฎหมาย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์นำพยานบุคคลเป็นตำรวจ เจ้าหน้าที่ป.ป.ง.และป.ป.ส.เข้าเบิกความ ว่าช่วงปลายเดือน ก.ย.65 เกิดเหตุนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนเสียชีวิต จากการเสพยาเสพติดที่สถานบริการท็อปวัน ย่านรัชดาภิเษก ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีความเชื่อมโยงกับสถานบริการ จินหลิง จึงเป็นเหตุให้ขอหมายศาลเข้าตรวจค้น เมื่อวันที่ 26 ต.ค.65 พบว่าเป็นสถานบริการที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้าไปเที่ยวเสพยาเสพติด โดยมีการนัดหมายผ่านโปรแกรม WeChat และ telegram มีการดัดแปลงอาคารเป็นห้องคาราโอเกะ 12 ห้อง

พบนักเที่ยวเป็นชาวต่างด้าวส่วนใหญ่เป็นชาวจีนจำนวน 200 คนมีจำนวน 100 คนที่พบปัสสาวะสีม่วงมีคนไทยคนจีนและเมียนมาเป็นพนักงาน พบว่า ตู้ห่าว จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองอาคารจินหลิง โดยพบบัญชีของธนาคารในการชำระเงินค่าบริการและจ่ายค่ายาเสพติด และโอนเข้าบัญชีแถวที่ 1 บัญชีแถวที่ 2 จำนวน 16 บัญชีแถวที่ 3 และแถวที่ 4 ซึ่งบัญชีดังกล่าวมีลักษณะเป็นบัญชีม้า โดยมีบุคคลอื่นทำธุรกรรมแทนชื่อเจ้าของบัญชีและมีการโอนเงินเกี่ยวพันกับร้านท็อปวัน

เห็นว่า ทางนำสืบของโจทก์ที่ว่าจำเลยทั้ง 25 เป็นอั้งยี่และเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาตินั้น โจทก์ไม่ได้แสดงพยานหลักฐานให้เห็นว่า จำเลยทั้ง 25 มีการสั่งการหรือควบคุมการกระทำความผิดในสถานที่ใด ตั้งแต่เมื่อใดถึงเมื่อใด แบ่งหน้าที่กันอย่างไร ได้ความแต่เพียงว่า ก่อนเข้าจับกุม 2 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถแฝงตัวเข้าไปภายในร้านจินหลิงได้ จึงต้องขอศาลออกหมายค้นเข้าตรวจค้น พยานหลักฐานในเรื่องการเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติจึงมีน้ำหนักน้อย

ฟังได้ว่าในการตรวจค้นที่ร้านดังกล่าวพบชาวต่างด้าวและยาเสพติด เจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานยึดยาเสพติด ปืนแบลงค์กันและวิทยุสื่อสาร แม้จำเลยที่ 1, 4 และ 5 แม้ให้การรับสารภาพในข้อหานี้ แต่ก็ไม่สามารถลงโทษในความผิดฐานองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติได้

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำผิดเรื่องการสมคบกันค้ายาเสพติดประเภทที่ 1, 2 และ 4 หรือไม่ เห็นว่า ขณะเข้าตรวจค้นไม่พบ ตู้ห่าว จำเลยที่ 2 อยู่ในที่เกิดเหตุ ที่โจทก์เบิกความว่า ตู้ห่าว เป็นผู้ครอบครองร้านในฐานะผู้เช่า เห็นว่าในทางนำสืบของโจทก์ จำเลยที่ 2 ได้รับโอนเช่าร้านจินหลินเมื่อปี 2562 ในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 จากนายสิทธิกรซึ่งเป็นลูกหนี้มีกำหนดเช่า 3 ปี แทนการชำระหนี้เงินกู้ให้แก่จำเลยที่ 2 ครบกำหนด 3 ปีตามสัญญาเช่าเมื่อปี 2564 อาคารดังกล่าวจึงไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 2 โดยโจทก์ไม่ได้นำตัวนายสิทธิกรมาเบิกความเพื่อให้ทนายความจำเลยที่ 2 ซักค้านอีกด้วย

จำเลยที่ 1 ,4 และ 5 ให้การรับสารภาพว่าเป็นพนักงานภายในร้านจินหลิง ดูแลห้องเก็บสินค้าซึ่งเป็นห้องที่เก็บยาเสพติดนำไปจำหน่ายในห้องคาราโอเกะ ลักษณะของร้านมีลักษณะปกปิด ต้องนัดหมายก่อนถึงเข้าไปเที่ยวได้ และยาเสพติดที่พบมีปริมาณมาก มีเมทแอมเฟตามีน 1,063.314 กรัม และมีเคตามีน 2,709.985 กรัม เป็นอาชญากรรมร้ายแรงส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ และจำเลยที่ 1 , 4 และ 5 ยังมีความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองด้วย

จำเลยที่ 5 ยังมีความผิดฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต , ร่วมกันรับคนต่างด้าวทำงานโดยคนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตให้ทำงาน และร่วมกันให้เข้า พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

ส่วนจำเลยที่ 7 , 11 และ 12 มีความผิดฐานสนับสนุนให้มีการจำหน่ายยาเสพติด สถานที่เก็บยาเสพติด และสถานที่เสพยาเสพติด

โดยจำเลยทั้ง 25 ไม่มีความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน เนื่องจากโจทก์ไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่า เงินที่มีการโอนไปมา หลังวันที่ 26 ต.ค.65 เป็นเงินจากการกระทำความผิดค้ายาเสพติดหรือไม่ จึงมีความสงสัยตามสมควร ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยทั้ง 25

พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และ 4 มีความผิด 5 กระทง ฐานร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 และประเภท 4 โดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษจำคุกคนละ 27 ปี 6 เดือน ปรับคนละ 1,790,000 บาท

จำเลยที่ 5 มีความผิด 8 กระทง คงจำคุกเป็นเวลา 28 ปี 12 เดือนปรับ 2,600,000 บาท

จำเลยที่ 7 , 11 และ 12 มีความผิด 4 กระทง ในข้อหาสนับสนุนช่วยเหลือจัดหาสถานที่ในการจำหน่ายยาเสพติดประเภท 1 , 2 และ 4 คงจำคุกคนละ 21 ปี 24 เดือน ปรับคนละ 1,766,66.66 บาท ส่วนจำเลยอื่นให้ยกฟ้อง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...