โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนไทยไว้ “ผมเปีย” แบบคนจีน หนีการเกณฑ์แรงงานสมัยรัชกาลที่ 4 แต่ทางการรู้ทัน!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 04.02 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 01.00 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - การพนันข้างถนน-ภาพถ่ายที่กวางตุ้ง ใน ค.ศ. 1868 (พ.ศ. 2411) โดย John Thomson

คนไทยไว้ผมเปีย หนีการเกณฑ์แรงงานสมัย ร.4 แต่ทางการรู้ทัน!

เรื่องคนไทยไว้ผมเปียนี้ ไม่ใช่คนไทยเผ่าใดเผ่าหนึ่ง หรือคนไทยที่ไปอยู่เมืองจีนเป็นเวลานานจนซึมซับวัฒนธรรมจีน (แมนจู) แต่เป็นคนไทยทั่ว ๆ ไปนี้เองที่ไว้เปียด้วยเหตุผลบางประการ นั่นคือการหลบเลี่ยงการเกณฑ์แรงงานเป็นไพร่หลวง

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2401 สมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4ราชการได้ออกประกาศให้ราษฎรทั้งจีนและไทยทราบโดยทั่วกันว่า จะมีการ “ผูกปี้”ข้อมือชาวจีนในสยาม เพื่อเก็บภาษีแทนการเกณฑ์แรงงานจากชาวจีน

วิธีการผูกปี้มีขั้นตอนคือ ข้าราชการในกรมพระคลังมหาสมบัติจะให้ชาวจีนมาจ่ายเงินแล้วผูกเชือกสีแดงที่ข้อมือ จากนั้นใช้ครั่งกดตรงปมเชือกประทับตราของทางราชการ แล้วออกใบฎีกาเป็นหลักฐานว่าผ่านการผูกปี้อย่างเป็นทางการแล้ว

สำหรับชาวจีนที่ไม่ได้ “สักเลก”ซึ่งเป็นเครื่องหมายระบุสังกัดว่าขึ้นตรงต่อใครหรือหน่วยงานใด และไม่อยู่ในทะเบียนหางว่าว กรมพระสัสดีจะเกณฑ์ให้มาเป็นแรงงานในพระนคร 1 เดือน หรือจ่ายเงินคนละ 1 ตำลึง กับค่าฎีกาอีก 1 สลึง แลกกับผูกปี้เพื่อไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงาน

หากคนจีนไม่ยอมผูกปี้ จะขอแต่ใบฎีกาเปล่า ๆ จะต้องเสียเงินค่าจ่ายราชการ 1 ตำลึงกึ่ง (ครึ่ง) จ่ายค่าฎีกาอีก 2 สลึง หรือถ้าผูกปี้ปลอมแล้วถูกจับได้ จะต้องโดนปรับเป็นเงิน 10 ตำลึง ส่วนผู้รู้เห็นหรือรับผูกปี้ปลอม จะต้องพระราชอาญาถูกโบย 50 ที แล้วส่งไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง

นั่นเป็นกฎสำหรับชาวจีน ซึ่งเมื่อดูค่าใช้จ่ายแล้วยังนับว่าอยู่ในเกณฑ์ที่พอจะ “จ่ายไหว” ชาวจีนจึงเลือกผูกปี้แทนการเป็นแรงงาน

หากแต่สมัยนั้นยังมีการ “หลบเลี่ยง” การเป็นไพร่หลวงของคนไทย ด้วยการแปลงร่าง “แปลงศีรษะ” ไว้ผมเปียเป็นคนจีน เพื่อจะได้ไม่ต้อง “เข้าเดือน” รับใช้ราชการ เพราะแม้แต่เงินค่าผูกปี้ก็น้อยกว่าเงินที่จ่ายแทนการเป็นแรงงานให้หลวง

อย่างไรก็ตาม ราชการรู้เท่าทันเรื่องนี้ ดังมีประกาศกำหนดและปรับกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินจากถึงคนไทยที่ไว้ผมเปีย อันเป็นผลมาจากพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ของรัชกาลที่ 4 ดังตอนหนึ่งของประกาศว่า [ปรับย่อหน้าใหม่โดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม]

“…ไทยมิใช่จีนสูบยาฝิ่น ไว้ผมเป็นจีนเพื่อจะให้พ้นจับนั้น แต่ก่อนได้ประกาศไว้ว่า ถ้ายังไม่ได้สัก ให้เสียเงินผูกปี้ปีละ ๕ ตำลึง สามปีเป็นเงิน ๑๕ ตำลึง ค่าฎีกาสามตำลึง แต่ที่สักแล้วนั้น ให้เสียแต่คนละตำลึงกึ่ง ค่าฎีกาสลึงเฟื้อง แลในปีเถาะ สัปตศกนั้น พวกไทยสูบยาฝิ่นไว้เปียเป็นจีนนั้นติดเกะกะเกียดโกงไปเป็นอันมาก ผู้ที่ยอมเสียเงินให้สิบห้าตำลึง แลตำลึงกึ่งตามประกาศนั้นน้อยตัว

เพราะฉะนั้น ในคราวผูกปี้ครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า คนไทยสูบยาฝิ่นพวกนั้น ซื่อตรงต่อพระราชบัญญัติ แลความที่เสนาบดีพร้อมใจกันบังคับคนไปนั้น แล้วทำตามโดยง่ายไม่คิดออด ๆ แอด ๆ คิดล่วงหน้าถือตัวว่ารู้เท่ารู้ทัน แลไม่ถือตัวว่าตัวเป็นพวกชาวสวรรค์กินทิพย์ หาความสุขหารัดหาเปรียบดังคนสูบฝิ่นอื่น ๆ เป็นอันมากนั้น ทรงยินดีแก่พวกนั้นที่ได้สารภาพตัวยอมไว้เปียเป็นจีน แล้วเสียเงินคราวผูกปี้ตามบังคับไป เต็มตามคำประกาศ

ในคราวผูกปี้จีนปีเถาะ สัปตศกนั้น แลครั้งนี้โปรดเกล้า ฯ สั่งว่า พวกคนไทยที่ไว้เปียเป็นจีนเพราะสูบฝิ่น ที่ได้เสียเงินเต็มสิบห้าตำลึงโดยที่ในครั้งก่อนแล้วนั้น ให้เสียแต่ห้าตำลึงเท่านั้น อีกสิบตำลึงยกพระราชทานให้เป็นรางวัล เพราะความซื่อตรงในครั้งก่อน

แลคนสูบฝิ่นไว้เปียเป็นจีนที่ได้สักแล้วครั้งก่อน ได้เสียเงินตำลึงกึ่งตามบังคับไปโดยง่ายในครั้งก่อนนั้น ครั้งนี้ให้เสียแต่กึ่งตำลึงเท่านั้น ตำลึงหนึ่งยกพระราชทานให้เป็นรางวัลดังว่าแล้ว

ถ้าคนที่โปรดในครั้งนี้ให้เสียแต่ห้าตำลึงนั้น ถ้าไม่ยอมเสียเงินก็ให้ทำเองหรือจ้างคนแทนตัว จ่ายใช้ราชการ ๑๐๐ วัน คนที่สักแล้วจะต้องเสียกึ่งตำลึงให้ครั้งนี้นั้น ถ้าไม่ยอมเสียเงินก็ให้รับจ่ายใช้ราชการแต่สิบวัน แลคนไทยสูบยาฝิ่นไว้เปียเป็นจีน ครั้งก่อนยังไม่ได้สัก จะต้องเสียแต่สิบห้าตำลึงไปแล้วนั้น ถ้าในครั้งนี้เป็นคนสักแล้ว ก็ให้เสียแต่กึ่งตำลึง หรือทำการแต่ ๑๐ วัน ดังที่คนสักแล้วได้เสียแต่ตำลึงกึ่งในก่อนนั้น…”

ทั้งนี้ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ลดค่าเรียกเก็บต่าง ๆ นั้นจำกัดเฉพาะคนไทยไว้ผมเปียกลุ่มที่ยอมจ่ายครบถ้วนพระราชกฤษฎีกาฉบับก่อนเท่านั้น ส่วนคนอื่นที่หลบเลี่ยงไม่ยอมจ่าย ไม่โปรดฯ ให้ลดยอดจากที่เคยเรียกเก็บ ส่วนค่าฎีกาก็ให้เสียเหมือนคนจีนทั่วไป คือผูกปี้เสียคนละ 1 สลึง ขอแต่ใบฎีกาเสีย 2 สลึง

นี่จึงเป็นหลักฐานการไว้ “ผมเปีย” อย่างเป็นล่ำเป็นสันของชายไทยสมัยก่อน คงเป็นภาพที่ชวนฉงนอยู่ไม่น้อยที่ร้อยกว่าปีก่อนจะมีชายฉกรรจ์ผิวคล้ำไว้ผมเปียแบบแมนจู แต่พูดจีนไม่ได้สักคำ (ฮา)

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ประยุทธ สิทธิพันธ์. (2506). ศาลไทยในอดีต.กรุงเทพฯ : สาส์นสวรรค์. (ห้องสมุดดิจิทัลวัชรญาณ)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 เมษายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนไทยไว้ “ผมเปีย” แบบคนจีน หนีการเกณฑ์แรงงานสมัยรัชกาลที่ 4 แต่ทางการรู้ทัน!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...