โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

พบสารหนูในแม่น้ำกก เชียงใหม่ กระทบสุขภาพ การท่องเที่ยว คาดมาจากเหมืองทองในจีนเมียนมา

The MATTER

เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 08.38 น. • Brief

ชาวเชียงใหม่จะทำอย่างไร เมื่อ ‘แม่น้ำกก’ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ใช้อุปโภคบริโภค ตรวจพบว่าปนเปื้อนสารหนูเกินค่ามาตรฐาน โดยคาดว่ามาจากการทำเหมืองทองจีนในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา แต่จนถึงตอนนี้หลายฝ่ายก็ยังรอถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน

เพื่อติดตามสถานการณ์นี้ The MATTER ชวนทำความเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเชียงใหม่ไปด้วยกัน

19 มีนาคม 2568 สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) หรือ สคพ.1 กับคณะทำงานฯ ระดับอำเภอ ได้ลงไปเก็บตัวอย่าง น้ำในแม่น้ำกก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

เจ้าหน้าที่เน้นเก็บตัวอย่างในจุดที่ชาวบ้านอยู่อาศัยหรือใช้ประโยชน์ 3 จุด คือ บริเวณบ้านแก่งตุ้มห่างจากเขตแดนไทย-เมียนมา 500 เมตร บริเวณสะพาน บ้านท่าตอน ห่างจุดแรก 9 กิโลเมตร และบริเวณผาใต้ ห่างจากสะพาน บ้านท่าตอน 10 กิโลเมตร

ชาวบ้านมีความกังวลว่า เนื่องจากในประเทศใกล้เคียงอย่างเมียนมา มีการทำเหมืองทอง ซึ่งอาจพบไซยาไนด์ รวมถึงโลหะหนักบางกลุ่ม อย่างสารอาร์เซนิกหรือสารหนู ดังนั้นการตรวจสอบจะมุ่งที่สารสองกลุ่มนี้

4 เมษายน 2025 ผลตรวจที่ออกมาระบุว่า ไม่พบไซยาไนด์ โดยคาดว่าเป็นเพราะไซยาไนด์อาจสลายตัวเร็วจากการถูกแสงแดดและความร้อนจากอากาศ

ทั้งนี้ ผลตรวจพบสารหนูเกินมาตรฐานทุกจุด โดยเฉพาะบริเวณแก่งตุ้ม พบสารหนูมีค่า 0.026 มิลลิกรัมต่อลิตร ในขณะที่ค่ามาตรฐานควรพบไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตรเท่านั้น ดังนั้นจึงถือเป็นระดับที่อาจเริ่มมีผลกระทบต่อการสัมผัสหรือนำไปใช้

ผลกระทบที่อาจเกิด เรียกว่า ไข้ดำ โดยคนที่สัมผัสสารหนู ผิวหนังจะเกิดจุดสีดำ และระคายเคือง นอกจากนั้นยังอาจอาหารเป็นพิษ หรือหากสัมผัสมากๆ ก็อาจเกิดมะเร็งได้ จากผลตรวจและคำเตือนที่ส่งไปถึงประชาชน ทำให้บรรยากาศในช่วงวันสงกรานต์เงียบเหงา มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวลดลงมากจนส่งผลต่อผู้ประกอบการ 17 เมษายน 2568 ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมผ่านระบบออนไลน์เพื่อติดตามสถานการณ์นี้ ร่วมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ธีรรัตน์เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งตรวจสอบหาสาเหตุของการปนเปื้อน และให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) วางมาตรการการป้องกันและฟื้นฟูคุณภาพน้ำ หาแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะยาว 21 เมษายน 2568 พญ.อัมพร เพญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยว่า กรมอนามัยได้เฝ้าระวังประเด็นปนเปื้อนสารหนู ด้านสุขภาพ ได้โดยตรวจปัสสาวะกลุ่มตัวอย่างเพื่อระวังผลกระทบ ด้านน้ำประปาและน้ำบริโภค โดยสุ่มตรวจน้ำในครัวเรือน กปภ. ยืนยันไม่พบสารในน้ำประปา และด้านสิ่งแวดล้อมและความร่วมมือระดับประเทศ โดยเก็บตัวอย่างยืนยันโลหะหนักอีกครั้ง นพ.ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมอนามัย ย้ำเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแม่น้ำกกโดยตรง จนกว่าผลตรวจจะยืนยันว่าไม่พบสารเกินมาตรฐาน ขอให้เฝ้าระวังสุขภาพ และจัดการน้ำอุปโภคบริโภคให้ปลอดภัย เช่น กรองน้ำก่อนใช้ ชิตวัน ชินอนุวัฒน์ สส.เชียงราย จากพรรคประชาชน ให้ความเห็นว่ารัฐบาลควรเร่งเจรจากรณีการทำเหมืองทองของคนจีนที่ต้นน้ำ เพราะไม่รู้เลยว่ามีกระบวนการบำบัดน้ำเสียหรือไม่อย่างไร พร้อมให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าในปีนี้แทบไม่มีนักท่องเที่ยวเลยจนเกิดผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ปัญหาของแม่น้ำกกไม่ได้มีเพียงเรื่องการปนเปื้อนสารหนูซึ่งเป็นประเด็นล่าสุดเท่านั้น โดยก่อนหน้านี้ ประมาณเดือนมีนาคม 2567 พื้นที่ริมแม่น้ำกกประสบกับน้ำท่วมและดินโคลนถล่มครั้งใหญ่ โดยรัฐบาลภายใต้นายกรัฐมนตรีแพทองธาร มีการตั้งคณะกรรมการช่วยเหลือ แต่ก็ยังไม่มีการเปิดเผยถึงสาเหตุของโคลนถล่มออกมา โดยลักษณะของน้ำในแม่น้ำกกก็มีความขุ่นข้นผิดปกติมาเป็นระยะหนึ่ง รวมถึงพื้นที่แม่น้ำสายด้วย แต่หน่วยงานราชการในพื้นที่ก็ยังไม่มีการเข้ามาตรวจสอบ จนเพิ่งมีการตรวจคุณภาพน้ำและพบว่ามีสารหนูปนเปื้อนอยู่นั่นเอง แม้จะมีหน่วยงานที่ออกมาแถลงหรือเผยว่ากำลังร่วมประชุมหาทางออกอยู่บ้าง แต่ประเด็นการปนเปื้อนในแม่น้ำกกก็ทำให้คนยังตั้งคำถามถึงรัฐบาลไทย ว่าเพราะเหตุใดจึงตรวจสอบและแก้ไขปัญหาได้ไม่ทันท่วงที และไม่มีความชัดเจนในการทำหาหรือจัดการกับต้นตอของปัญหา เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะกับปัญหา ‘มลพิษข้ามพรมแดน’

#แม่น้ำกก #เชียงใหม่ #TheMATTER

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...