โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ทองร่วงแรง ลงแล้ว 1,300 บาท โลกคลายกังวลสงครามการค้า

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 03.55 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 23 เม.ย. – ทองคำสินทรัพย์เสี่ยงวันนี้ร่วงแรง ชั่วโมงแรกการค้าลงรวม 1,300 บาท หลังจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และการคลายความกังวลสงครามการค้า ด้านบาทอ่อนค่าแรง ในขณะที่ไอเอ็มเอฟลดคาดการณ์จีดีพีไทยปีนี้จะโตเพียง 1.8%

สมาคมค้าทองคำรายงานวันนี้ (23 เม.ย.) จนถึงเวลา 10.10 น. ราคาทองเปลี่ยนแปลงรวม 10 ครั้ง โดยเป็นการลดลงทั้งหมดรวม 1,300 บาทต่อบาททองคำ ราคาขายออกทองแท่ง 53,150 บาท ทองรูปพรรณ 53,950 บาท บนฐาน ราคาทอง GOLD SPOT ที่ 3,349 ดอลลาร์ต่ออนว์ เงินบาท 33.51 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยราคาประกาศครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.07 น. ทองไทยร่วงหนัก 850 บาท เมื่อเทียบกับราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายของเมื่อวานนี้ โดยระหว่างวันวานนี้ราคาทองไทยปรับตัวขึ้นร้อนแรง 1,600 บาท ทองแท่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์บริเวณ 54,800 บาท จากนั้นปิดตลาดลดลงสู่บริเวณ 54,450 บาท
ทั้งนี้ ราคาทองคำ Spot เช้าวันนี้ร่วงหนักจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของเมื่อวานกว่า 100 ดอลลาร์ สู่บริเวณ 3,380 ดอลลาร์

ด้านสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน มิ.ย. ลดลง 5.9 ดอลลาร์ หรือ 0.17% ปิดที่ 3,419.40 ดอลลาร์/ออนซ์ ตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะคลี่คลายลงในไม่ช้า ทำให้นักลงทุนชะลอการซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

โดยสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวในการประชุมนักลงทุนซึ่งธนาคารเจพีมอร์แกนจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตันเมื่อวานนี้ว่า เขาคาดว่าความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะคลี่คลายลงในไม่ช้า พร้อมกับกล่าวว่า แม้การเจรจากับจีนมีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อ แต่ทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างก็ไม่คิดว่าจะปล่อยให้สถานการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อไปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าภาษีศุลกากรขั้นสุดท้ายที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บจากสินค้าจีนนั้น “จะไม่สูงถึง 145%” แต่ในขณะเดียวกันเขากล่าวว่า อัตราภาษีที่เรียกเก็บจากจีน “จะไม่เป็น 0%” และระบุว่า ไม่มีเป้าหมายที่จะปลดเจอโรม พาวเวล ออกจากตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ก่อนที่พาวเวลจะครบวาระในเดือน พ.ค.2569 แต่ยังคงกดดันให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยย้ำว่า เป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และอยากเห็นประธานเฟดตัดสินใจอย่างรวดเร็วหรือทันเวลา แทนที่จะช้าเกินไป

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด และยังเป็นปัจจัยหนุนดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 500 จุดในช่วงเช้าวันนี้ ส่งผลตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นในเอเชียเปิดบวก

ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้และปีหน้า โดยในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (WEO) ที่มีการเผยแพร่ล่าสุด (22 เม.ย.68) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 2.8% และ 3.0% ในปี 2568 และ 2569 ตามลำดับ จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.3% สำหรับปี 2568 และ 2569 โดยคาดว่าเศรษฐกิจะได้รับผลกระทบจากมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ และยังปรับลดคาดการณ์จีดีพีกลุ่มประเทศ ASEAN-5 (อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย) ลดลง กระทบหนักที่สุดจากภาษีตอบโต้ของสหรัฐ โดยคาด “ไทย” จีดีพีปีนี้จะโตเพียงที่ 1.8% จากเดิมคาดโต 2.9% ส่วนปีหน้าคาดโตเพียง 1.6%

ด้านดัชนีดอลลาร์ วานนี้เคลื่อนไหวเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.56% แตะที่ระดับ 98.918 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันตลาดทองคำ เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่ไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ

ด้านเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.63 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงหนัก” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 33.23 บาทต่อดอลลาร์ นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาอ่อนค่าลงต่อเนื่องทะลุโซนแนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 33.18-33.70 บาทต่อดอลลาร์) หลังผู้เล่นในตลาดเริ่มคลายกังวลประเด็นความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนลงบ้าง จากคำสัมภาษณ์ของทั้งรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และยังลดความกังวลต่อประเด็นการเมืองเข้าแทรกแซงการทำงานของเฟด ภาพดังกล่าว ได้หนุนให้บรรยากาศตลาดการเงินสหรัฐฯ พลิกกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) กดดันให้ ผู้เล่นในตลาดต่างเทขายสินทรัพย์ปลอดภัย ยอดนิยมในช่วงที่ผ่านมา ทั้ง เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) และทองคำ ส่วนเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเช่นกัน โดยการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับจังหวะการปรับตัวลงแรงของราคาทองคำ ได้กดดันให้ เงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่องจนทะลุโซนแนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์

ท่ามกลางความผันผวนในตลาดการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงปีหน้าที่จะเผชิญกับ Trump’s Uncertainty ยังคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้. -511-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...