เชื่อไหมว่าพลเมืองมากกว่า 50 ล้านคนในสหรัฐอเมริกาไม่รู้ว่าคุณภาพอากาศแบบไหนดีต่อการหายใจ!
เชื่อไหมว่าพลเมืองมากกว่า 50 ล้านคนในสหรัฐอเมริกาไม่รู้ว่าคุณภาพอากาศแบบไหนดีต่อการหายใจ!
นักวิจัยจาก Penn State College of Health and Human Development รายงานว่าในปี 2024 พลเมืองมากกว่า 50 ล้านคนที่อาศัยในสหรัฐอเมริกา ไม่มีการตรวจวัดคุณภาพอากาศ โดยเฉพาะแถบชนบท Midwest และ South ที่มีแนวโน้มว่าแทบจะไม่มีการตรวจวัดคุณภาพอากาศเลย!
#ทำไมการวัดคุณภาพอากาศจึงสำคัญ?
เนื่องจากการสัมผัสกับมลพิษทางอากาศอาจก่อให้เกิดโรคต่างๆ ได้ อาทิ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคทางเดินหายใจ ความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน และอื่นๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม การวัดคุณภาพอากาศเป็นเครื่องมือทางสาธารณสุขที่สำคัญ เพื่อประเมินการสัมผัสกับมลพิษทางอากาศของผู้คน
ดังนั้นนักวิจัยจึงตรวจสอบว่ามีพื้นที่ไหนบ้างที่ไม่มีการตรวจสอบคุณภาพอากาศ และปัจจัยทางสังคมและประชากรแบบไหนที่พบได้บ่อยในเขตเหล่านี้ นอกจากนั้นพวกเขาก็ได้อธิบายว่า “หากเราไม่ได้วัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ขนาดใหญ่ของประเทศ เราก็จะไม่รู้ถึงความสำคัญของปัญหามลพิษทางอากาศ เช่น หากมีไฟป่าเกิดขึ้นในเขตที่ไม่มีมอนิเตอร์วัดคุณภาพอากาศ พลเมืองแถบนั้นจะรู้ได้อย่างไรว่าพื้นที่ในบ้าน หรือที่ทำงานนั้นปลอดภัยหรือไม่”
#เขตชนบทขาดการตรวจวัดคุณภาพอากาศ
ทีมวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งเก็บข้อมูลของ AirData ของ Environmental Protection Agency (EPA) พบว่ากว่า 1,848 เขตในสหรัฐอเมริกา (นับเป็น 58% ของเขตทั้งหมด) ไม่มีการตรวจสอบคุณภาพอากาศเลย ขณะที่รัฐ Pennsylvania ติดอันดับที่ 15 ของประเทศ เนื่องจากมีเขตที่มีการวัดคุณภาพอากาศอย่างน้อย 1 พื้นที่ด้วยตัวเลข 67% เลยทีเดียว ซึ่งสะท้อนให้เห็นความแตกต่างกันอย่างมากในการตรวจวัดคุณภาพอากาศทั่วประเทศ
โดยการวิเคราะห์เปิดเผยว่าเขตชนบทมีแนวโน้มที่จะขาดการตรวจวัดคุณภาพอากาศมากที่สุด นอกจากนี้เมื่อคํานึงถึงขนาดประชากร นักวิจัยพบว่าเขตที่ไม่มีการตรวจวัดคุณภาพอากาศจะมีระดับความยากจนสูงมากขึ้น สัดส่วนของผู้อยู่อาศัยชาวฮิสแปนิกและคนผิวดําสูงขึ้น แต่ระดับการสําเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายกลับลดลง
Nelson Roque ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการพัฒนามนุษย์และครอบครัวศึกษา และนักวิจัยหลักกล่าวว่า "มลพิษทางอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทุกคน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสําคัญมากที่พลเมืองทุกคนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับคุณภาพอากาศที่พวกเขาหายใจได้" และถ้าหากไม่มีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็จะก่อให้เกิดภัยคุกคามและผลกระทบจากมลพิษที่เรามองไม่เห็น
โดยทั่วไปเขตชนบทจะด้อยพัฒาในโครงสร้างพื้นฐานด้านการดูแลสุขภาพ การขนส่ง และการศึกษา แต่การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าเขตชนบทยังด้อยพัฒนารูปแบบการจัดการตรวจวัดคุณภาพอีกด้วย ดังนั้นพลเมืองในชนบทจึงเสี่ยงต่อการสัมผัสกับมลพิษทางอากาศที่เพิ่มขึ้นจากไฟป่า การเกษตร กิจกรรมทางอุตสาหกรรม และกิจกรรมอื่นๆ
หากเราต้องการรักษาผู้คนให้ปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาวจากการสัมผัสกับมลพิษทางอากาศ เราจึงต้องลงทุนในการตรวจวัดคุณภาพอากาศให้มากขึ้น
ที่มา