`ทรัมป์` ขู่เก็บภาษีไวน์และสุราจาก EU 200% ระเบิดสงครามการค้ากับสหภาพยุโรป
"ทรัมป์" ขู่เก็บภาษีไวน์และสุราจาก EU 200% ระเบิดสงครามการค้ากับสหภาพยุโรป
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 มี.ค. 68 9:05: น.
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาเตือนว่าจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าไวน์ คอนญัก และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อื่น ๆ จากยุโรปในอัตราสูงถึง 200% ซึ่งนับเป็นการเปิดสมรภูมิใหม่ในสงครามการค้าระดับโลก ที่สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดการเงินและเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย
คำขู่ของ "ทรัมป์" ครั้งนี้ เป็นการตอบสนองต่อแผนการของสหภาพยุโรปที่จะปรับขึ้นภาษีวิสกี้และสินค้าอื่น ๆ จากสหรัฐฯในเดือนหน้า ซึ่งตัวแผนการดังกล่าว ก็เป็นปฏิกิริยาตอบโต้การขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมของสหรัฐฯที่ 25% ที่มีผลบังคับใช้ในวันพุธที่ผ่านมา
แคนาดา ซึ่งเป็นชาติพันธมิตรใกล้ชิดและผู้ส่งออกอะลูมิเนียมรายใหญ่สุดของสหรัฐฯ ก็ประกาศมาตรการตอบโต้เช่นกัน และได้นำข้อพิพาทเข้าสู่องค์การการค้าโลก (WTO) ขณะที่การเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และแคนาดาเมื่อวันพฤหัสบดีไม่ประสบความคืบหน้า
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ยังขู่ว่าจะใช้มาตรการลงโทษทางการค้าอีกหลายอย่าง นับตั้งแต่กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา แม้จะมีคำสั่งเลื่อนการดำเนินการไปหลายครั้งแล้วก็ตาม ซึ่งในการพบปะกับมาร์ก รุตเตอ เลขาธิการ NATO ทรัมป์ ย้ำว่าเขาจะไม่ถอยจากการเก็บภาษีตอบโต้กับทุกประเทศคู่ค้าในวันที่ 2 เม.ย.นี้ “พวกเราโดนเอาเปรียบมาหลายปี และเราจะไม่ยอมอีกต่อไป”
แอลกอฮอล์ กลายเป็นประเด็นร้อนในสงครามการค้ารอบใหม่ ขณะที่ร้านค้าปลีกบางแห่งในแคนาดาพากันถอดถอนสินค้าของอเมริกันออกจากชั้นวางจำหน่ายสินค้า
มาตรการตอบโต้ของสหภาพยุโรปครั้งนี้ คิดเป็นมูลค่าราว 26,000 ล้านยูโร (28,310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) แม้สินค้าบางอย่างจะมีแค่คุณค่าเชิงสัญลักษณ์ เช่น ไหมขัดฟันและเสื้อคลุมอาบน้ำ แต่ภาษี 50% กับแอลกอฮอล์ของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบหนักต่ออุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2023 ที่ผ่านมา สหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสหรัฐฯ มากถึง 40% ขณะที่สหรัฐฯ ก็เป็นตลาดใหญ่ 31% ของการส่งออกไวน์และสุราจากยุโรป
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างเรียกร้องให้ผู้นำ พยายามหาทางลดความตึงเครียด โดยกลุ่มอุตสาหกรรม SpiritsEurope กล่าวว่า “วงจรการตอบโต้ไปมานี้ ต้องหยุดได้แล้ว!” ขณะที่ทรัมป์เชื่อว่า ภาษีจะช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมในประเทศที่ซบเซา โดยรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สกอตต์ เบสเซนต์ ระบุว่า “เราไม่กังวลเรื่องความผันผวนของวอลล์สตรีท เพราะรัฐบาลกำลังมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจระยะยาว” พร้อมเตือนว่าสหภาพยุโรป จะเสียหายมากกว่าสหรัฐฯ เพราะพึ่งพาการส่งออกมายังสหรัฐฯมากกว่า
ทั้งนี้ บริษัทข้ามชาติหลายแห่ง ตั้งแต่ผู้ผลิตเครื่องบิน กาแฟ เสื้อผ้า รถยนต์ ไปจนถึงอาหารสำเร็จรูป ต่างเร่งประเมินผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของตน เช่นเดียวกับ Tesla ซึ่งมีอีลอน มัสก์ เป็นที่ปรึกษาของทรัมป์ ก็เตือนว่าบริษัทอาจตกเป็นเป้าของมาตรการตอบโต้ทางการค้านี้ด้วย
ด้านผลสำรวจ Reuters/Ipsos ระบุว่า 70% ของชาวอเมริกันคาดว่าภาษีของทรัมป์จะทำให้ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น
ขณะที่ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย และผู้ค้าปลีกในสหรัฐฯ ที่ขายแชมเปญฝรั่งเศสและไวน์อิตาลี เปิดเผยว่าภาษีนำเข้าที่อยู่ในอัตราสูงถึง 200% ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ว่าจะเก็บจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากยุโรป จะส่งผลกระทบรุนแรงต่ออุตสาหกรรม โดยทรัมป์กล่าวว่าภาษีนี้จะ “ดีต่อธุรกิจไวน์และแชมเปญในสหรัฐฯ”อย่างไรก็ตาม ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายไวน์ ผู้ค้าปลีก และเจ้าของบาร์ต่างบอกว่าพวกเขาจะต้องเป็นฝ่ายแบกรับค่าใช้จ่ายดังกล่าว
โดยหนึ่งในบริษัทผู้นำเข้าไวน์จากยุโรป กล่าวว่าบริษัทมีไวน์ 16 ตู้คอนเทนเนอร์ที่อยู่ระหว่างการขนส่ง ซึ่งหากเรียกเก็บภาษีนำเข้า 200% จะทำให้บริษัทต้องได้รับผลกระทบอย่างหนัก พร้อมเสริมว่ากำลังมองหาวิธีที่จะยกเลิกการส่งสินค้าบางส่วน และได้เขียนจดหมายถึงประธานาธิบดีทรัมป์เพื่อโต้แย้งเรื่องภาษีนำเข้า
ภายใต้กฎหมายของสหรัฐฯ ผู้ผลิตแอลกอฮอล์ไม่สามารถขายตรงให้กับผู้บริโภค บาร์ หรือร้านอาหารได้ แต่ผู้ผลิตจะต้องขายให้กับผู้นำเข้าหรือผู้จัดจำหน่าย ซึ่งจะคอยขายสินค้าเหล่านี้ให้กับบาร์และร้านอาหารแทน
ที่มา Reuters 1 และ 2
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ