โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นิคมอุตสาหกรรม สะพานเชื่อมเศรษฐกิจไทย-จีน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เมื่อเอ่ยถึงนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง พื้นที่ที่รวมอุตสาหกรรมหลากหลายประเภทไว้ที่นี่ ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนเป็นหนึ่งในแหล่งเงินลงทุนจากต่างประเทศที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานใหม่ ตลอดจนโลจิสติกส์ สิ่งเหล่านี้นับเป็นประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจไทย และกับคนไทยทุกคนที่ได้รับโอกาสทั้งในการพัฒนาฝีมือทักษะ รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เมื่อเอ่ยถึงนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง พื้นที่ที่รวมอุตสาหกรรมหลากหลายประเภทไว้ที่นี่ ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนเป็นหนึ่งในแหล่งเงินลงทุนจากต่างประเทศที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานใหม่ ตลอดจนโลจิสติกส์ สิ่งเหล่านี้นับเป็นประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจไทย และกับคนไทยทุกคนที่ได้รับโอกาสทั้งในการพัฒนาฝีมือทักษะ รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหหรรมระยอง ไทย-จีน หรือ TCR ก็เป็นหนึ่งในบริษัทจากจีนที่เข้ามาดูแลกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมไทย-จีน เกือบ 200 แห่งในพื้นที่นิคมกว่า 20,000 ไร่ นี้ ากจะบอกว่าที่นี่เป็นพื้นที่ที่สำคัญของเศรษฐกิจไทยในภาคอุตสาหกรรมจากการลงทุนของต่างประเทศก็ไม่ผิดนัก แต่คำถามสำคัญนวันนี้ อาจไม่ใช่แค่ว่าบริษัทจากจีนนั้นลงทุนมากแค่ไหน แต่คือการลงทุนเหล่านี้ ถูกแปรเปลี่ยนเป็น ‘งาน ทักษะอาชีพ และทิศทางของประเทศไทย’ อย่างไร

นิคมอุตสาหกรรมไทย-จีน หรือภายใต้ชื่ออย่างเป็นทางการคือบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมระยอง ไทย-จีน หรือ TCR ไม่ใช่เพียงพื้นที่ตั้งโรงงาน แต่คือโครงสร้างที่เชื่อมการลงทุนจากต่างประเทศ เข้ากับระบบเศรษฐกิจและแรงงานของไทย

ที่นี่ทำหน้าที่รองรับอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ ตั้งแต่ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานใหม่ ไปจนถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องในห่วงโซ่โลก บทบาทของนิคมจึงไม่ใช่แค่การจัดสรรพื้นที่ แต่คือการออกแบบระบบให้คนทำงาน เรียนรู้ เติบโต และทำให้อุตสาหกรรมเดินไปได้อย่างมีทิศทาง

แต่ไม่ใช่แค่การจัดสรรพื้นที่ทำงานของคนเท่านั้น คำว่า “ที่อยู่อาศัย” ที่ซึ่งเป็น 1 ใน ปัจจัย 4 ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ และแน่นอนว่าต้องมีคนสำคัญที่รู้งาน และเข้าใจส่วนประกอบสำคัญของทุกชีวิตที่พึงมี นั่นก็คือ ‘ความปลอดภัยและความสบายใจ’ ในสถานที่ที่พวกเขาเรียกว่า “บ้าน”

ทิพาวรรณ เพียรไพบูลย์ หรือคุณเก๋ รองผู้จัดการฝ่ายอพาร์ทเม้นท์ TC TOWN ที่ดูแล ‘บ้าน’ ของคนในนิคมฯ เล่าให้ฟังว่า สิ่งสำคัญของการดูแลก็คือการคำนึงถึงความสบายใจ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย เพราะเทียบกับตัวเองก็ต้องการสิ่งเหล่านี้เช่นกัน

เมื่อถามถึงการทำงานร่วมกับคนต่างชาติ อย่างบริษัทจีน คุณเก๋ซึ่งทำงานที่นี่มากว่า 9 ปีแล้ว เล่าว่าแม้จะมีจุดที่ยากอยู่บ้าง แต่สิ่งสำคัญในการทำงานกับคนต่างชาติคือต้องปรับตัว เรียนรู้วัฒนธรรม ซึ่งทางบริษัทเองก็ต้องเรียนรู้เจอกันครึ่งทางเช่นกัน

สะพานเชื่อมเศรษฐกิจไทย-จีนผ่านอุตสาหกรรมใหม่

คุณจ้าว ปิง ผู้บริหารบริษัทเพื่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย-จีน หรือนิคมอุตสาหกรรมไทยจีน จังหวัดระยองของไทย กล่าวว่า นิคมฯ จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 โดยปีนี้ครบรอบ 20 ปีพอดี โครงการนี้เป็นการร่วมทุนระหว่างไทยและจีนที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย

นับตั้งแต่ก่อตั้งนิคมฯ มานั้น ที่นี่ได้ดำเนินงานสอดคล้องกับกลยุทธ์ "ก้าวออกไป" (Go Global) และข้อริเริ่ม "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" (Belt and Road Initiative) ของจีนมาโดยตลอด รวมถึงยังสอดรับกับนโยบาย "Thailand 4.0" และกลยุทธ์ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ของไทย ซึ่งถือเป็นวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนาของนิคมฯ

นิคมฯ เองจึงมุ่งมั่นที่จะนำอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพดั้งเดิมของจีน รวมถึงอุตสาหกรรมนวัตกรรมใหม่ๆ จากจีนมาสู่ประเทศไทย โดยหวังว่าจะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจในภาพรวมของไทย เพราะในไทยนั้น มีอุตสาหกรรมบางประเภทที่ไม่มีในไทย หรืออาจจะเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่อุตสาหกรรมเหล่านี้ของจีน ไม่ว่าจะในประเทศหรือในระดับสากล ต่างก็ก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับแนวหน้าของโลกแล้ว ซึ่งนิคมฯ หวังว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้จะไม่เพียงช่วยกระตุ้นการลงทุนเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างรายได้จากภาษีให้กับท้องถิ่นอีกด้วย

มากไปกว่านั้น นิคมฯ แห่งนี้ได้แสดงความคาดหวังมากกว่านั้น คือการนำผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี กำลังการผลิต และการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่ทันสมัยมาสู่ไทย เพื่อช่วยสนับสนุนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมของประเทศไทย

ในระยะยาว โดยหวังว่าการเข้ามาของอุตสาหกรรมเหล่านี้ จะนำมาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายให้แก่คนไทย ตัวอย่างเช่น รถยนต์พลังงานใหม่ (EV) ซึ่งในเวลานี้รถยนต์ EV ของจีนก็เป็นที่นยมอย่างแพร่หลายทั่วไปตามท้องถนน

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ประชาชนชาวไทยมีทางเลือกมากขึ้นและได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่าสูง นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เป็นต้น แน่นอนว่า ผลประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดคือการกระตุ้นการลงทุนและรายได้ภาษี ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุด

มากกว่าการลงทุน คือสัมพันธ์แน่นแฟ้นไทย-จีน

นอกเหนือจากด้านนี้ สิ่งที่นิคมฯ ให้ความสำคัญมากที่สุดในการมาลงทุนที่นี่ ก็คือความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในระดับรัฐบาลหรือระดับประชาชน โดยในปี 2025 ที่ถือเป็นวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

รวมถึงการเยือนของผู้นำทั้งสองประเทศ และการขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ

ทางนิคมฯ เองเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างไทยและจีน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจการค้าหรือการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม จะพัฒนาไปอย่างมั่นคงและลึกซึ้งยิ่งขึ้นในอนาคต

สร้างงานให้คนไทยกว่า 70,000 ตำแหน่ง

ทั้งนี้ การลงทุนและการทำงานของนิคมฯ ในส่วนนี้หวังว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนการพัฒนาของไทยให้มากขึ้น เช่น การสร้างงานในท้องถิ่น ซึ่งจนถึงปัจจุบัน นิคมฯ ได้สร้างงานไปแล้วกว่า 70,000 ตำแหน่ง และในจำนวนนี้กว่า 90% เป็นพนักงานชาวไทย

นอกจากนี้ ยังหวังที่จะส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะวิชาชีพแก่พนักงานเหล่านี้ในระยะยาว เพื่อสร้างแรงงานฝีมือให้กับประเทศไทยมากขึ้น และช่วยส่งเสริมการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่ของไทย

แน่นอนว่า ทางนิคมฯ หวังว่าเมื่ออุตสาหกรรมเหล่านี้เข้ามาในไทยแล้ว จะสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมและการสร้างประโยชน์ต่อสังคมในด้านอื่นๆ

ทว่า สิ่งที่เหนือกว่าตัวเลขผลตอบแทน คือความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านกำลังการผลิตและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างรากฐานความสัมพันธ์ไทย-จีนให้มั่นคงและยั่งยืนสืบไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...