จี้รัฐเร่งคลอด "คนละครึ่ง" สู้ของแพง จับตาธุรกิจลดกำลังผลิต-ลดคน
ราคาน้ำมันป่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทย หอการค้าฯห่วงราคาสินค้าพุ่งพรวด พร้อมชง 3 มาตรการบรรเทาปัญหา ด้าน ส.อ.ท.ห่วงลดกำลังการผลิต-ลดคน เผยตอนนี้หลายธุรกิจเบรกแผนลงทุนกำเงินสดไว้ก่อน สภาพัฒน์เสนอเร่งคลอด “คนละครึ่ง” ช่วยบรรเทาเบื้องต้น พาณิชย์ประเมินสินค้าจ่อขึ้นราคา มอเตอร์โชว์คาดรถ EV ได้รับความสนใจ ขณะที่อสังหาฯกระทบต้นทุน 10% แต่ยังมีสต๊อกเก่าค้างอยู่ไม่ต้องขยับราคา แกร็บคาดเทรนด์ Work From Home กลับมาอีก
ความคืบหน้าผลกระทบการปรับราคาน้ำมัน ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มีความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานในตลาดโลก รวมถึงต้นทุนน้ำมันภายในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น ล่าสุดราคาน้ำมันได้ปรับเพิ่มขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร หากนับตั้งแต่สงครามปลายเดือนกุมภาพันธ์ น้ำมันดีเซลขึ้นจาก 28.94 บาท มาเป็น 37.94 บาทต่อลิตร ถือเป็นการปรับขึ้นในระดับที่ส่งผลกระทบต่อทั้งค่าครองชีพของประชาชน ต้นทุนการดำเนินธุรกิจ และภาระของผู้ประกอบการในหลายภาคส่วน ทั้งภาคการผลิต ท่องเที่ยว และส่งออก อย่างมีนัยสำคัญ
หอการค้าไทยขอให้ภาครัฐพิจารณาอย่างรอบด้านและใช้ความระมัดระวังในการปรับขึ้นราคาน้ำมันในระยะต่อไป เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด เพราะการปรับเพิ่มขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร ย่อมส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต ต้นทุนขนส่ง และราคาสินค้าในห่วงโซ่อุปทานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ชง 3 มาตรการบรรเทาปัญหา
หอการค้าไทยขอเสนอแนวทางต่อภาครัฐเพื่อบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานในระยะสั้น และเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระยะต่อไป ดังนี้ 1.มาตรการด้านภาษีและค่าการกลั่น สนับสนุนให้ภาครัฐพิจารณาใช้กลไกภาษีสรรพสามิตเพื่อช่วยบรรเทาภาระราคาน้ำมัน
ขณะเดียวกัน ค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุน ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์โลกนั้น ภาคเอกชนเห็นว่าควรสื่อสารให้สาธารณชนเข้าใจอย่างชัดเจน ว่าค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นจาก 2 บาท เป็น 6 บาทนั้น เป็นเพียงกำไรขั้นต้น ยังมีภาระต้นทุนส่วนเพิ่ม หรือ Overhead อีกหลายด้าน ทั้งราคาพรีเมี่ยม ค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย ด้วย
ย้ำดูแลส่งน้ำมันไปชายแดน
หอการค้าไทยยังคงขอความร่วมมือจากโรงกลั่นและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดูแลไม่ให้ค่าการกลั่นปรับเพิ่มสูงไปมากกว่านี้ แต่ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มจริง และเห็นควรให้มีการชี้แจงรายละเอียดต้นทุน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบซ้ำเติมต่อภาระของประเทศ ภาคธุรกิจ และประชาชนโดยรวม
2.มาตรการด้านประหยัดพลังงานระดับชาติ รัฐบาลควรเร่งออกมาตรการเชิงรุกเพื่อรณรงค์และกระตุ้นการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง ทั้งในภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น และ 3.มาตรการกำกับดูแลการกระจายน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ เห็นว่าภาครัฐควรเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการขนส่งและการกระจายน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะการตรวจสอบระบบติดตามตำแหน่ง (GPS) ของรถบรรทุกน้ำมัน เพื่อให้สามารถติดตามเส้นทางการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันการลักลอบนำน้ำมันออกนอกระบบ หรือส่งออกไปยังพื้นที่ชายแดนโดยไม่ได้รับอนุญาต
ส.อ.ท.ห่วงลดผลิต-ลดคน
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท/ลิตร ถือว่าแรงและกระชากที่สุด จากเดิมที่ขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เฉลี่ยแล้วทั้งเดือนราคาขึ้นมาแล้ว 25% เป็นแรงกดดันให้ภาคธุรกิจต้องปรับขึ้นราคาสินค้า ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ประชาชนเก็บเงินสดไว้มากกว่าที่จะจับจ่ายใช้สอย
เมื่อกำลังซื้อลดลง ภาคการผลิตต้องลดกำลังการผลิต ลดเวลาจ้าง ลดโอที ลดกะเวลางาน ท้ายที่สุดจะต้องเลิกจ้าง แต่เหตุการณ์รุนแรงนี้จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ถ้าราคาพลังงานยังพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ สงครามยังไม่หยุด และเมื่อวัตถุดิบที่เคยมีไม่มีเหลือแล้ว อาจจะเห็นภาคธุรกิจชะลอการลงทุนไว้ก่อน เพราะต้องการเก็บเงินสด
กังวลอุตฯเหล็กเริ่มกระทบ
“ปกติพวกวัตถุดิบจะมีสต๊อก 30-60 วัน แล้วแต่อุตสาหกรรมไหนจะโดนก่อน การเริ่มเลิกจ้างเราอาจจะเห็นอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมาก ๆ อันนี้ก็อยู่ที่ว่าใครจะบริหารได้มากน้อยขนาดไหน ซึ่งบางอุตสาหกรรมก็ยังอั้นได้อยู่”
นายเกรียงไกรกล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กส่งสัญญาณมาแล้ว ว่าอาจต้องปรับลดกำลังการผลิต ลดคน เพราะต้นทุนจากราคาพลังงานสูงมาก บวกกับภาวะเศรษฐกิจที่อาจจะไม่เห็นการลงทุนใหม่ในเร็ว ๆ นี้ บวกกับภาวะการส่งออกและนำเข้าชะงัก จากสถานการณ์วิกฤตสงครามตะวันออกกลาง
สภาพัฒน์จี้คลอดคนละครึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจท่ามกลางวิกฤตพลังงาน นอกเหนือจาก 7 มาตรการที่ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษที่เป็นการพุ่งเป้าช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม อาทิ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มขนส่ง และผู้ให้บริการรถสาธารณะ เพื่อลดต้นทุนการขนส่งไม่ให้กระทบกับราคาสินค้ามากและไม่ทำให้เงินเฟ้อขึ้นสูง
ส่วนการช่วยเหลือกลุ่มคนชั้นกลางที่กำลังมีการเรียกร้องอยู่ในขณะนี้เตรียมไว้หมดแล้ว หลังจากที่รัฐบาลชุดใหม่มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา สิ่งที่ควรจะเริ่มดำเนินการทันที อาทิ โครงการคนละครึ่ง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งต้องเร่งออกมาอย่างน้อย 1 เฟส แต่ถึงอย่างไรต้องดูในเรื่องของงบประมาณประกอบด้วย จากนั้นจะต้องเร่งจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 และจึงค่อยดำเนินการโครงการคนละครึ่งเฟสถัดไป
พณ.ประเมินกลุ่มสินค้าขึ้นราคา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์ประเมินผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้นราคา พบว่าหากราคาขยับและทรงตัวอยู่ระดับ 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลต่อเนื่องถึงราคาดีเซลและวัตถุดิบ โดยใช้กรณีศึกษาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เมื่อปี 2565 จะมีผลต่อกลุ่มสินค้าต่าง ๆ ดังนี้
กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคมีผลต่อราคาสินค้าปรับขึ้น 3-5% สินค้ากลุ่มของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น แชมพู, ผงซักฟอก และน้ำยาซักผ้า จะเริ่มขยับราคาสูงขึ้น ตามต้นทุนการขนส่งและการกระจายสินค้า, กลุ่มสินค้าอาหารเฉลี่ยปรับขึ้น 10% เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูง เนื่องจากมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ได้แก่ ไข่ไก่, เนื้อสุกร, น้ำมันปาล์ม รวมถึงอาหารจานเดียว
กลุ่มภาคบริการปรับขึ้นสูง เป็นส่วนที่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะค่าโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพิ่มเฉลี่ย 30% และค่าตัดผมชายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 20% เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ต้องพึ่งพาน้ำมันโดยตรงและเป็นต้นทุนแฝงในค่าบริการ
“มอเตอร์โชว์” รถ xEV-EV บูม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกระแสราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นในส่วนที่ผ่านมา ปรากฏว่ารถยนต์ที่นำมาจัดแสดงภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มี.ค.-5 เมษายน 2569 ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะในส่วนของรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์อีวี ได้กลายเป็นกระแสที่คนให้ความสนใจมากขึ้น
โดยเฉพาะค่ายรถยนต์ต่าง ๆได้ส่งรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดในงานนี้ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายจีนที่มีหลากรุ่นเข้ามาให้เลือกมากยิ่งขึ้น ขณะที่ค่ายญี่ปุ่นมีการเปิดตัวรถยนต์อีวีมาทำตลาดแล้ว ยังคงเน้นในส่วนของรถยนต์ xEV ที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้ดียิ่งขึ้น ประหยัดมากขึ้น อย่างเครื่องยนต์ไฮบริด ทำให้ปีนี้งานมอเตอร์โชว์มีความคึกคักขึ้น
ค่ายรถรอประเมินหลังจบงาน
แหล่งข่าวจากค่ายรถอีวีรายใหญ่ยอมรับกับ “ประชาชาติธุรกิจ”ว่า แม้ปัจจุบันกระแสวิกฤตพลังงานจะแรงขึ้น แต่ต้องไม่ลืมว่าท้ายที่สุดผู้บริโภคจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกใช้รถยนต์ที่เหมาะกับตนเอง วันนี้ไม่ว่าเทคโนโลยีใดต่างมีค่าของความเสี่ยงด้านพลังงาน และต้นทุนที่ไม่แตกต่างกันมาก
ส่วนกระแสน้ำมันคงจะทำให้ยอดขายรถอีวีโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหรือไม่นั้น วันนี้ยังไม่กล้าฟันธง เพราะหากมองให้รอบด้านยังมีอีกหลากหลายปัจจัย โดยเฉพาะมาตรการความเข้มงวดและความสามารถในการผ่อนชำระของลูกค้าแต่ละรายเป็นสำคัญ หากประเมินตลาดรถยนต์อีวีปีนี้น่าจะมียอดขายใกล้เคียงปีที่แล้ว หรือเพิ่มขึ้น 1-2% อยู่ที่ราว ๆ 120,000 คันบวกลบ และหลังสิ้นสุดงานมอเตอร์โชว์น่าจะได้เห็นแนวโน้มที่ชัดเจนขึ้น
อสังหาฯแบกต้นทุนเพิ่ม 10%
นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันลิตรละ 6 บาท และรัฐบาลปล่อยลอยตัวดีเซล กระทบราคาสินค้าและบริการต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้นตาม ทั้งค่าขนส่ง กระบวนการผลิต ส่วนภาคอสังหาฯ คาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่า 10%
แบ่งเป็น 1.ค่าขนส่งวัสดุที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด อาทิ ดิน หิน ทราย 2.ผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับปิโตรเลียม เช่น สายไฟ ไวนิล ประตู หน้าต่าง ซึ่งอาจมีการขึ้นราคาในอนาคต แต่ว่าจะไม่เห็นผลทันทีเมื่อเทียบเท่ากับค่าขนส่ง 3.เครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการ เช่น รถแทรกเตอร์ รถแบ็กโฮ รถเครน และรถไถ ล้วนใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงหลักในการทำงาน
มีสต๊อกเก่ายื้อราคาเดิมได้
นายอิสระกล่าวอีกว่า นอกจากการเจรจากับผู้รับเหมาหรือซัพพลายเออร์แล้ว ผู้ประกอบการต้องควบคุมค่าใช้จ่ายและควบคุมการผลิตให้รัดกุมมากขึ้น ให้เหมาะกับความต้องการของตลาด และยังสามารถขายได้ในราคาเดิม โดย 1.ลดโปรโมชั่น เช่น ลดจำนวนเครื่องปรับอากาศ หรือเฟอร์นิเจอร์ที่แจก และ 2.คุมซัพพลาย พิจารณาถึงเปิดโครงการใหม่อาจเป็นการลดขนาดโครงการ หรือลดขนาดของสินค้า อาทิ พื้นที่ใช้สอย หรือเปลี่ยนจากการพัฒนาบ้านเดี่ยวเป็นบ้านแฝดในราคาใกล้เคียงกัน หรือขยับทำเลโครงการไปยังพื้นที่ที่ราคาที่ดินถูกลง
“ต่อให้บอกว่าค่าก่อสร้างขึ้น 10% แล้วส่งผ่านไปยังราคาบ้านถึงผู้ซื้อ 10% แต่ตอนนี้ผู้ประกอบการต้องแบกรับราคาเหล่านี้ไว้เองส่วนนึงหรือไว้มากกว่าครึ่ง เพื่อให้สินค้ายังขายได้อยู่ เพราะผู้ประกอบการยังมีสต๊อกอยู่เยอะ ตั้งแต่ปี 2566-2568 จึงขายต้นทุนเดิมได้ แม้จะมีผลกระทบจากสงคราม ราคาบ้านคงไม่กระโดดตามราคาสินค้าจำเป็น” นายอิสระกล่าว
มาม่ามั่นใจเฉลี่ยต้นทุนได้
นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นนั้น ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากบริษัทขนสินค้าด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่เที่ยวละมากกว่าแสนซอง ดังนั้น เมื่อหารเฉลี่ยต่อชิ้นต้นทุนจะเพิ่มเพียงหลักสตางค์เท่านั้น จึงยังสามารถรับต้นทุนส่วนนี้ไว้ก่อนได้โดยไม่ต้องขึ้นราคาสินค้า รวมถึงยังสามารถรับต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง
ส่วนนายปวีร์ เตโชโยธิน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดแบรนด์ออรัล-บี (Oral-B) ที่ย้ำความมั่นใจว่าจะสามารถตรึงราคาสินค้าไว้จนถึงเดือนมิถุนายนได้แน่นอน เนื่องจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นนั้นมีผลต่อต้นทุนสินค้ารายชิ้นเล็กน้อยเท่านั้น
แหล่งข่าวระดับสูงในวงการค้าปลีกเสนอโมเดลการรับมือต้นทุนพลังงานในระยะกลาง เพื่อไม่ให้กระทบถึงผู้บริโภคว่า หากผู้ประกอบการแต่ละลำดับ ทั้งผู้ผลิต ผู้ขนส่ง และช่องทางค้าปลีก ช่วยกันคนละไม้ละมือ เฉลี่ยกันแบกรับต้นทุนในส่วนของตนเอาไว้ จะช่วยป้องกันไม่ให้ผลกระทบส่งไปถึงผู้บริโภคได้
“แกร็บ” ช่วยค่าน้ำมันคนขับ
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ “แกร็บ” (Grab) ประกาศมอบ “อินเซนทีฟพิเศษ” เพื่อแบ่งเบาภาระของคนขับและไรเดอร์ที่ให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร รวมถึงบริการดีลิเวอรี่ผ่านแอปพลิเคชั่น Grab เพื่อช่วยเหลือค่าน้ำมันในทุกเที่ยวของการให้บริการรวมมูลค่า 10 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.-1 เม.ย. 2569
“โครงการที่ประกาศไปแล้วน่าจะช่วยได้แค่ระยะหนึ่ง ซึ่งเรายังคงประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับช่วงที่ราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาด พร้อมทั้งศึกษาวิธีการรับมือของประเทศอื่น ๆ ที่ราคาน้ำมันขึ้นไปก่อนแล้ว เช่น ฟิลิปปินส์และเวียดนาม ส่วนเรื่องราคาและค่าบริการมีการกำกับดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ไม่สามารถปรับขึ้นเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดได้”
คาดดีลิเวอรี่มาแรงรับ WFH
นางสาวจันต์สุดากล่าวด้วยว่า บริษัทประเมินสถานการณ์วิกฤตพลังงานไว้คล้ายกับช่วงโควิด เพราะภาครัฐมีการประกาศนโยบาย Work From Home ออกมาแล้ว หากสถานการณ์ลากยาวไปเรื่อย ๆ และคนทำงานที่บ้านมากขึ้น จะกระทบกับธุรกิจเรียกรถ แต่เป็นโอกาสให้ธุรกิจฟู้ดดีลิเวอรี่และส่งของชำ (Mart) แทน ทำให้อาจมีการโยกงบฯการตลาดจากธุรกิจเรียกรถมาใช้ในฝั่งดีลิเวอรี่ เพื่อกระตุ้นดีมานด์ในธุรกิจที่มีโอกาสเติบโต
ขณะเดียวกัน ในฝั่งของร้านค้ายังไม่เห็นผลกระทบจากต้นทุนสินค้าและวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่เตรียมแผนสนับสนุนตามสถานการณ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมด เบื้องต้นอาจไม่ใช่การลดค่า GP (Gross Profit) หรือค่าธรรมเนียมการขาย ที่ปัจจุบันมีเพดานอยู่ที่ 30% เพราะการบริหารโครงสร้างต้นทุนเกี่ยวกับหลายส่วนและมีความซับซ้อน แต่เป็นการซัพพอร์ตผู้ใช้เรื่องราคาหรือส่วนลด เพื่อเพิ่มปริมาณการสั่งซื้อและยอดขายของร้าน
“ในกลุ่มธุรกิจดีลิเวอรี่ยังไม่เห็นสัญญาณกำลังซื้อซบเซาจากสภาวะเศรษฐกิจเท่าไร เพราะ Basket Size หรือยอดใช้จ่ายต่อบิลยังอยู่ในระดับเดิม โดยในกรุงเทพฯอยู่ที่ 230 บาท ส่วนต่างจังหวัดประมาณ 100 บาท”
เบทาโกรทบทวนต้นทุน
นางสาวเยเนอเวียบ ศิริวรรณ ฟิเนท์ ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มงานทรัพยากรมนุษย์ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่านโยบายบริษัทประกาศมาตรการเข้มและขอความร่วมมือจากพนักงานเรื่องการประหยัดในทุกมิติอยู่แล้ว เพราะผ่านวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งโควิด-19 ล่าสุดคือสงครามพลังงาน จึงเป็นการกำชับมากกว่า
ส่วนการปรับราคาขายนั้น ในฐานะสินค้า Commodity ภายใต้การกำกับดูแลของกรมการค้าภายใน บริษัทต้องบาลานซ์ระหว่างจังหวะการเคลื่อนไหวของตลาดและคู่แข่ง ผู้บริหารเน้นว่า ผู้ที่จะอยู่รอดได้คือผู้ที่ Optimize ต้นทุนได้เร็วและแม่นยำที่สุด บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง
“ก่อนหน้านี้ทางซัพพลายเออร์ได้แจ้งขึ้นราคาวัตถุดิบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20% บางรายการสูงถึง 50% บริษัทจึงต้องทบทวนหาจุดสมดุล โดยยึดมาตรฐาน Safety และ Quality ซึ่งเป็นจุดยืนหลักของเบทาโกร”
ร้านอาหารช็อกราคาน้ำมัน
นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็กประเทศไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นทันที 6 บาทต่อลิตรนั้น เป็นการช็อกในเชิงต้นทุนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะร้านอาหาร แต่ระดับความรุนแรงจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างธุรกิจของแต่ละร้าน แต่ละประเภท
“การปรับราคาขึ้นทีเดียว 6 บาทต่อลิตร ถือว่ารุนแรงกว่าปกติ เพราะปกติปรับขึ้นทีละ 0.5-1 บาท แต่ครั้งนี้กระโดดทีเดียว 6 บาท เอสเอ็มอีและร้านอาหารจึงเกิดอาการช็อกจริง แต่เป็นช็อกเชิงต้นทุน (Cost Shock) ไม่ใช่ล้มทันที สาเหตุมาจากต้นทุนขนส่งพุ่งทันที 20-25% ราคาวัตถุดิบจะทยอยขึ้น 10-15% ส่งผลกระทบทั้งระบบ น้ำมันขึ้นกระทบขนส่ง กระทบซัพพลายเออร์ กระทบร้านอาหารที่มีต้นทุนเพิ่มรวม 30-40%”
คาดไม่เกิน 1 เดือนขยับราคา
นายสรเทพกล่าวอีกว่า ผู้ประกอบการร้านอาหารในตอนนี้ไม่ได้เจ็บตัวแค่ค่าน้ำมัน แต่โดนขึ้นทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ (Domino Effect Supply Chain) โดยแบ่งระดับความรุนแรงสำหรับธุรกิจร้านอาหารเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1.ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์) มีอาการช็อก งุนงง และตั้งรับไม่ทัน เพราะต้นทุนขึ้นทันที แต่ยังขึ้นราคาขายไม่ได้ หรือยังไม่กล้าขึ้น ส่วนต่างกำไรหายไป 10-30% กระแสเงินสดเริ่มตึงตัว
2.ระยะกลาง (1 เดือน) เริ่มส่งผ่านต้นทุน ซัพพลายเออร์ปรับราคา ลูกค้าเริ่มรู้สึกราคา หรือของแพงขึ้น ดีมานด์หรือกำลังซื้ออาจตกลง และ 3.ระยะยาว คัดคนอยู่รอด ร้านที่ปรับตัวไม่ทันจะขาดทุนสะสม ส่วนร้านที่ทำให้ต้นทุนเบาที่สุดได้ โดยเฉพาะต้นทุนคงที่ รวมถึงสามารถบริหารงานเก่งจะอยู่รอดและได้ส่วนแบ่งตลาดในภาวะนี้
เรือแสนแสบขึ้นค่าโดยสาร
นายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด เจ้าของ “เรือคลองแสนแสบ” เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงโดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล B7 ที่พุ่งสูงขึ้นถึงลิตรละ 38.94 บาท หรือปรับขึ้นรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการเดินเรือในคลองแสนแสบ เส้นทางระหว่างวัดศรีบุญเรือง-สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ผู้ประกอบการครอบครัวขนส่ง จึงได้ออกประกาศเพื่อแจ้งปรับอัตราค่าโดยสารใหม่จาก 11-21 บาท เป็น 13-23 บาท ตามระยะทาง เพื่อให้ธุรกิจสามารถประคองตัวอยู่ได้ในสภาวะต้นทุนพลังงานวิกฤตขณะนี้
การปรับขึ้นค่าโดยสารในครั้งนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นการปรับเพิ่มขึ้น 2 บาทต่อช่วงระยะทาง โดยอ้างอิงจากตารางกำหนดอัตราค่าโดยสารในระดับราคาต้นทุนน้ำมันดีเซลที่ช่วง 33.01-35 บาทต่อลิตร แม้ว่าในความเป็นจริง ณ ปัจจุบัน ราคาน้ำมันดีเซลจะทะลุไปถึงเกือบ 39 บาทต่อลิตรแล้วก็ตาม การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นการบรรเทาผลกระทบของผู้ใช้บริการในเบื้องต้น ก่อนจะมีการประเมินสถานการณ์ใหม่อีกครั้ง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จี้รัฐเร่งคลอด “คนละครึ่ง” สู้ของแพง จับตาธุรกิจลดกำลังผลิต-ลดคน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net