กลุ่ม G7 แถลงประณามอิหร่าน หยุดคุกคามความมั่นคงโลก
กลุ่มประเทศ G7 ออกแถลงการณ์ร่วม ประณามอิหร่านยุติการโจมตีเพื่อนบ้าน ชี้คุกคามความมั่นคงโลก
วันที่ 22 มีนาคม 2569 - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 ซึ่งประกอบด้วย สหราชอาณาจักร แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ฉบับสำคัญ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านยุติพฤติกรรมการโจมตีตอบโต้ประเทศเพื่อนบ้านโดยทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในแถลงการณ์ดังกล่าว กลุ่ม G7 ได้ระบุจุดยืนไว้อย่างชัดเจนว่า "ทางกลุ่มขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อกรณีการโจมตีที่ขาดความยั้งคิดโดยรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งพุ่งเป้าไปที่เป้าหมายพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานภาคพลเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในกลุ่มประเทศต่าง ๆ ประกอบด้วย บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน และอิรัก" ซึ่งการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายและส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในวงกว้าง
เนื้อหาในแถลงการณ์ฉบับนี้มีความสอดคล้องและไปในทิศทางเดียวกันกับมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ซึ่งเคยได้แสดงความกังวลและร่วมประณามอิหร่านต่อกรณีการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคมาแล้วก่อนหน้านี้ โดยนานาชาติต่างมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางให้วิกฤตหนักยิ่งขึ้น
ทางด้านสำนักข่าวเกียวโดได้รายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มสมาชิก G7 ซึ่งประกอบด้วย สหราชอาณาจักร แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา รวมถึงสหภาพยุโรป (EU) ได้ย้ำเตือนว่า พฤติกรรมการโจมตีในลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้โดยเด็ดขาด เนื่องจากเป็นการคุกคามต่อเสถียรภาพและความมั่นคงอย่างร้ายแรง ทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับสากล
นอกจากประเด็นด้านการโจมตีทางทหารแล้ว กลุ่ม G7 ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญเร่งด่วนในการคุ้มครองเส้นทางเดินเรือและหลักประกันด้านความปลอดภัยของการเดินเรือสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในการขนส่งพลังงาน พร้อมระบุว่าเสรีภาพในการเดินเรือจะต้องได้รับการคุ้มครองเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพลังงานของประชาคมโลกต่อไป