อพยพผู้ป่วย-ญาติวุ่น ไฟไหม้ห้องแล็บ โรงพยาบาลดัง เผยแล้วต้นเพลิงมาจากไหน
เมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ร.ต.อ.เจริญชัย โพสาราช รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.นครหลวง ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช ต.บ่อโพง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา จึงประสานรถดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์รุดเข้าตรวจสอบสถานการณ์
ที่เกิดเหตุต้นเพลิงอยู่บริเวณชั้น 2 ของอาคารวาสนาการุญ ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์ โดยมีกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากภายในอาคาร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงเพื่อป้องกันการลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ ของโรงพยาบาล
เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้ป่วย ญาติ และบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่พยาบาลและอาสากู้ภัยต้องเร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยชายหญิงประมาณ 20 คน โดยใช้วิธีนั่งรถเข็นออกจากอาคารไปยังลานด้านนอกอย่างเร่งด่วน
ขณะเดียวกัน ผู้ป่วยกึ่งวิกฤตอีก 5 คน ได้รับการลำเลียงขึ้นรถพยาบาลของมูลนิธิพุทไธสวรรย์ เพื่อพักรักษาชั่วคราวระหว่างที่เจ้าหน้าที่เร่งระบายกลุ่มควันและควบคุมสถานการณ์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโกลาหล
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณโต๊ะคอมพิวเตอร์ภายในห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์ ซึ่งได้รับความเสียหายทั้งหมด รวมถึงฝ้าเพดานและผนังห้องมีร่องรอยถูกไฟไหม้
นางเหน่ง อายุ 54 ปี ญาติผู้ป่วยที่เฝ้าไข้มารดาอยู่บริเวณชั้น 3 เปิดเผยว่า ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้ตั้งแต่เวลาประมาณ 01.30 น. ในตอนแรกคิดว่าเป็นเพียงสัญญาณแจ้งเตือนทั่วไป ก่อนที่พยาบาลจะวิ่งมาแจ้งให้อพยพออกจากอาคารอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ ทำให้รู้สึกตกใจอย่างมาก เพราะมีกลุ่มควันจำนวนมากปกคลุมทั่วอาคาร
ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลตำบลบ่อโพง เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ ได้นำรถดับเพลิงเข้าตรวจสอบทันที พบต้นเพลิงอยู่บริเวณชั้น 2 จึงนำหัวฉีดน้ำขึ้นไปสกัดเพลิง ภายในห้องยังมีกลุ่มควันจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ พร้อมใช้เครื่องระบายควัน จนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ และพบว่าโต๊ะคอมพิวเตอร์ภายในห้องถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพจุดเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมตรวจสอบห้องปฏิบัติการที่เกิดเพลิงไหม้ คาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากมีการเสียบปลั๊กคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อน อย่างไรก็ตาม จะต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง
ภายหลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่อาการไม่วิกฤตไปพักรักษาตัวในอาคารอื่นของโรงพยาบาล ส่วนผู้ป่วยกึ่งวิกฤตยังคงพักอยู่ภายในรถกู้ชีพของมูลนิธิเพื่อความปลอดภัย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด
อ่านข่าวเพิ่มเติม