โลกเสี่ยงร้อนทุบสถิติอีกครั้ง จากอิทธิพล “เอลนีโญ” ที่กำลังจะกลับมา!
นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ซึ่งเป็นความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออก มีแนวโน้มจะกลับมาอีกครั้งในปี 2569 และอาจทำให้รูปแบบสภาพอากาศทั่วโลกแปรปรวนมากขึ้น
รายงานคำแนะนำล่าสุดจาก National Oceanic and Atmospheric Administration หรือ NOAA ของสหรัฐฯ ระบุว่า เอลนีโญมีแนวโน้มก่อตัวในช่วงฤดูร้อนปี 2569 และอาจดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงปลายปีเดียวกัน หรืออาจยาวนานกว่านั้น โดยมีโอกาสประมาณ 1 ใน 3 ที่จะทวีความรุนแรงเป็นเอลนีโญระดับ “รุนแรง” ในช่วงฤดูหนาว ซึ่งการประเมินครั้งใหม่นี้ถือเป็นการปรับเพิ่มระดับความรุนแรงจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ ที่เคยประเมินว่าอาจเกิดเอลนีโญเพียงระดับอ่อนเท่านั้น
ในช่วงที่เกิดเอลนีโญ ลมสินค้าหรือลมตะวันออกที่พัดจากตะวันออกไปตะวันตกเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกจะอ่อนกำลังลง ส่งผลให้มวลอากาศอุ่นสะสมอยู่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออกมากกว่าปกติ การอุ่นขึ้นของผิวน้ำทะเลในบริเวณดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทั่วโลก เช่น ภัยแล้งรุนแรงในออสเตรเลียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่บางพื้นที่ เช่น สหรัฐอเมริกาและแอฟริกาตะวันออก อาจเผชิญฝน
ตกหนักและน้ำท่วมมากขึ้น
ที่ผ่านมา เหตุการณ์เอลนีโญในช่วงปี 2557–2559 และปี 2566–2567 ทำให้อุณหภูมิโลกพุ่งสูงเป็นสถิติ และยิ่งซ้ำเติมแนวโน้มภาวะโลกร้อนจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยปี 2567 ถูกบันทึกว่าเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา เนื่องจากผลรวมของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระยะยาวและเอลนีโญที่มีความรุนแรง
นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศประเมินว่า การกลับมาของเอลนีโญครั้งใหม่อาจเพิ่มโอกาสที่โลกจะเผชิญปีที่ร้อนที่สุดอีกครั้ง ซึ่งอาจเกิดขึ้นในช่วงปี 2570 ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า ภายใต้ภาวะโลกร้อน ผลกระทบของเอลนีโญมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทำให้เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเกิดได้บ่อยและรุนแรงขึ้น
ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ เอลนีโญ และ ลานีญา เป็นสองระยะของปรากฏการณ์ El Niño–Southern Oscillation หรือ ENSO ซึ่งเป็นความแปรปรวนของอุณหภูมิระหว่างมหาสมุทรและบรรยากาศบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลาง โดยเอลนีโญเป็นระยะที่ผิวน้ำทะเลอุ่นกว่าปกติ ส่วนลานีญาเป็นระยะที่ผิวน้ำทะเลเย็นกว่าปกติ
ปรากฏการณ์ทั้งสองมักเกิดขึ้นทุก ๆ หลายปี โดยมีระยะเวลาประมาณ 9–12 เดือน และบางครั้งอาจยาวนานหลายปี ขณะที่ความถี่ในการเกิดยังคงไม่แน่นอน แต่โดยทั่วไปเอลนีโญมักเกิดบ่อยกว่าลานีญา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- โลกร้อนทำคน “ขยับตัวน้อยลง” เสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยเพิ่ม ปีละกว่า 5 แสนคนในปี 2050
- เตือนหน้าร้อนนี้ ค่าดัชนีความร้อนสูงอยู่ในระดับเตือนภัยขึ้นไป แนะวิธีรับมือความร้อน
- ผู้เชี่ยวชาญชี้ “ที่อยู่อาศัย” ที่ดี คือกุญแจรับมือภัยโลกร้อน ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
- เยอรมนีสะดุดเป้าลดโลกร้อน ปี 68 ลดก๊าซเรือนกระจกได้แค่ 0.1%
- “ลำปาง” อากาศแปรปรวน เจอทั้งฝน-อากาศหนาว