โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกเสี่ยงร้อนทุบสถิติอีกครั้ง จากอิทธิพล “เอลนีโญ” ที่กำลังจะกลับมา!

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มกลับมาอีกครั้งในปี 2569 ซึ่งอาจทำให้สภาพอากาศทั่วโลกแปรปรวนมากขึ้น พร้อมเพิ่มความเสี่ยงคลื่นความร้อนรุนแรง หลังเหตุการณ์เอลนีโญครั้งก่อนทำให้หลายพื้นที่ของโลกเผชิญอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ซึ่งเป็นความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออก มีแนวโน้มจะกลับมาอีกครั้งในปี 2569 และอาจทำให้รูปแบบสภาพอากาศทั่วโลกแปรปรวนมากขึ้น

รายงานคำแนะนำล่าสุดจาก National Oceanic and Atmospheric Administration หรือ NOAA ของสหรัฐฯ ระบุว่า เอลนีโญมีแนวโน้มก่อตัวในช่วงฤดูร้อนปี 2569 และอาจดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงปลายปีเดียวกัน หรืออาจยาวนานกว่านั้น โดยมีโอกาสประมาณ 1 ใน 3 ที่จะทวีความรุนแรงเป็นเอลนีโญระดับ “รุนแรง” ในช่วงฤดูหนาว ซึ่งการประเมินครั้งใหม่นี้ถือเป็นการปรับเพิ่มระดับความรุนแรงจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ ที่เคยประเมินว่าอาจเกิดเอลนีโญเพียงระดับอ่อนเท่านั้น

ในช่วงที่เกิดเอลนีโญ ลมสินค้าหรือลมตะวันออกที่พัดจากตะวันออกไปตะวันตกเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกจะอ่อนกำลังลง ส่งผลให้มวลอากาศอุ่นสะสมอยู่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออกมากกว่าปกติ การอุ่นขึ้นของผิวน้ำทะเลในบริเวณดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทั่วโลก เช่น ภัยแล้งรุนแรงในออสเตรเลียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่บางพื้นที่ เช่น สหรัฐอเมริกาและแอฟริกาตะวันออก อาจเผชิญฝน

ตกหนักและน้ำท่วมมากขึ้น

ที่ผ่านมา เหตุการณ์เอลนีโญในช่วงปี 2557–2559 และปี 2566–2567 ทำให้อุณหภูมิโลกพุ่งสูงเป็นสถิติ และยิ่งซ้ำเติมแนวโน้มภาวะโลกร้อนจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยปี 2567 ถูกบันทึกว่าเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา เนื่องจากผลรวมของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระยะยาวและเอลนีโญที่มีความรุนแรง

นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศประเมินว่า การกลับมาของเอลนีโญครั้งใหม่อาจเพิ่มโอกาสที่โลกจะเผชิญปีที่ร้อนที่สุดอีกครั้ง ซึ่งอาจเกิดขึ้นในช่วงปี 2570 ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า ภายใต้ภาวะโลกร้อน ผลกระทบของเอลนีโญมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทำให้เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเกิดได้บ่อยและรุนแรงขึ้น

ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ เอลนีโญ และ ลานีญา เป็นสองระยะของปรากฏการณ์ El Niño–Southern Oscillation หรือ ENSO ซึ่งเป็นความแปรปรวนของอุณหภูมิระหว่างมหาสมุทรและบรรยากาศบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลาง โดยเอลนีโญเป็นระยะที่ผิวน้ำทะเลอุ่นกว่าปกติ ส่วนลานีญาเป็นระยะที่ผิวน้ำทะเลเย็นกว่าปกติ

ปรากฏการณ์ทั้งสองมักเกิดขึ้นทุก ๆ หลายปี โดยมีระยะเวลาประมาณ 9–12 เดือน และบางครั้งอาจยาวนานหลายปี ขณะที่ความถี่ในการเกิดยังคงไม่แน่นอน แต่โดยทั่วไปเอลนีโญมักเกิดบ่อยกว่าลานีญา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...