บุกค้นรีสอร์ตร้าง ลอบใช้ไฟหลวงขุดบิตคอยน์ ทำการไฟฟ้าสูญเดือนละ 3.5 ล้าน ตร.เร่งขยายผล
ตร.กาญจน์-การไฟฟ้า บุกค้นรีสอร์ตร้าง ลอบใช้ไฟหลวงขุดบิตคอยน์ ทำการไฟฟ้าสูญเดือนละ 3.5 ล้าน ตร.เร่งสอบวงจรปิดฟันคดีแพ่ง-อาญา
เมื่อวันนี้ 17 มีนาคม 2569 พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองผู้ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.จอมพล รุจิรดำรงชัย รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ชัยรัตน์ บัวขม ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.ท.วศิน พลายศิริ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี สนธิกำลังแบบบูรณาการร่วมกับนายเมธี สุกก่ำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมและบริการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 จ.นครปฐม นายวัฒนา มหารมย์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.กาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจนำหมายค้นเข้าตรวจค้นรีสอร์ตร้างแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 6 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีการลักลอบใช้ไฟฟ้า เพื่อขุดเหรียญบิตคอยน์โดยผิดกฎหมาย ทำให้การไฟฟ้าได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก
เมื่อไปถึงพบพื้นที่ดังกล่าวสร้างกำแพงเอาไว้โดยรอบพื้นที่อย่างมิดชิด ประตูทางเข้าถูกปิดเอาไว้ แต่ไม่พบบุคคลใดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่จึงเปิดประตูเข้าไปตรวจสอบภายใน ผลปรากฎพบเสาติดตั้งหมอแปลไฟฟ้าขนาด 250 KVA ติดตั้งอยู่ด้านหน้าแปลงที่ดิน มีตู้ควบคุมไฟฟ้าขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่ใกล้กัน เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่ามีการใช้ท่อพลาสติกขนาดใหญ่งร้อยสายไฟฝังลงไปใต้ดิน เจ้าหน้าที่จึงสำรวจไปตามร่องรอยของการฝัง พบมีระยะทางประมาณ 700 เมตร
เมื่อสุดปลายทางพบพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีการนำเมทัลชีท มีปิดล้อมเป็นรั้วกั้นพื้นที่โดยใช้สแลนสีเขียวมาปิดบังเอาไว้ เจ้าหน้าที่จึงเปิดประตูเข้าไปตรวจสอบภายในที่มีเนื้อที่ประมาณ 200 ตารางว่า ผลปรากฏว่าพบตู้เหล็กขนาดใหญ่ภายในติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 2500 KVA 1 ตู้ ตู้ควบคุมวงจรไฟฟ้า 1 ตู้ และนอกจากนี้ ยังพบตู้เหล็กขนาดใหญ่อีก 4 ตู้ โดยภายในพบอุปกรณ์สำหรับขุดบิตคอยน์ อยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจึงเคลื่อนย้ายออกมานับรวมกันได้ จำนวน 280 เครื่อง
โดยเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าต้องนำรถเครนมาทำการเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาเอาไว้ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกาญจนบุรี แต่กว่าจะเคลื่อนย้ายสำเร็จต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมง และนอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสิบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ยังได้ตรวจยึดกล้องวงจรปิดที่ติดเอาไว้จำนวนหนึ่งเอาไว้ตรวจหาหลักฐานอีกด้วย
ทั้งนี้ นายเมธีเปิดเผยภายหลังว่า การเข้าตรวจสอบครั้งนี้สืบเนื่องจากมีข้อมูลเบาะแสการลักใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองเงินดิจิทัลในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยเป็นผู้ใช้ไฟรายใหญ่มีลักษณะรั้วรอบขอบชิด มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด และค่าไฟน้อยผิดปกติ
จากการเข้าตรวจค้นพบมีการต่อตรงด้านแรงสูงจากหัวบุชชิ่งของหม้อแปลงขนาด 250 KVA บริเวณด้านหน้าสถานที่ดังกล่าว และมีการเดินสายไฟใต้ดินไปยังหม้อแปลงขนาด 2,500 kVA ขณะตรวจสอบวัดโหลดการใช้งานได้ 912.90 kW และพบเครื่องขุดเหมืองเงินดิจิทัล จำนวน 280 เครื่อง โดยมีบริษัทแห่งหนึ่งเป็นผู้ขอใช้ไฟ เสียค่าไฟฟ้าประมาณเดือน 15000 บาท แต่จาการตรวจสอบพบว่ามีการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 จนถึงปัจจุบันคิดเป็นค่าความเสียหายประมาณ 16 ล้านบาท หรือประมาณ 3.5 ล้านบาทต่อเดือน ในส่วนของการไฟฟ้าของเราจะแจ้งความดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย ส่วนคดีอาญาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการ
ด้าน พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองผู้ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า การเข้าจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจของเราได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าและ ตำรวจภูธรภาค 7 ซึ่งในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 7 ได้มีการจับกุมคดีดังกล่าวมาแล้วหลายครั้งล่าสุดจับกับในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.7 ได้มีการประสานข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายทราบว่าบริเวณพื้นที่แห่งนี้เป็นจุดที่น่าสงสัยว่าจะมีการลักลอบขุดบิตคอยน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการประสานกับการไฟฟ้ากาญจนบุรีเพื่อหาข้อมูลมาโดยตลอด จนกระทั้งทราบข้อเท็จ ดังกลั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยการไฟฟ้า นำหลักฐานไปแสดงต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อขอหมายค้นจึงนำมาสู่การเข้าตรวจสอบและพบของกลางเป็นจำนวนมากดังกล่าว
ส่วนเรื่องของการดำเนินคดีนั้นเจ้าหน้าที่จะพยายามรวบรวมพยานหลักฐานเอาไว้ดำเนินในคดีอาญา แต่ในเบื้องต้นเรามีข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารอยู่แล้วบางส่วน ซึ่งจะได้สืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บุกค้นรีสอร์ตร้าง ลอบใช้ไฟหลวงขุดบิตคอยน์ ทำการไฟฟ้าสูญเดือนละ 3.5 ล้าน ตร.เร่งขยายผล
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th