โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

1 Hotel Tokyo โอเอซิสสุดลักซ์ชูรีเหนือมหานครโตเกียว เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ

Positioningmag

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 09.37 น. • PR News

1 Hotels แบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์ระดับลักซ์ชูรี ที่ขับเคลื่อนด้วยพันธกิจด้านความยั่งยืน ก่อตั้งโดย Barry Sternlicht ผู้บุกเบิกวงการโรงแรมระดับโลก ประกาศเปิดตัว 1 Hotel Tokyo อย่างเป็นทางการ นับเป็นโรงแรมแห่งแรกของแบรนด์ในประเทศญี่ปุ่นพร้อมให้บริการด้วยพื้นที่ตั้งที่โดดเด่นบยนอาคาร Akasaka Trust Tower เปรียบเสมือนโอเอซิสเหนือมหานคร สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของสวนพระราชวังอิมพีเรียล โตเกียวทาวเวอร์ และเส้นขอบฟ้าของกรุงโตเกียว 1 Hotel Tokyo นำเอกลักษณ์การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติอันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ มาผสานกับแนวคิดอาหารและเครื่องดื่มสุดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ด้านเวลเนสเพื่อสุขภาพแบบองค์รวม และปรัชญาการบริการที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างแท้จริง ถ่ายทอดเป็นประสบการณ์การเข้าพักระดับลักซ์ชูรีในหนึ่งในมหานครที่มีชีวิตชีวาที่สุดของโลก
1 Hotel Tokyo เกิดจากความร่วมมือระหว่าง 1 HotelsและMori Trust หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ของญี่ปุ่น และเป็นส่วนสำคัญของโครงการ Tokyo World Gate Akasaka ซึ่งเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์แบบมิกซ์ยูส เจเนอเรชันใหม่ อันประกอบด้วยพื้นที่สำนักงาน ร้านค้า และวัฒนธรรมที่รวมไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ภายใต้การออกแบบที่เป็นมิตรต่อการเดินเท้า สำหรับย่านอาซากุสะ ถือเป็นทำเลที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการออกสำรวจเสน่ห์ของกรุงโตเกียว ผู้เข้าพักจะได้อยู่ท่ามกลางแหล่งวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของเมือง และสามารถเดินทางไปยังย่านสำคัญอย่างกินซ่า รปปงงิ และชิบูย่า ได้อย่างสะดวกสบาย ขณะเดียวกันพื้นที่โดยรอบยังรายล้อมด้วยสวนสาธารณะ ศาลเจ้า และสถานทูตต่างประเทศ ซึ่งช่วยเติมเสน่ห์ของความเป็นนานาชาติให้ผสานกับเอกลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืน


1 Hotel Tokyo สะท้อนปรัชญาการดำรงชีวิตของประเทศญี่ปุ่นอย่างลงตัว โดยเน้นดำเนินตามการดำรงชีวิตอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ พร้อมให้ความสำคัญกับงานฝีมือความเรียบง่ายอย่างมีรสนิยมและการเคารพคุณค่าของโรงแรมประกอบด้วยห้องพักจำนวน 211 ห้องที่ออกแบบให้เป็นสถานที่พักผ่อนอันสงบใจกลางเมือง เชื่อมโยงผู้เข้าพักกับธรรมชาติผ่านการใช้วัสดุที่ยั่งยืน พืชพรรณสีเขียวที่จัดวางอย่างพิถีพิถัน และรายละเอียดงานออกแบบที่เน้นพื้นผิวสัมผัสและงานฝีมืออันประณีต
Barry Sternlicht ผู้ก่อตั้ง 1 Hotels และประธาน Starwood Hotels กล่าวว่า “ตลอดหลายทศวรรษที่ผมมีโอกาสเดินทางมาญี่ปุ่น สิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างยิ่งคือความงดงามของสวนญี่ปุ่น ความสงบร่มรื่นของสวนสาธารณะ และความเคารพต่อธรรมชาติที่ยังคงหยั่งรากลึก แม้จะอยู่ท่ามกลางสถาปัตยกรรมสมัยใหม่และความคึกคักของเมืองใหญ่ แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความสงบอย่างน่าอัศจรรย์ ดังนั้น ในการออกแบบ 1 Hotel Tokyo ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกของเราในเมืองที่น่าทึ่งแห่งนี้ เราต้องการถ่ายทอดความสงบและความกลมกลืนกับธรรมชาตินั้นออกมาให้ได้มากที่สุด”
Miwako Date ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Mori Trust กล่าวว่า “โครงการ Tokyo World Gate Akasaka ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยมีแนวคิดในการสร้างย่านที่ผสานโลกธุรกิจ วัฒนธรรม และพื้นที่สีเขียวเข้าไว้ด้วยกัน สะท้อนภาพอนาคตของกรุงโตเกียวได้อย่างชัดเจน การเปิดตัว 1 Hotel Tokyo ช่วยเสริมวิสัยทัศน์ดังกล่าวให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผ่านประสบการณ์การพักผ่อนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมควบคู่กับความงดงามของงานออกแบบ เราเชื่อว่าโรงแรมแห่งนี้จะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับย่านอาซากุสะ และสนับสนุนให้โตเกียวยังคงเติบโตในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกต่อไป”


การเดินทางผ่านงานออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ตั้งแต่ระดับถนนสู่ยอดฟ้า
1 Hotel Tokyo ตั้งอยู่ระหว่างชั้นที่ 38 ถึง 43 ของอาคาร Akasaka Trust Tower ผสมผสานทัศนียภาพอันกว้างไกลของมหานครโตเกียว ควบคู่กับการออกแบบที่เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากความเคารพต่อวัสดุของวัฒนธรรมญี่ปุ่น และปรัชญา Biophilic Design อันเป็นเอกลักษณ์ของ 1 Hotels ที่เน้นการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับธรรมชาติ
Raul Leal ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Starwood Hotels กล่าวว่า “การออกแบบ 1 Hotel Tokyo คือการค้นหาความสมดุลระหว่างปรัชญาของแบรนด์กับวัฒนธรรมอันลึกซึ้งของญี่ปุ่น ที่ให้คุณค่ากับวัสดุและความปราณีตของงานฝีมือ ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลอย่างพิถีพิถัน ไปจนถึงมาตรฐานการดำเนินงานที่เข้มงวดซึ่งทำให้โรงแรมแห่งนี้ได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสูงสุดของญี่ปุ่น ทุกองค์ประกอบสะท้อนให้เห็นว่า ความเป็นเลิศด้านการออกแบบและความยั่งยืนสามารถเกื้อหนุนกัน เพื่อยกระดับประสบการณ์ลักซ์ชัวรีให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นได้”
CRÈME สตูดิโอสถาปัตยกรรมและการออกแบบระดับโลก รับหน้าที่ดูงานการออกแบบภายในโดยถ่ายทอดแนวคิดให้โรงแรมแห่งนี้เปรียบเสมือนที่พักพิงอันสงบเหนือเส้นขอบฟ้าของมหานคร สร้างประสบการณ์ให้กับผู้เข้าพักตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินทางมาถึงบริเวณระดับถนน ผนังสีเขียวที่ปกคลุมด้วยพรรณไม้ จะช่วยทำให้ผู้มาเยือนได้หลุดออกจากความคึกคักของเมืองใหญ่ได้อย่างนุ่มนวล ระหว่างการเดินทางขึ้นสู่ชั้นบน ทุกท่านจะได้สัมผัสจะนำเสนอเรื่องราวการออกแบบ ที่เปรียบเสมือนการเคลื่อนตัวไปตามลำต้นของต้นไม้ จนพบยอดอันเขียวชอุ่มเมื่อก้าวสู่ล็อบบี้บนชั้น 38 ของโรงแรม
แรงบันดาลใจจากธรรมชาติถูกถ่ายทอดอยู่ทั่วทุกพื้นที่ของโรงแรม ตั้งแต่รายละเอียดเพดานไม้ที่ชวนให้นึกถึงพื้นผิวของเปลือกไม้ ไปจนถึงผนังที่มีพื้นผิวสัมผัสละเอียดอ่อน สื่อถึงการเคลื่อนไหวของสายลมอย่างแผ่วเบา อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือผนังหินโอยะ (Oya) อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสะท้อนให้นึกถึงงานก่อหินบริเวณคูเมืองรอบพระราชวังอิมพีเรียล เชื่อมโยงงานออกแบบของโรงแรมเข้ากับภูมิทัศน์และประวัติศาสตร์ของกรุงโตเกียวได้อย่างกลมกลืน พรรณไม้สีเขียวเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์การเข้าพัก สอดคล้องกับปรัชญาของ 1 Hotels ที่ต้องการนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ภายในโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นผนังสวนแนวตั้ง การจัดวางต้นไม้เขียวขจีทั่วพื้นที่ส่วนกลาง หรือการออกแบบพื้นที่ที่เปิดรับวิวภายนอกอย่างเต็มที่ ทั้งหมดร่วมกันสร้างบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้โอบล้อมด้วยธรรมชาติ แม้อยู่ท่ามกลางใจกลางมหานคร
โรงแรมประกอบด้วยห้องพักทั้งหมด 211 ห้องรวมถึงห้องสวีท 24 ห้อง และเพนต์เฮาส์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ 3 ห้อง การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ผสานความเรียบง่ายแบบญี่ปุ่นเข้ากับความสะดวกสบายสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ภายในห้องพักโดดเด่นด้วยงานศิลปะสไตล์ biophilic ที่สร้างสรรค์จากมอสส์ที่ถูกรักษาสภาพไว้และไม้พาเลตรีไซเคิล ตกแต่งด้วยของตกแต่งจากช่างฝีมือท้องถิ่น พร้อมการจัดวางพรรณไม้เขียวอย่างพิถีพิถัน โดยห้องพักบางส่วน สามารถมองเห็นทัศนียภาพของสวนพระราชวังอิมพีเรียลและเส้นขอบฟ้าของกรุงโตเกียว


ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เปลี่ยนตามช่วงเวลาของวัน
ที่ 1 Hotel Tokyo การรับประทานอาหารถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของประสบการณ์การเข้าพัก โดยบรรยากาศและพลังของแต่ละพื้นที่จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปตั้งแต่ยามเช้าจนถึงค่ำคืน ห้องอาหารและคาเฟ่ทั้งสามแห่ง ได้แก่ NiNi, Spotted Stone และ Neighbors Café ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่เชื้อเชิญทั้งชาวเมืองและนักเดินทาง ให้เข้ามาพบปะ ผ่อนคลาย และสัมผัสบรรยากาศที่อบอุ่นราวกับเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน
ห้องอาหาร NiNi นำทีมโดย Nikko Policarpio หัวหน้าเชฟผู้มีประสบการณ์จากร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ในกรุงโตเกียว และเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในกลุ่มร้านอาหาร Momofuku ของ David Chang ที่เมืองโตรอนโต ชื่อ NiNi ซึ่งมีความหมายว่า “TwoTwo” ในภาษาญี่ปุ่น สะท้อนแรงบันดาลใจจากสองชายฝั่งและสองวัฒนธรรม โดยผสานความสง่างามแบบสบาย ๆ ของ French Riviera เข้ากับความประณีตแบบญี่ปุ่น เมนูอาหารเน้นการใช้สมุนไพรจากแคว้นโพรวองซ์ น้ำมันมะกอก ซีฟู้ดสดใหม่ และผลไม้รสเปรี้ยว ก่อนนำมาตีความใหม่ผ่านฤดูกาลและรายละเอียดแบบญี่ปุ่น หนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของครัวคือการใช้เตา Josper Grill ซึ่งยังพบได้ไม่มากในญี่ปุ่น เป็นเตาย่างที่ใช้ถ่านธรรมชาติซึ่งช่วยดึงรสชาติแท้ของเนื้อสัตว์ ซีฟู้ด และผักออกมา โดยไม่กลบรสชาติที่ละเอียดอ่อน ของวัตถุดิบ เมนูซิกเนเจอร์ ได้แก่ Maguro Tartare ที่สร้างสรรค์บนพื้นฐานสูตรอาหารฝรั่งเศสคลาสสิก พร้อมแต่งกลิ่นอายแบบญี่ปุ่น ส่วนของหวานได้รับแรงบันดาลใจจากรสชาติจากทางใต้ของประเทศฝรั่ง อาทิ Baba ขนมฝรั่งเศสคลาสสิกที่นำมาตีความใหม่ โดยเปลี่ยนจากรัมมาเป็นน้ำเชื่อมชาดำญี่ปุ่นผสมเหล้าส้ม เพิ่มมิติของรสชาติที่แปลกใหม่แต่ยังคงความละเมียดละไมแบบต้นตำรับ
ในช่วงสุดสัปดาห์ NiNi จะเปลี่ยนบรรยากาศให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น พร้อมเมนูมื้อสายที่โดดเด่น เช่น seafood plateau ขนาดใหญ่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศของ French Riviera นอกจากนี้ยังมีเซตน้ำยามบ่ายตามฤดูกาล ซึ่งสร้างสรรค์ร่วมกันระหว่าง Fumitake Goji เชฟขนมหวานและเชฟ Nikko Policarpio เสิร์ฟมาในกล่องไม้ดีไซน์พิเศษที่ออกแบบขึ้นเฉพาะ ห้องอาหารยังนำเสนอประสบการณ์ด้านเสียง (sonic experience) โดยคัดสรรดนตรีให้สอดคล้องกับอาหารและช่วงเวลาของวันให้ความรู้สึกสบายและผ่อนคลายในช่วงกลางวัน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจังหวะที่มีเสน่ห์และชวนหลงใหลในยามค่ำคืน
Spotted Stone บาร์ที่นำเสนอมุมมองแบบโตเกียวที่มีต่อวัฒนธรรมค็อกเทล เน้นเสิร์ฟคราฟต์จินของญี่ปุ่นเป็นหลักโดยรวบรวมจินเกือบ 100 ชนิดจากหลากหลายผู้ผลิต จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในบาร์ที่มีคอลเลกชันจินหลากหลายและน่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง และจัดวางเสมือนห้องสมุดมีชีวิตแบ่งหมวดหมู่ตามพฤกษศาสตร์ วิธีการ กลั่น และแนวคิดเบื้องหลังของแต่ละแบรนด์ เพื่อให้แขกผู้มาเยือนได้ค้นพบเรื่องราวของจินแต่ละชนิด ที่ Spotted Stone ผู้มาเยือนจะได้ออกเดินทางสำรวจเสน่ห์ของญี่ปุ่นผ่านจินทีละแก้ว สัมผัสรสชาติและปรัชญาการผลิตที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคอย่างลึกซึ้ง
ในช่วงกลางวัน Spotted Stone มอบบรรยากาศเลานจ์ที่ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการนั่งจิบเครื่องดื่มพร้อมลิ้มลองเมนูทานเล่นเบา ๆ ขณะที่เมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำ บรรยากาศจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปสู่ความลุ่มลึกยิ่งขึ้น ด้วยการชงค็อกเทลที่พิถีพิถันและบทสนทนาที่ดำเนินไปอย่างเป็นกันเอง ชั้นทางด้านหลังของเคาน์เตอร์บาร์เจาะเป็นรูปก้อนเมฆ ตกแต่งด้วยแสงนุ่มนวลที่ตัดกับผนังพื้นที่มีผิวสัมผัส ช่วยเน้นย้ำการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติของโรงแรมนอกจากนี้ ดนตรียังเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่เติมเต็มบรรยากาศ ด้วยเสียงดนตรีจากดีเจของบาร์ และดีเจรับเชิญจากนานาชาติรวมถึงการเล่นแผ่นเสียงที่สร้างมิติของเสียงและบรรยากาศให้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น
Neighbors Café เป็นคาเฟ่แบบ grab-and-go ที่ได้แรงบันดาลใจจากแนวคิดเรื่องชุมชนและความเป็นเพื่อนบ้าน ผู้มาเยือนสามารถเพลิดเพลินกับกาแฟสไตล์อาร์ติซาน ชาคุณภาพพรีเมียม รวมถึงอาหารและขนมหวานที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ พร้อมเมนูจากร้านค้าในท้องถิ่นเพื่อสะท้อนความเชื่อมโยงกับชุมชนรอบข้าง อาทิ The Matcha Tokyo แบรนด์มัทฉะออร์แกนิกชื่อดังจากย่านฮาราจูกุ และของว่างจากธุรกิจขนาดเล็กในละแวกใกล้เคียง Neighbors Café มีเป้าหมายเพื่อให้บริการทั้งแก่นักเดินทาง ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ และพนักงานออฟฟิศในบริเวณใกล้เคียงจึงนำเสนอทางเลือกของอาหารและเครื่องดื่มที่ทั้งสะดวกและเปี่ยมคุณค่า ซึ่งสามารถเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันได้
สำหรับการจัดงาน ทั้งประชุมแบบส่วนตัวไปจนถึงงานเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญบนชั้น 38 ของโรงแรม มีพื้นที่การจัดงานที่ยืดหยุ่นรวมกว่า 460 ตารางเมตร (มากกว่า 5,000 ตารางฟุต) ประกอบด้วยห้องจัดงาน Sakura และ Camellia รวมถึงห้องรับประทานอาหารส่วนตัวอีก 3 ห้อง พื้นที่จัดงานเหล่านี้เปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ พร้อมวิวอันโดดเด่นของโตเกียวทาวเวอร์และอ่าวโตเกียวซึ่งทำให้ห้อง Sakura และ Camellia ถ่ายทอดบรรยากาศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติของโรงแรมได้อย่างงดงาม เหมาะสำหรับการจัดงานหลากหลายรูปแบบและทุกขนาด นอกจากนี้ การจัดงานอยู่ภายใต้โปรแกรม Certified Sustainable Gatherings ของ 1 Hotel ซึ่งให้ความสำคัญการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยยึกหลักการวางแผนจัดงานแบบ zero-waste เพื่อลดขยะ การเลือกใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น และรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ทุกกิจกรรมเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน


โอเอซิสแห่งเวลเนสเหนือมหานคร
สุขภาวะและการดูแลสุขภาพคือหัวใจสำคัญของประสบการณ์การเข้าพักที่ 1 Hotel Tokyo ที่Bamford Wellness Spa ได้รับการสร้างสรรค์ให้เป็นสถานที่พักฟื้นทั้งกายและใจ ร่วมพัฒนาโดย Carole Bamford ผู้บุกเบิกแนวคิดการใช้ชีวิตแบบออร์แกนิก ยั่งยืน และองค์รวม ภายในสปา ผู้เข้าพักจะได้สัมผัสกับทรีตเมนต์สำหรับผิวหน้าและร่างกายที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน มุ่งเน้นการฟื้นฟูสุขภาวะผ่านศาสตร์การบำบัดอย่างชิอัตสึ (shiatsu) หรือศาสตร์การนวดบำบัดแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นรีเฟล็กโซโลยี (reflexology) หรือการนวดกดจุดสะท้อนเท้าการกดจุดตามศาสตร์แพทย์แผนจีน (acupressure) การยืดเหยียดแบบมีผู้ช่วย (assisted stretching) และการหายใจแบบโยคะซึ่งผสานภูมิปัญญาโบราณเข้ากับแนวทางการบำบัดสมัยใหม่
หนึ่งในโปรแกรมซิกเนเจอร์คือ 1 Hotel Tokyo Experience โปรแกรมการดูแลร่างกายที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เริ่มต้นด้วยการแช่เท้าเพื่อปรับสมดุล ตามด้วยการนวดเพื่อการฟื้นฟู และปิดท้ายด้วยการดูแลผิวหน้าจากผลิตภัณฑ์ Bamford skincare ที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละบุคคล อีกหนึ่งไฮไลต์คือ Japanese Bamboo Massage ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพิธีกรรมดูแลสุขภาพแบบญี่ปุ่น ใช้ไม้ไผ่จากเกียวโตที่ผ่านการขัดเรียบ พร้อมน้ำมันผสมสารสกัดจากชาเขียว เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต คลายความตึงของกล้ามเนื้อ และส่งเสริมการไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง ส่วน Green Tea Healing Facial เป็นทรีตเมนต์ผิวหน้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ออร์แก นิกจากญี่ปุ่นคุณภาพสูง ผสานเทคนิคการกดจุด เพื่อช่วยคลายความตึงเครียด กระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลือง และคืนความเปล่งปลั่งให้ผิว
นอกจากสปาแล้ว โรงแรมยังมี The Field House พื้นที่ออกกำลังกายที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมอุปกรณ์คุณภาพสูงของ Technogym และคลาสฟิตเนสหลากหลายรูปแบบ ขณะที่ผู้เข้าพักยังสามารถผ่อนคลายที่สระว่ายน้ำในร่มที่เต็มไปด้วยแสงธรรมชาติ พร้อมทางออกสู่พื้นที่กลางแจ้งที่รายล้อมด้วยพรรณไม้ ซึ่งช่วยดึงดูดแมลงผสมเกสรและสร้างระบบนิเวศขนาดย่อมท่ามกลางภูมิทัศน์ของเมืองใหญ่
พันธสัญญาแห่งความยั่งยืน
1 Hotel Tokyo สะท้อนความมุ่งมั่นของ Starwood Hotels ที่ให้ความสำคัญกับโลกเป็นอันดับแรกในการดำเนินธุรกิจโรงแรม ควบคู่กับปรัชญาการใช้ชีวิตอย่างใส่ใจของญี่ปุ่น ที่ให้คุณค่ากับงานฝีมือและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและยังคงหล่อหลอมวิถีชีวิตในปัจจุบัน
แนวคิดด้านความยั่งยืนถูกนำมาบูรณาการตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบไปจนถึงการดำเนินงานของโรงแรม โดย 1 Hotel Tokyo ได้รับการรับรอง CASBEE S Certification ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านประสิทธิภาพสิ่งแวดล้อมระดับสูงสุดของญี่ปุ่น นำระบบการจัดการพลังงานอัจฉริยะและมีมาตรการอนุรักษ์น้ำอย่างเข้มข้น ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่จุดเติมน้ำแบบรีฟิลช่วยลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ทั่วทั้งโรงแรมมีการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล วัสดุจากแหล่งที่รับผิดชอบ และวัสดุท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกถึงความเป็นเอกลักษณ์ประวัติศาสตร์และสถานที่สอดคล้องกับความเชื่อของ 1 Hotels ที่ว่าการออกแบบอย่างใส่ใจและความสะดวกสบายที่มีความหมายสามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล
นอกเหนือจากภายในโรงแรมแล้ว ความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมยังขยายไปสู่ภายนอก ด้วยการสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าพักผ่าน Audi Electric Vehicle Experience บริการสุดพิเศษที่ผู้เข้าพักสามารถใช้บริการรถยนต์ไฟฟ้า Audi Q6 e-tron เพื่อออกสำรวจเมืองโดยไม่ปล่อยมลพิษ
สัมผัสประสบการณ์ 1 Hotel Tokyo
1 Hotel Tokyo เปิดให้บริการแล้วในย่านอาซากุสะเปรียบเสมือนโอเอซิสเหนือเส้นขอบฟ้าของมหานคร ที่ซึ่งธรรมชาติ งานฝีมือ และการดูแลสุขภาวะมาบรรจบกันอย่างลงตัว ตั้งแต่การว่ายน้ำยามเช้าท่ามกลางแสงแรกของวัน โปรแกรมสปาที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย ไปจนถึงการจิบ gin martini ยามค่ำคืนพร้อมวิวเมืองอันตระการตาค้นพบกรุงโตเกียวผ่านมุมมองใหม่ได้ที่ 1hotels.com/Tokyo

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...