โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เพื่อไทย เปิดแผนดันกม.47 ฉบับ ขับเคลื่อนประเทศสู่ศก.มูลค่าสูง

INN News

อัพเดต 14 มี.ค. เวลา 13.49 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 06.49 น. • INN News

เพื่อไทย เปิดแผนดันกฎหมาย 47 ฉบับ ขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ผ่านกลไกนิติบัญญัติ เตรียมผลักดันทันที 16 ฉบับหลังเปิดสภา

พรรคเพื่อไทยประกาศเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายรวม 47 ฉบับ ผ่านกลไกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นประเทศรายได้สูง โดยมีร่างกฎหมายอย่างน้อย 16 ฉบับที่มีความพร้อมสามารถผลักดันได้ทันทีหลังเปิดประชุมสภา

โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวถึงทิศทางการทำงานของพรรคในสภาสมัยประชุมนี้ โดยยืนยันว่าพรรคจะใช้กลไกนิติบัญญัติเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันนโยบายเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน

เริ่มจาก นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมในการทำงานทั้งในบทบาทฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ผ่าน สส.ของพรรคทั้ง 74 คน เพื่อผลักดันนโยบายที่ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้กับประชาชน โดยมุ่งเป้าหมายสำคัญในการพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง พร้อมใช้กฎหมายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ซึ่งการพัฒนาประเทศให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว จำเป็นต้องวางรากฐานสำคัญใน 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูง การสร้างความเชื่อมั่นผ่านหลักนิติรัฐและกฎหมายที่เป็นธรรม และการเสริมสร้างความมั่นคงในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้จัดกลุ่มร่างกฎหมายที่เตรียมผลักดันออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มกฎหมายด้านโครงสร้างพื้นฐานจำนวน 12 ฉบับ เช่น ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เพื่อเชื่อมโยงระบบการศึกษากับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และตลาดแรงงาน รวมถึงกฎหมายด้านทรัพยากรและการจัดการภัยพิบัติ กลุ่มกฎหมายเพื่อสร้างมาตรฐานและความเชื่อมั่นจำนวน 9 ฉบับ เช่น การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในส่วนของครอบครองปรปักษ์ รวมถึงกฎหมายด้านกระบวนการยุติธรรมและแรงงานบริการ

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มกฎหมายด้านความปลอดภัยและความมั่นคงจำนวน 6 ฉบับ เช่น พระราชบัญญัติประกันสังคม และพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชน และกลุ่มกฎหมายสนับสนุนเศรษฐกิจมูลค่าสูงจำนวน 20 ฉบับ เช่น พระราชบัญญัติส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม พระราชบัญญัติ THACCA รวมถึงกฎหมายด้านอาหารและยา เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสมัยใหม่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายจุลพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากร่างกฎหมายทั้งหมด มีอย่างน้อย 16 ฉบับที่มีความพร้อมสามารถนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในสภาได้ทันที เพื่อให้สภาเริ่มต้นทำงานอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนสามารถรับรู้ได้อย่างรวดเร็ว

ด้านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้แถลงถึงยุทธศาสตร์สำคัญของพรรคในการปฏิรูปโครงสร้างประเทศ ผ่านการเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับพรรคเพื่อไทย ซึ่งพรรคเรียกว่า “พ.ร.บ.ทุนมนุษย์” โดยมองว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์คือการลงทุนที่สำคัญที่สุดในการยกระดับประเทศสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

นายยศชนัน ระบุว่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน ประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง โดยไม่ใช่เพียงการปรับปรุงระบบการเรียนการสอน แต่ต้องวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านทุนมนุษย์ของประเทศในระยะยาว

สำหรับแนวทางสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว พรรคเพื่อไทยเสนอการปฏิรูปผ่าน 4 มิติหลัก ได้แก่ การยกระดับการผลิตและพัฒนาครู โดยดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพเข้าสู่ระบบการศึกษา พร้อมปรับระบบประเมินครูให้สะท้อนศักยภาพจริงและลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอน การปรับระบบการศึกษาให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยพัฒนาหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์ทักษะแห่งอนาคต พร้อมจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้เรียนเพื่อดูแลสวัสดิภาพของนักเรียน

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ปรับระบบ “เรียนฟรีต้องฟรีจริง” ด้วยการจัดสรรงบประมาณการศึกษาอย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะกับโรงเรียนขนาดเล็กและพื้นที่ห่างไกล เพื่อลดภาระผู้ปกครอง และป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา รวมถึงการกำหนดทิศทางการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศให้เชื่อมโยงกับตลาดแรงงาน ผ่านกลไกสำคัญ เช่น การจัดตั้ง “บอร์ดผลิตภาพแห่งชาติ” เพื่อเชื่อมโยงภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ และการจัดตั้ง “ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ” เพื่อให้ประชาชนสามารถสะสมและเทียบโอนหน่วยกิตสำหรับการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ส่วนนายประเสริฐ กล่าวสรุปว่า การผลักดันกฎหมายทั้ง 47 ฉบับถือเป็นภารกิจสำคัญของพรรคในสภาชุดนี้ ควบคู่ไปกับการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร โดยกฎหมายทั้งหมดสะท้อนแนวคิดของพรรคที่ต้องการเห็นประเทศไทยที่ประชาชนมีโอกาสมากขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีระบบรัฐที่โปร่งใสตรวจสอบได้

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของสังคมในการผลักดันกฎหมาย โดยจะเดินหน้าสร้างเครือข่ายและเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้สังคมมีส่วนร่วมในการออกแบบแนวทางพัฒนาประเทศ พร้อมย้ำว่าพรรคยังคงเดินหน้าลงพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อนำเสียงสะท้อนของประชาชนเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติ และผลักดันให้ข้อเรียกร้องของประชาชนกลายเป็นกฎหมายและนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...