โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิหร่านถล่มโครงสร้างพลังงานชาติอ่าวอาหรับ เหตุยังให้สหรัฐใช้เป็นฐานโจมตี

เดลินิวส์

อัพเดต 6 เมษายน 2569 เวลา 3.39 น. • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศเพื่อนบ้านครั้งใหญ่ ครอบคลุมทั้งโรงงานปิโตรเคมีในยูเออี ถังเก็บน้ำมันในบาห์เรน รวมถึงโรงไฟฟ้าและโรงงานผลิตน้ำจืดในคูเวต ให้เหตุผลว่าเพราะยังคงให้กองทัพสหรัฐใช้พื้นที่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี) ระดมยิงขีปนาวุธและโดรนเข้าใส่โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในหลายประเทศ ทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) บาห์เรน และคูเวต

ในยูเออี มีรายงานการเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานปิโตรเคมีโบรูจ ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมรูไวส์ ริมชายฝั่งทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ทางการให้ข้อมูลว่า เปลวเพลิงเกิดจากเศษซากขีปนาวุธที่ถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศยิงสกัดไว้ได้ และสั่งระงับการดำเนินงานที่โรงงานเป็นการชั่วคราว เพื่อประเมินความเสียหาย

ด้านแบปโก เอเนอร์จีส์ ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติของบาห์เรน กล่าวว่า โดรนของอิหร่านโจมตีถังเก็บน้ำมันจนเกิดเพลิงไหม้ อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้วและไม่มีผู้ใดได้บาดเจ็บ

ขณะที่กระทรวงไฟฟ้าและน้ำของคูเวตรายงานว่า โรงไฟฟ้าและโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล 2 แห่ง ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน ส่งผลให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้า 2 หน่วยต้องหยุดทำงาน

ทั้งนี้ ไออาร์จีซีให้เหตุผลว่า การโจมตีเป้าหมายอุตสาหกรรมและพลังงานเหล่านี้ เป็นการตอบโต้ประเทศเพื่อนบ้านที่ยังคงอนุญาตให้กองทัพสหรัฐใช้ดินแดนเป็นฐานปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน แม้กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับยืนกรานปฏิเสธก็ตาม.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...