ทลายขบวนการยักยอกเงิน "วัดบางคลาน" แอบโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวและบัญชีม้า
ทลายขบวนการยักยอกเงิน "วัดบางคลาน" แอบโอนเงินเงินวัดโอนเข้าบัญชีม้า พร้อมแจ้งข้อหา อดีตเจ้าอาวาส-ไวยาวัจกร ยักยอกเงินวัด ด้านเจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
วันที่ 27 เมษายน 2569 ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ร่วมแถลงขยายผลคดีทุจริตวัดบางคลาน จ.พิจิตร หลังพบหลักฐานมัดอดีตเจ้าอาวาสและอดีตไวยาวัจกร ว่าร่วมกันเบียดบังเงินจำหน่ายวัตถุมงคล ไม่ลงบัญชีวัด แอบโอนเข้าบัญชีส่วนตัวและบัญชีม้า พบความขัดแย้งสะสมมานานกว่า 11 ปี
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นำกำลังเข้าตรวจสอบ และเรียกผู้ต้องหาสำคัญ 2 ราย ในกรณีทุจริตภายในวัดหิรัญญาราม หรือ วัดบางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร ประกอบด้วย พระครูพิสุทธิวรากร อดีตเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม หรือ วัดบางคลาน และ นายพร อายุ 73 ปี อดีตไวยาวัจกร มารับทราบข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์), มาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ) และความผิดตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช.
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ความขัดแย้งภายในวัดที่ยืดเยื้อมานานกว่า 11 ปี จนนำไปสู่การร้องเรียนให้ตรวจสอบความผิดปกติทางการเงิน เมื่อปลายปี 2565 และจากการสืบสวนพบพิรุธสำคัญหลายประการ จนนำมาสู่การจับกุม
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า พฤติการณ์ของผู้ต้องหาเข้าข่ายร่วมกันเป็นขบวนการ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวและเบียดบังทรัพย์สินของวัดไปโดยทุจริต
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ทั้งอดีตเจ้าอาวาสวัดวัดบางคลาน กับอดีตไวยาวัจกร ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ตำรวจยืนยันมีพยานหลักฐานและเส้นทางการเงินที่ชัดเจน พร้อมดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ศรัทธาของประชาชนและชุมชนชาวบางคลานที่ได้รับความเสียหายมาอย่างยาวนาน “วัดต้องเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ไม่ใช่แหล่งหาผลประโยชน์ของใครบางคน” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว