BAM อนุมัติจ่ายปันผลหุ้นละ 0.50 บาท เดินหน้าปั้นรายได้ต่อเนื่อง รับวัฏจักรหนี้ขาขึ้น
BAM อนุมัติจ่ายปันผลหุ้นละ 0.50 บาท สะท้อนกระแสเงินสดแข็งแกร่ง พร้อมเร่งกลยุทธ์บริหาร NPL–NPA ผ่าน AI และแพลตฟอร์มดิจิทัล เสริมศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง เล็งจ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2570 ตอกย้ำภาพหุ้น High Dividend ที่ยังมีอัพไซด์ในระยะยาว
27 เมษายน 2569 - นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมประชุมสามัญ ผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ผ่านระบบ E-Meeting ณ สำนักงานใหญ่ โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 7% ของราคาหุ้น ด้วยผลการดำเนินงานปี 2568 ที่โดดเด่นสามารถสร้างผลเรียกเก็บได้มากถึง 17,857 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 15,161 ล้านบาท หรือเติบโตถึง 18% พร้อมกำไรสุทธิ 1,812 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน
สะท้อนสถานะของBAM ในฐานะหุ้นปันผลที่ให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ โดยกำหนด Record Date วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 22 พฤษภาคม 2569พร้อมกันนี้ บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการจ่ายเงินปันผลในลักษณะ 2 ครั้งต่อปี คาดว่าตั้งแต่ปี 2570 เพื่อเพิ่มความต่อเนื่องของกระแสเงินสดให้กับผู้ถือหุ้น แสดงถึงศักยภาพการบริหารพอร์ตสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับการจ่ายปันผลครั้งนี้สะท้อน “กระแสเงินสดแข็งแกร่ง” และความสามารถในการบริหารพอร์ต NPL–NPA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่แนวโน้มธุรกิจยังมีอัพไซด์จากวัฏจักรหนี้ที่เข้าสู่ช่วงโอกาสของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ จุดเด่นที่นักลงทุนจับตา
- โมเดลธุรกิจ “Business Recycling Machine” เปลี่ยนหนี้เสียเป็นโอกาส สร้างรายได้ต่อเนื่อง
- เร่งเครื่อง TDR Factory ใช้ AI เพิ่มสปีดการปรับโครงสร้างหนี้
- เดินหน้า NPA Partnership ปลดล็อกมูลค่าทรัพย์ เร่งการขายและการหมุนเงินสด
- โอกาสเติบโตตามทิศทาง NPL ในระบบที่ยังอยู่ในระดับสูง
ในขณะที่ทิศทางปี 2569 BAM ยังได้ต่อยอดการเติบโตผ่านโครงการ “ทรัพย์มหาชนพลัส” ควบคู่กับ BAM e-Marketplace เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินทรัพย์ให้กับนักลงทุนและประชาชนในวงกว้าง ช่วยเร่งการหมุนเวียนทรัพย์และเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้
พร้อมกันนี้ BAMยังเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรม Roadshow เพื่อขยายฐานนักลงทุนสถาบันสอดรับกับการขับเคลื่อนความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนผ่านการลงนาม MOU ในโครงการต่างๆ เช่น โครงการทรัพย์มหาชนพลัสที่มุ่งเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงทรัพย์สินในราคาที่เหมาะสม พร้อมสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของสินทรัพย์ในระดับประเทศ เพื่อนำสู่เป้าหมายผลเรียกเก็บ 17,900 ล้านบาทในปี 2569
นอกจากนี้ อีกหนึ่งเสาหลักเชิงกลยุทธ์ของการยกระดับองค์กรในปีนี้ คือการเสริมความแข็งแกร่งของคณะกรรมการบริษัท โดยแต่งตั้งนายเดช ฐิติวณิช ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT, Cybersecurity และ Data Analytics จากธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าร่วมเป็นกรรมการบริษัท
การเข้ามาของกรรมการสายเทคโนโลยีในครั้งนี้ถือเป็น “Game Changer” ที่จะช่วยเร่งการทรานส์ฟอร์ม BAM สู่องค์กรขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) อย่างเต็มรูปแบบ เพิ่มความแม่นยำในการบริหารหนี้ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม BAMยังคงตอกย้ำจุดยืนการเป็นหุ้นที่มีทั้ง “Yield + Growth + Story” โดยมีฐานรายได้จากการบริหารสินทรัพย์ที่มั่นคง กระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง และโอกาสเติบโตจากวัฏจักรหนี้ รวมถึง Upside จากการทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ยุคดิจิทัล ภายใต้บทบาท “โรงพยาบาลแก้หนี้” ของประเทศ เพื่อให้ BAMเป็นหนึ่งในหุ้น High Dividend (HD) ที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่น ติดอันดับ Top 10 หุ้นปันผลของตลาด
สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน จนเกิดเป็นภาพจำในตลาดว่า “คิดอะไรไม่ออก บอกBAM” ในฐานะหุ้นทางเลือกสำหรับพอร์ตระยะยาว โดย BAMไม่เพียงสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับลูกหนี้ นักลงทุน และภาคธุรกิจอย่างยั่งยืน