ฟีฟ่า เปรมอนันต์ เปิดใจถูกมอง “หนูตกถังข้าวสาร” ลั่นรักจริง เงินซื้อไม่ได้
ฟีฟ่า เปรมอนันต์ ตื่นเต้นเตรียมเป็นคุณพ่อ เปิดใจถูกมอง “หนูตกถังข้าวสาร” ลั่นรักจริง เงินซื้อไม่ได้ แฮปปี้ครอบครัวภรรยาผลักดันทุกอย่าง
หลังแต่งงานไปเมื่อ 2 ปีก่อน ล่าสุดนักแสดงหนุ่ม ฟีฟ่า เปรมอนันต์ ศรีพานิช กำลังจะเตรียมตัวเป็นคุณพ่อแล้ว เมื่อภรรยาสุดที่รักตั้งท้องลูกคนแรกได้ 4 เดือน ทั้งนี้ หนุ่มฟีฟ่า แวะมาเยี่ยมเยียนข่าวสดบันเทิง พร้อมอัพเดตชีวิตในฐานะหัวหน้าครอบครัว รวมถึงแพลนงานในวงการบันเทิง นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้ตอบประเด็นที่หลายคนมองว่าเขาเป็น “หนูตกถังข้าวสาร” หลังทราบว่าครอบครัวฝั่งภรรยาเป็นถึงเศรษฐีทางใต้
อัพเดตชีวิตปัจจุบัน
อัพเดตชีวิตช่วงนี้? “หลังจากแต่งงานก็ตั้งใจทำงาน พอภรรยาตั้งท้องกำลังจะมีลูกก็ตั้งใจทำงานมากกว่าเดิม ตอนนี้เลยใช้ชีวิตทำงานอยู่ในโลกออนไลน์ จะไม่ได้เห็นหน้าตาในจอทีวีเท่าไหร่ แต่อยู่ในโซเชียลมีเดียค่อนข้างเยอะกว่าปกติ”
แล้วงานในวงการบันเทิงล่ะ? “จริงๆ ก็ยังชอบอยู่ แต่ด้วยความที่ผมเป็นมุสลิมก็จะมีข้อจำกัดในการรับงานรับละคร เช่นเรื่องการกราบไหว้ ผมไม่สามารถกราบไหว้สิ่งอื่นใดได้นอกจากพระเจ้าของผม เข้าใจว่าโอเคเป็นการแสดงแต่สุดท้ายก็เป็นการกราบไหว้จริงๆ เราก็ไม่สบายใจ อีกอย่างคือในเรื่องของการสบตาผู้หญิงหรือการใกล้ชิดก็เป็นสิ่งที่ห้ามในอิสลาม ผมเลยละไว้ รวมถึงภรรยาจะได้สบายใจด้วย”
ข้อจำกัดมีมาก่อนหน้านี้หรือเพิ่งมาเคร่งหลังแต่งงาน? “เคร่งมาก่อนแต่งงานแล้วครับ ผมเกิดในครอบครัวมุสลิม ตอนแรกก็ใช้ชีวิตวัยรุ่นทั่วไป พอเริ่มมาศึกษาหาข้อมูลเยอะๆ ก็มีความศรัทธาเชื่อมั่นมากขึ้น เราก็อยากปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ตามหลักของศาสนามากขึ้น ด้วยข้อจำกัดอะไรต่างๆ เราก็ไม่รู้ว่าอนาคตในวงการบันเทิงจะเป็นยังไง แต่เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างมาจากความประสงค์ของพระเจ้าของเรา”
ผลงานล่าสุดที่แฟนๆ ได้เห็นกัน? “ละครล่าสุดจบไปเมื่อปีที่แล้ว คือเรื่องเมืองแก้ว เล่นกับเข้ม(หัสวีร์) พิ้งค์พลอย(ปภาวดี) แต่เรื่องนั้นก็ถ่ายมาก่อนที่ละครจะออนแอร์เกือบ 2 ปี เลยทิ้งช่วงนานเหมือนกัน ถามว่าหลังจากนี้วางแผนงานในวงการไว้ยังไง ถ้าสมมติเจอสิ่งที่คลิกกับข้อจำกัดของเรา แล้วเราชอบอยากเล่นเรื่องราวประมาณนี้ เราก็จะหาทางติดต่อไปแคสติ้งเลย เพราะยังชอบงานแสดงที่จะเป็นคนนั้นคนนี้อยู่ แค่ขอเป็นในบทบาทที่เราอินและทำได้เต็มที่อย่างสบายใจ”
ไม่ได้จะหันหลังให้วงการ? “ไม่ได้หันหลังไว้วงการครับ แต่ว่าช่วงนี้ก็มามุ่งเน้นที่การทำธุรกิจ คือถ้ามีโอกาสดีๆ ในวงการบันเทิงก็คงจะได้ไปร่วมโปรเจ็กต์ในงานต่างๆ แต่ตอนนี้ที่เราทำได้คือออนไลน์ขายของ ทำธุรกิจโซเชียลมีเดีย รวมทั้งการออกบูธอาหารด้วย ขายส่งออกนำเข้าในบริษัทอาหารทะเลของแฟนด้วย เราก็เข้ามาช่วยในเรื่องของโซเชียลมีเดีย”
ตัดสินใจแต่งงานเร็ว
ย้อนไปตอนที่มีข่าวแต่งงาน หลายคนตกใจเหมือนกัน อะไรที่ทำให้ตักสินใจอยากมีครอบครัวทั้งที่อายุยังไม่เยอะ? “ตอนนั้นอายุ 25-26 ก็เป็นเรื่องตกใจเหมือนกันสำหรับตัวผม แต่ด้วยเจตนาเราอยากทำให้ถูกต้องตามหลักของศาสนาซึ่งจะไม่มีระบบแฟน ดูกันแค่ครอบครัว รู้จักกันผิวเผิน แล้วก็แต่งงาน คือพออยากทำให้ถูกต้องก็แต่งงานเลย(ยิ้ม)”
เป็นสามีสายไหน ใจกล้า เกรงใจ หรือตามใจ? “ผมก็ยืนอยู่บนหลักของความยุติธรรมครับ(หัวเราะ) ยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง แต่อะไรที่ยอมได้เราก็ยอม จริงๆ เราเป็นสามีภรรยาที่รับฟังกัน อยู่แบบให้เกียรติกัน”
ชีวิตเปลี่ยนไปยังไงบ้าง? “บทบาทก็เปลี่ยนไปเยอะมาก ความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น เริ่มมองว่าเราสร้างเนื้อสร้างตัวถึงไหนแล้ว เรามีครอบครัวมีคนที่ต้องดูแลแล้ว สถานะการแต่งงานทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น คิดถึงอนาคตมากขึ้น ยิ่งพอจะมีลูกด้วยยิ่งต้องมีสติมากขึ้น”
ขึ้นแท่นว่าที่คุณพ่อ
วันที่รู้ว่าลูกมาแล้ว? “วันที่รู้ก็ตกใจครับ เกร็งรอมา 2 ปีแล้ว จะมาหรือไม่มา คิดว่าพระเจ้าคงยังไม่ให้เรา แต่อยู่ดีๆ มาก็ตกใจ ดีใจมากด้วย ความเป็นพ่อเข้ามาโดยอัตโนมัติเลย คิดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายๆ เราต้องดูและต้องแอ๊กทีฟตัวเองมากขึ้น แต่ไม่ได้เป็นความหนักใจนะครับ คือมันสบาย ตื่นเต้น และชอบที่จะได้ทำ”
“ความที่เป็นผู้ชายด้วยเลยมีความแบบว่าอยากที่จะรับผิดชอบอะไรต่างๆ ให้ได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองตอนนี้อายุครรภ์ของภรรยา 4 เดือน ทราบเพศแล้วเป็นผู้ชาย จริงๆ ไม่ได้ซีเรียสว่าเพศไหน ได้หมดเลยทั้งผู้ชายผู้หญิง ส่วนภรรยาก็ต้องดูแลเอาใจเป็นพิเศษ เราเห็นความเสียสละความทรมานที่เขาต้องอุ้มท้องหนักๆ กว่าลูกจะคลอดออกมา ไหนจะแพ้ท้องอาเจียนอีก อะไรที่ช่วยทำได้เราก็ทำครับ”
เติมเต็มความเป็นครอบครัวขึ้นเรื่อยๆ? “ใช่ครับ จากชีวิตคู่สามีภรรยาก็กำลังจะมีลูกเข้ามาเติมเต็มอีก รู้สึกสายใยแน่นแฟ้นกลมเกลียวมากขึ้น”
บอกว่าจะแอ๊กทีฟมากขึ้น แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง? “ผมก็ทำออนไลน์ขายอาหารทะเล ล่าสุดมีผัดเผ็ดซี่โครงเนื้อด้วย เราส่งฟรีซได้ทั่วประเทศ ทำบ็อกเซ็ตอาหารทะเลบ้าง ทำอาหารพร้อมทานบ้าง แล้วก็มีออกบูธตามงานต่างๆ ชื่อว่าปูคลุกหมี่ สำหรับธุรกิจอาหารทะเลที่ผมทำเป็นของบ้านภรรยา ชื่อบริษัท วิยะเครป โปรดักส์ จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานปูม้าอันดับหนึ่งในเอเชีย ในประเทศไทยวิยะเครปฯ ส่งปูไปมากกว่า 20 ประเทศ แล้วปูที่เราเห็นในเครือต่างๆ ก็มาจากบริษัทของบ้านภรรยาผมครับ”
ใช้ชีวิตอยู่สุราษฎร์เป็นหลัก
ตอนนี้ชีวิตหลักๆ คืออยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี? “ใช่ครับ โรงงานกับบ้านอยู่ที่นั่น เวลาจะขึ้นมากรุงเทพฯ ก็มีวาระให้ขึ้นมา แต่ขึ้นมาบ่อยเหมือนกันเพราะภรรยาต้องมาดูร้านอาหารชาวเลซีฟู้ดส์ซึ่งมีอยู่หลายสาขาในกรุงเทพฯ (นี่เศรษฐีชัดๆ?) เขาอ่ะเป็นเศรษฐีใต้ ส่วนผมคือไปฝึกงานไปเรียนรู้งานจากเขา”
พอต้องเปลี่ยนจากการเป็นนักแสดง แล้วไปลุยในเรื่องของธุรกิจ ยากง่ายยังไง? “จริงๆ ผมก็เป็นลูกพ่อค้าแม่ค้าเหมือนกัน แต่อาจจะสเกลเล็ก แต่ของเขาเป็นสเกลใหญ่ที่เราก็ต้องปรับตัวเยอะ จากที่ไม่รู้จักอาหารทะเล ไม่รู้จักปู ตอนนี้เราก็เข้าไปในไลน์ผลิตบ้าง ไปแกะปู บรรจุปู แยกระหว่างปูดีปูไม่ดี ต้นทางจากไหน ปูสุราษฎร์ ปูภูเก็ตเรียนรู้งานในทุกๆ อย่างเพื่อที่จะได้ช่วยผ่อนแรงทางฝั่งภรรยาให้ได้มากที่สุด คือเราไปอยู่กับเขาก็ต้องมีประโยชน์นิดหนึ่ง จะได้รู้สึกว่าอยู่ได้แบบสบายใจครับ”
เป้าหมายชีวิตที่ตั้งไว้? “ตอนนี้ผมก็คงอยากหาทำธุรกิจ มีธุรกิจที่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ครับ”
ยิ่งกว่าตกถังข้าวสาร
พอคนเริ่มรู้ว่าครอบครัวฝั่งภรรยามีฐานะก็จะมองว่าเราเหมือนหนูตกถังข้าวสารหรือเปล่า? “เรียกได้ว่าหนูตกโรงงานข้าวสารเลยดีกว่า ไม่ใช่แค่ถังข้าวสาร(หัวเราะ) ดีนะครับ เราไม่ได้ซีเรียสอะไรที่คนจะมองแบบนั้น เพราะเราก็รักเขาจริงๆ เงินซื้อผมไม่ได้นะครับ”
แต่เราก็เป็นหนูที่ช่วยทำงานไง ไม่ได้รักสบาย? “ใช่ครับ เรียกได้ว่าได้ประสบการณ์ แล้วก็ได้รับความอบอุ่นจากครอบครัวเขา ทุกอย่างมันดีมากๆ เลยครับ อีกอย่างครอบครัวภรรยาไม่เคยบอกให้ผมออกจากวงการเพื่อมาทำธุรกิจด้วย มีแต่จะผลักดันในสิ่งที่ดี ลองทำอย่างนั้นอย่างนี้สิ ทำไมอ้วนจัง ทำไมหน้าเป็นอย่างนี้ ช่วยดูแลเราด้วยซ้ำ”
“แล้วเขาก็จะมีโซเชียลมีเดีย คือก่อนหน้านี้ผมไม่ได้มีคนติดตามเยอะ แต่ทางฝั่งบ้านภรรยาจะเล่นอยู่แล้ว เขาก็ถ่ายผมลง พยายามฝึกให้พูด สายซับสายดันสุดๆ บอกเลยว่าเขาเป็นสาเหตุที่ผมมาขายของทุกวันนี้เลยครับ”
ครอบครัวภรรยาภูมิใจในตัวลูกเขยคนนี้สิ? “ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่ก็คงจะมั้งครับ(ยิ้ม) ผมเองก็ต้องดีขึ้นกว่านี้เรื่อยๆ”
ฝากถึงแฟนๆ? “ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและชื่นชอบผลงานของผมทั้งในจอและนอกจอ ผมจะตั้งใจทำในทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเรื่องของวงการบันเทิง ธุรกิจ หรือโซเชียลมีเดียเลยครับ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฟีฟ่า เปรมอนันต์ เปิดใจถูกมอง “หนูตกถังข้าวสาร” ลั่นรักจริง เงินซื้อไม่ได้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th