โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เจตนามือปืน มุ่งสังหารทรัมป์และคณะรัฐมนตรีในงานเลี้ยงอาหารค่ำ

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

มือปืนที่พยายามบุกเข้าไปในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่มีโดนัลด์ ทรัมป์เข้าร่วมนั้น วางแผนที่จะลอบสังหารประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน ถือเป็นความพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีครั้งที่สามในรอบสองปี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ทำท่าทางขณะพูด ระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ไม่นานหลังจากเหตุการณ์ยิงในงานเลี้ยงอาหารค่ำของผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 25 เมษายน (Photo by Mandel NGAN / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2569 กล่าวว่า ตามรายงานเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่สืบสวน มือปืนที่พยายามบุกเข้าไปในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่มีโดนัลด์ ทรัมป์เข้าร่วมนั้น วางแผนที่จะลอบสังหารทั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน

ทรัมป์ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยนำตัวออกจากห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมที่วอชิงตันอย่างเร่งด่วน ได้โพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นมือปืนพยายามวิ่งผ่านจุดตรวจ

หลังจากมีการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ช่วงสั้นๆ ผู้ต้องสงสัยถูกควบคุมตัวในที่เกิดเหตุเมื่อเย็นวันเสาร์ และกำลังถูกสอบสวนก่อนที่จะขึ้นศาลในวันจันทร์

ทรัมป์ได้แชร์ภาพผู้ต้องสงสัยที่ถูกใส่กุญแจมืออยู่บนพื้นพรมของโรงแรม

"เขาไม่ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มใจ ผมคาดว่าเขาจะถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการในเช้าวันจันทร์ที่ศาลรัฐบาลกลางในวอชิงตัน" ท็อดด์ บลานช์ รักษาการอัยการสูงสุดของสหรัฐฯ กล่าวในรายการ "Face The Nation"ของ CBS และเสริมว่า "จากข้อมูลเบื้องต้นที่เราได้รวบรวมมา เราเชื่อว่าเขาตั้งเป้าหมายโจมตีสมาชิกในคณะบริหาร"

บลานช์กล่าวเพิ่มเติมว่ายังไม่ทราบแรงจูงใจอื่นๆในการโจมตี และผู้ต้องสงสัยซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีทั้งอาวุธปืนและมีด พักอยู่ที่โรงแรมวอชิงตันฮิลตันซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ก่อนก่อเหตุ

"เราเชื่อว่าเขาเดินทางโดยรถไฟจากลอสแอนเจลิสไปชิคาโก แล้วจากชิคาโกไปวอชิงตัน ดูเหมือนว่าเขาจะซื้ออาวุธปืนเหล่านี้ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา" บลานช์ระบุ

ผู้ก่อเหตุชาวแคลิฟอร์เนียจะขึ้นศาลในวันจันทร์นี้ด้วยข้อหาเกี่ยวกับการยิงปืน ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองครั้งล่าสุดในอเมริกาที่แตกแยกอย่างรุนแรง

ทรัมป์เปิดเผยข้อมูลโดยไม่ให้รายละเอียดว่า มือปืนได้เขียนแถลงการณ์ต่อต้านศาสนาคริสต์ไว้ด้วย

"ผู้ชายคนนั้นเป็นคนป่วยทางจิต น้องสาวหรือน้องชายของเขาบ่นเรื่องนี้ พวกเขายังร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย" ทรัมป์บอกกับฟ็อกซ์นิวส์

ในการสัมภาษณ์ ทรัมป์ถูกถามว่าเขากลัวว่าจะมีผู้เสียชีวิตหรือไม่ ขณะที่เหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นต่อหน้า จนกลุ่มชนชั้นสูงของรัฐบาลและสื่อในวอชิงตันที่แต่งกายอย่างเป็นทางการต่างพากันหลบภัยในงานเลี้ยงอาหารค่ำสุดหรู

"ผมไม่กังวล ผมเข้าใจชีวิต เราอยู่ในโลกที่บ้าคลั่ง" ทรัมป์กล่าว

ขณะที่นิวยอร์กโพสต์รายงานว่า ผู้ต้องสงสัยซึ่งมีชื่อเรียกทั่วไปว่า โคล อัลเลน อายุ 31 ปี ได้เขียนบันทึกที่ส่งให้ครอบครัวก่อนการโจมตีไม่นานว่า เป้าหมายของเขาจะจัดลำดับความสำคัญจากระดับสูงสุดไปจนถึงต่ำสุด

ไม่กี่วินาทีหลังจากเกิดเหตุยิงที่ชั้นบน เจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับก็บุกเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อผู้เข้าร่วมงานต่างพากันหลบอยู่ใต้โต๊ะ

ภายในห้องจัดเลี้ยงเต็มไปด้วยทรัมป์และภริยา, รองประธานาธิบดีเจ.ดี. แวนซ์, สมาชิกคณะรัฐมนตรีหลายคน และแขกผู้มีเกียรติอีกหลายร้อยคนในชุดสูทผูกเน็คไทสีดำ

ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวอย่างเร่งด่วนในช่วงดึกที่ทำเนียบขาวว่า ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเสียงถาดตก ก่อนจะรู้ว่าเป็นเสียงปืน

เขายังหวังว่างานเลี้ยงประจำปีซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว จะถูกจัดขึ้นอีกครั้งภายในหนึ่งเดือน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวว่าเหตุการณ์ยิงครั้งนี้เน้นย้ำถึงเหตุผลด้านความปลอดภัยที่เขายกมาอ้างในการวางแผนสร้างห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่แห่งใหม่ติดกับทำเนียบขาว ซึ่งเป็นโครงการที่เผชิญกับข้อท้าทายทางกฎหมาย

อีกทั้งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่ถึง 48 ชั่วโมงก่อนที่สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลาจะเสด็จเยือนวอชิงตันอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 4 วัน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...