โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

พ่วงทุเรียน 40 ตันพลิกคว่ำ กู้ภัยงัดช่วยโชเฟอร์ติดภายในกว่า 7 ชั่วโมง

Amarin TV

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พ่วงทุเรียน 40 ตันพลิกคว่ำธาตุพนม กู้ภัยเร่งงัดซากช่วยโชเฟอร์ติดภายในนานกว่า 7 ชั่วโมง

พ่วงทุเรียน 40 ตันพลิกคว่ำธาตุพนม กู้ภัยเร่งงัดซากช่วยโชเฟอร์ติดภายในนานกว่า 7 ชั่วโมง

วันที่ 26 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 04.00 น. บริเวณบ้านดอนสวรรค์ ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม รถพ่วงขนส่งทุเรียนเสียหลักชนท้ายรถกระบะจนพลิกคว่ำ

คนขับรถพ่วงชายวัย 50 ปี ถูกซากรถกดทับช่วงเอวถึงขา ไม่สามารถออกมาได้ เจ้าหน้าที่ต้องนำเครื่องช่วยหายใจและออกซิเจนเข้าประคองอาการตลอดเวลา

พร้อมร่วมระดมกู้ภัย 2 จังหวัด ปฏิบัติการร่วมใจกันระหว่างกู้ภัยนครพนมและมุกดาหาร โดยมีทีมแพทย์ จากรพ.สมเด็จพระยุพราชธาตุพนม เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถเครนขนาดใหญ่ถึง 2 คัน ร่วมกับอุปกรณ์ตัดถ่างใช้ความพยายามอย่างหนักนานกว่า 7 ชั่วโมง จนสามารถนำตัวผู้บาดเจ็บออกมาได้สำเร็จในเวลาสาย ท่ามกลางความโล่งอกของทุกฝ่ายที่รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์

เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากการขับรถระยะไกลจากภาคกลางมุ่งหน้าชายแดนเพื่อส่งออกทุเรียนไปยังจีนผ่านลาว ซึ่งทำให้คนขับเกิดอาการเหนื่อยล้า จนทำให้เกิดเหตุระทึกดังกล่าว

จากเหตุการณ์นี้และอุบัติเหตุรถขนผลไม้พลิกคว่ำในเส้นทางเดียวกันที่เกิดขึ้นซ้ำซ้อน ชาวบ้านในพื้นที่ได้ฝากถึง กรมการขนส่งทางบก ให้มีมาตรการที่ชัดเจน อยากขอให้เข้มงวดมาตราการจำกัดความเร็ว กวดขันรถบรรทุกหนักที่วิ่งมุ่งหน้าสู่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 รวมถึงเช็กความพร้อมคนขับและตรวจสอบชั่วโมงการขับขี่ เพื่อป้องกันการหลับในจากการขับระยะไกล เพื่อลดความเสี่ยงต่อเพื่อนร่วมทาง เนื่องจากปัจจุบันมีรถขนส่งผลไม้ผ่านเส้นทางนี้วันละหลายสิบคัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...