กินไข่เท่าไหร่ถึงพอดี…ไม่เสี่ยงคอเลสเตอรอลเกิน…ดูเลย?
วันนี้ “เดลินิวส์” นำบทความ โดยสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เขียนเรื่องการกินไข่กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์
ไข่ถือเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่มีคุณค่า ราคาถูก หาซื้อง่าย และเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายประเภท ทั้งคาวและหวาน ไข่เป็นอาหารที่เหมาะกับเด็กๆ ในวัยเจริญเติบโตเป็นอย่างดี เนื่องจากไข่มีประโยชน์และสารอาหารหลายอย่าง จึงถึงกับว่าไข่เป็นอาหารบำรุงร่างกายเลยทีเดียว การริโภคไข่อย่างชาญฉลาดก็จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลายและเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ไม่ก่อให้เกิดโรคทางโภชนาการได้
คอเลสเตอรอล (Cholesterol)กับการบริโภคไข่
คอเลสเตอรอล (Cholesterol) ที่อยู่ในไข่จะอยู่เฉพาะในไข่แดง ไข่ขาวไม่มีคอเลสเตอรอลในไข่แดงยังมีเลซิธีน (Lecithin) ที่เป็นสารช่วยบำรุงประสาทและสมองด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม คนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น คนที่เป็นโรคอ้วน หรือ คนที่เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ก็จะแนะนำว่าต้องระวังในเรื่องของการบริโภคไข่ด้วย โดยเฉพาะไข่แดง การได้รับคอเลสเตอรอล ในร่างกายไม่ควรเกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน
เพราะฉะนั้นไข่ 1 ฟอง มีคอเลสเตอรอลประมาณ 200 มิลลิกรัม ไข่เป็ด 250 มิลลิกรัม ไข่นกกระทาประมาณ 50 มิลลิกรัม จะเห็นว่าปริมาณการทานไข่ที่เหมาะสม คือ ประมาณ 1 ฟองต่อวัน
ควรทานไข่วันละกี่ฟอง
- เด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ให้ไข่แดงต้มสุกผสมกับข้าวบดให้ครั้งละปริมาณน้อยๆ ก่อนแล้วค่อยๆเพิ่มขึ้น เด็กอายุ 7 เดือนขึ้นไปจนถึงวัยรุ่น ทานได้วันละ 1 ฟอง
- วัยทำงาน ควรบริโภค 3 – 4 ฟอง ต่อ สัปดาห์
- ผู้ป่วย ที่เป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูงควรบริโภค 1 ฟองต่อสัปดาห์ หรือตามแพทย์สั่ง
กินไข่อย่างไรให้ได้ประโยชน์ ควรบริโภคไข่สุก เพราะไข่ที่ไม่สุก เสี่ยงต่อการบนเปื้อนของเชื้อจุลลินทรีย์ ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและไข่ขาวที่ไม่สุกจะขัดขวางการดูดซึม ไบโอติน นอกจากนี้ ไข่ไม่สุกยังย่อยยาก ทำให้ได้รับประโยชน์ไม่เต็มที่ และที่สำคัญผู้บริโภคควรบริโภคอาหารให้หลากหลาย และครบทั้ง 5 หมู่ในแต่ละมื้อให้มีผักและผลไม้ควบคู่ และควรออกกำลังกายให้สมวัยและอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไขมันส่วนเกินให้เป็นปกติ