“จีนกับอิหร่านมีความสัมพันธ์กันแบบไหน..อย่างไร ?”
“จีนกับอิหร่านมีความสัมพันธ์กันแบบไหน..อย่างไร ?”
โดย รศ.วิภา อุตมฉันท์
หลายคนสงสัยว่า ลำพังอิหร่านประเทศเดียว จะสู้รบปรบมือกับอภิมหาอำนาจอย่างอเมริกาและเหล่าพันธมิตรในตะวันออกกลางอย่างถึงพริกถึงขิงได้อย่างไร เกือบเดือนแล้วที่อิหร่านถูกถล่มด้วยจรวดและอาวุธหนักทันสมัยจนแหลกลาญ แต่อิหร่านก็ยังมีแรงฮึดสู้อย่างไม่น่าเชื่อ เบื้องหลังของความมหัศจรรย์นี้ ทำให้เชื่อกันว่าน่าจะต้องมีใครหรือประเทศใดคอยให้การช่วยเหลือแก่อิหร่านอย่างลับๆ เป็นแน่
ก่อนอื่น คนส่วนใหญ่คิดถึงจีนก่อน ยืนยันกับชาวโลกว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างอเมริกากับอิสราเอลช่วยกันโจมตีอิหร่านนั้น จีนจะไม่เข้าไปถือหางฝ่ายใด เพราะจีนไม่เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาโดยใช้กำลัง แต่ยินดีเป็นตัวกลางชักจูงให้ทุกฝ่ายหาทางเจรจารอมชอมกัน แก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี อิหร่านถูกอเมริการ่วมกับอิสราเอลโจมตีถึงขั้นฆ่าผู้นำ ด้วยข้อหาว่ามีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองเป็นภัยต่อภูมิภาค อิหร่านโจมตีกลับทันทีโดยยิงขีปนาวุธไปที่ประเทศต่างๆ ที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯและอนุญาตให้สหรัฐฯไปตั้งฐานทัพ ความแค้นของอิหร่านที่ผู้นำถูกฆ่าตายทำให้อิหร่านประกาศว่าจะสู้จนถึงที่สุดจนกว่าจะได้ชัยชนะ โดยไม่ได้คาดหวังความช่วยเหลือจากใคร
ขณะนี้อิหร่านได้โชว์ฝีมือรับการโจมตีด้วยจรวดนานาชนิดที่ฝ่ายตรงข้ามยิงใส่ราวห่าฝนมาแล้ว 20 วันเต็ม แต่ก็ยังยืนหยัดต่อสู้อย่างไม่ท้อถอย ทำให้คนส่วนใหญ่มองว่าจีน รัสเซีย และรัฐอิสลามที่เป็นปรปักษ์กับสหรัฐฯ คงต้องมีส่วนให้ความช่วยเหลืออิหร่านไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งอยู่เบื้องหลัง เรื่องนี้สื่อจีนเองระบุว่า ความร่วมมือระหว่างจีนกับอิหร่าน เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นมิตร อิหร่านกับจีนเป็นคู่ค้าซื้อขายพลังงานกันมานาน ในปี 2024 จีนได้นำเข้าน้ำมันดิบจาก 3 ประเทศรวมทั้งอิหร่านประมาณ 260 ล้านตัน คิดเป็น 45% ของการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมดของจีน การนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านดำเนินไปอย่างต่อเนื่องโดยในปีที่แล้วมีการซื้อขายที่ 800,000 บาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 35% ของการส่งออกน้ำมันจากอิหร่าน การเป็นคู่ค้าที่สำคัญด้านพลังงานอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ด้านหนึ่งทำให้จีนมีแหล่งพลังงานที่มั่นคง ส่วนทางด้านอิหร่านก็มีรายรับที่แน่นอนแม้จะถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรมานานหลายปีแล้วก็ตาม
นอกจากซื้อขายน้ำมันกันแล้ว จีนยังมีข้อตกลงความร่วมมือระยะยาว 25 ปีกับอิหร่าน โดยตั้งเป้าว่าจีนจะช่วยอิหร่านปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและเทคโนโลยีให้ทันสมัยภายในเวลาที่กำหนด เช่น การพัฒนาระบบเรดาร์ การแนะนำให้อิหร่านรู้จักและนำระบบเป่ยโต่ว (Beidou) ไปใช้อย่างได้ผล เพื่อเพิ่มความแม่นยำให้กับการยิงขีปนาวุธและโดรนให้ลงสู่เป้าหมายได้อย่างแม่นยำ (เป่ยโต่วเทียบได้กับระบบ GPS ของอเมริกา) นอกจากขีปนาวุธด้านการรบแล้ว จีนยังให้ความใส่ใจต่อการช่วยเหลืออิหร่านในการพัฒนาด้านอื่นๆ เกือบทุกด้าน เช่น การก่อสร้างทางรถไฟ ท่าเรือ สนามบิน โทรคมนาคม ฯลฯ ทำให้อิหร่านขยายตัวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค จีนกับรัสเซียยังเคยชักชวนอิหร่านให้เข้าร่วมซ้อมรบทางทะเลด้วยกันด้วย
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างจีนกับอิหร่านที่มีมาไม่น้อยกว่า 25 ปี ปี 2021 เมื่อจีนก่อตั้งองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งแสวงหาความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงที่เป็นมิตรต่อกัน อิหร่านก็ได้เข้าร่วมทันทีในปีถัดมา ต่อมาเมื่อจีนก่อตั้งองค์กร BRICS อิหร่านก็สมัครเข้าร่วมอีกเช่นกัน เป้าหมายของอิหร่านในการเข้าร่วมองค์กรของประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้ ก็ด้วยความหวังว่าจะได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยจากมิตรประเทศภายนอก นอกจากนี้การเป็นสมาชิกยังช่วยให้อิหร่านค้าขายพลังงานกับประเทศสมาชิกอื่นๆ ด้วยเงินสกุลท้องถิ่น ไม่ต้องพึ่งดอลลาร์เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนด้วย
จะเห็นได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอิหร่าน เป็นความสัมพันธ์เพื่อการเสนอและสนองวัตถุดิบที่สำคัญคือ น้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้ต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการค้าของทั้ง 2 ฝ่าย จีนยึดหลัก “ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด” (non-alignment) หลีกเลี่ยงการสร้างกลุ่มก้อนทางทหารแบบเดียวกับยุคสงครามเย็น ดังนั้น แม้อิหร่านกับอเมริกาจะรบพุ่งใส่กันจนแหลกลาญกันเป็นจุล แต่จีนก็ไม่มีทีท่าว่าจะส่งทหารและอาวุธไปช่วยอิหร่าน แม้ในทางที่เป็นจริง ปฏิเสธไม่ได้ว่าจีนเป็นประเทศที่ช่วยเสริมสร้างกองทัพอิหร่านให้กล้าแข็งขึ้นมานานแล้ว ทุกวันนี้ จีนมีเกาหลีเหนือประเทศเดียวที่เป็น “พันธมิตรทางทหาร” หรือที่เรียกว่า สนธิสัญญามิตรภาพ ความร่วมมือ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกโจมตี อีกฝ่ายต้องเข้าช่วยเหลือทันที
จึงเป็นอันสิ้นสงสัยว่า สงครามอิหร่านครั้งนี้ จีนไม่ได้ส่งทหารและอาวุธไปช่วยอิหร่านรบแน่นอน !!