“วัดโทไดจิ” มรดกโลกเมืองนารา อลังการองค์พระไดบุตสึ และหนึ่งในอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
อาคารไม้ขนาดมหึมาสูงเกือบ 50 เมตร หลังคาลดหลั่นเป็นสองชั้นแผ่ออกด้านข้าง เสริมความรู้สึกเข้มขลังอลังการ เป็นความวิจิตรของมหาวิหารพุทธของ “วัดโทไดจิ” ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ติดอันดับในญี่ปุ่น นับเป็นมรดกทรงคุณค่าที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนราชธานีเก่าอย่าง “เมืองนารา”
นารา (Nara) เมืองหลวงเก่า มรดกโลก
เมืองหลวงถาวรแห่งแรกของญี่ปุ่นได้รับการสถาปนาขึ้นที่เมืองนารา เมื่อปี พ.ศ. 1253 (ตรงกับสมัยยุคทวารวดี) เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการปกครอง วัฒนธรรม และพุทธศาสนาของญี่ปุ่นเมื่อกว่า 1,300 ปีก่อน ซึ่งจากคุณค่าทางวัฒนธรรมดังกล่าว องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเมืองแห่งนี้ให้มีสถานะเป็นเมืองมรดกโลกในนาม “อนุสรณ์ประวัติศาสตร์นาราโบราณ” (Historic Monuments of Ancient Nara) เมื่อปี พ.ศ.2541
โดยหนึ่งในสถานที่อันทรงคุณค่าที่รวมอยู่ในมรดกโลกเมืองนารา คือ “วัดโทไดจิ” (Todai-ji) หรือบ้างเรียกว่า วัดโทได (จิ แปลว่าวัด) ซึ่งเป็นหนึ่งในศาสนสถานทางพุทธศาสนาที่ทรงคุณค่า ดำรงสถานะเป็นวัดสำคัญของนิกาย Kegon ซึ่งเป็นสายหนึ่งของพุทธศาสนามหายาน
ประวัติ “วัดโทไดจิ” ฟื้นฟูจิตใจประชาชน
วัดโทไดจิ แต่เดิมชื่อ “คินโชจิ” สร้างขึ้นในปี พ.ศ.1271 เพื่ออุทิศกุศลแก่ดวงพระวิญญาณของมกุฎราชกุมารโมโตอิ พระโอรสของจักรพรรดิโชมุ ต่อมาในปี พ.ศ.1284 องค์พระจักรพรรดิทรงมีพระราชโองการให้จัดตั้งระบบวัดหลวงทั่วประเทศ วัดคินโชจิ จึงได้รับการยกสถานะให้มีความสำคัญยิ่งขึ้น
สองปีถัดมา จักรพรรดิโชมุ ทรงโปรดให้สร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ภายในพื้นที่ของวัด พร้อมทั้งอาคารมหาวิหารพระใหญ่ก็ถูกสร้างควบคู่กันไป ก่อนจะมีพิธีสมโภชอย่างยิ่งใหญ่ในปี พ.ศ. 1295
สำหรับ “วัดโทไดจิ” สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของจักรพรรดิโชมุ โดยเป็นโครงการระดับชาติ เพื่อส่งเสริมพุทธศาสนาและรวมจิตใจของประชาชน หลังประเทศญี่ปุ่นในยุคนั้นเผชิญวิกฤตโรคระบาด และภัยธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง พิธีสมโภชจึงนับเป็นการสะท้อนถึงบทบาทของราชสำนักในการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา เพื่อสร้างความสงบสุขและความเป็นเอกภาพของสังคม
ทั้งนี้ ในฐานะการเป็นวัดเอกของระบบวัดหลวง วัดโทไดจิ จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมเพื่อความสงบสุขของแผ่นดินและความผาสุกของประชาชนเท่านั้น หากยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาพุทธศาสนา ที่หล่อหลอมพระนักปราชญ์จำนวนมากอีกด้วย
ภัยธรรมชาติ สงคราม และการบูรณะ
ประวัติศาสตร์ของวัดเก่าแก่แห่งเมืองนารา ไม่ได้ราบรื่นนัก ในปี พ.ศ.1398 เกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำให้พระเศียรของพระพุทธรูปหลุดร่วง แม้ได้รับการบูรณะ แต่ก็ยังมีภัยพิบัติจากไฟไหม้และฟ้าผ่า ทำลายสิ่งปลูกสร้างสำคัญหลายแห่งในวัด
ความเสียหายครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกในปี พ.ศ.1723 เมื่อกองกำลังของนักรบชิเงะฮิระแห่งตระกูลไทระ โจมตีวัดในนารา ส่งผลให้กว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่ถูกเพลิงไหม้ทำลาย รวมถึงมหาวิหารพระใหญ่ แต่ก็ได้รับการบูรณะในเวลาต่อมา8232;
จนถึงในยุคคามาคุระ วัดกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งในฐานะศูนย์กลางการศึกษาพุทธศาสนา แต่สงครามระหว่างตระกูลขุนนาง ก็ทำให้วัดเสียหายอีกครั้ง จนกระทั่งกลางสมัยเอโดะ มีพระภิกษุได้ยื่นคำร้องต่อรัฐบาลโชกุนเพื่อระดมทุนทั่วประเทศ และได้รับการสนับสนุนจากขุนศึกผู้ทรงอิทธิพล จึงสามารถเริ่มการฟื้นฟูอย่างจริงจังได้ ในที่สุด พระพุทธรูปองค์ปัจจุบัน จึงได้รับการสมโภชหลังบูรณะอีกครั้ง ในปี พ.ศ.2235 และมหาวิหารพระใหญ่แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2252
แม้ว่าภายหลังการปฏิรูปเมจินโยบายแยกศาสนาชินโตกับศาสนาพุทธ และการยึดที่ดินวัด ถือว่าเป็นคุกคามต่อการดำรงอยู่ของวัดโทไดจิ อย่างไรก็ดี วัดยังคงสามารถบูรณะใหม่ได้อีกหลายครั้ง โดยปัจจุบันยังคงรักษามรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าไว้มากมาย อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางพิธีกรรมทางพุทธศาสนาแบบดั้งเดิม หนึ่งในพิธีสำคัญคือ “ชูนิเอะ” หรือ “โอมิซุโทริ” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและมีประวัติยาวนานกว่าพันปี พิธีกรรมนี้สะท้อนรากฐานความเชื่อดั้งเดิมที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
มหาวิหารไม้สุดยิ่งใหญ่กับพระพุทธรูปขนาดมหึมา
หัวใจของวัดโทไดจิ คือ “ไดบุตสึเด็น” หรือมหาวิหารพระใหญ่ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีขนาดกว้าง 57.012 เมตร ยาว 50.480 เมตร และสูงถึง 48.742 เมตร สะท้อนความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณได้อย่างน่าทึ่ง
ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปไวโรจนะสำริดสูง 14.98 เมตร ปางประทับนั่ง โดยมีพระโพธิสัตว์สององค์ประทับเคียงข้าง สะท้อนแนวคิดจักรวาลวิทยาในพุทธศาสนามหายานอย่างลึกซึ้ง อันเป็นสัญลักษณ์แห่งพุทธจักรวาล ภายในมหาวิหารยังจัดแสดงพระพุทธรูปขนาดย่อม และแบบจำลองของอาคารทั้งในอดีตและปัจจุบัน เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงของวัดเก่าแก่แห่งนี้
นอกจากนี้ ภายในบริเวณวัดยังมี “นันไดมง” หรือประตูทิศใต้ขนาดใหญ่ ซึ่งมีรูปปั้นเทพผู้พิทักษ์ “นิโอะ” แกะสลักจากไม้ขนาดยักษ์ยืนเฝ้าอย่างสง่างาม ตลอดจนวิหารและเจดีย์ย่อยที่สะท้อนฝีมือช่างในยุคนาราได้อย่างวิจิตร
“กวาง” ผู้ส่งสารของเทพเจ้า
บริเวณวัดตั้งอยู่ในสวนสาธารณะนารา ที่ซึ่งมีกวางจำนวนมากเดินอย่างอิสระ โดยเชื่อกันว่าเป็น “ผู้ส่งสารของเทพเจ้า” ยิ่งเสริมบรรยากาศแห่งความศักดิ์สิทธิ์ โดยนักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารกวางด้วย “ชิกะเซ็มเบ” (เซมเบ้) หรือข้าวเกรียบสำหรับกวาง ซึ่งมีจำหน่ายทั่วไปในราคาประมาณ 200 เยน
อย่างไรก็ตาม ต้องระมัดระวังกวางตัวผู้ในฤดูใบไม้ร่วง หรือช่วงที่กวางหิว เพราะอาจดุร้าย ก้าวร้าวกว่าปกติ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ไม่ควรปล่อยให้เล่นหรือไปเข้าใกล้ชิดกวางเพียงลำพัง
การเดินทางไปวัด
วัดโทไดจิ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสวนสาธารณะนารา สามารถเดินเท้าประมาณ 30 นาทีจากสถานี Kintetsu Nara หรือ 45 นาทีจากสถานี JR Nara หรือใช้บริการรถโดยสารประจำทาง ลงที่ป้าย “Todaiji Daibutsuden” แล้วเดินต่อเพียง 5–10 นาที
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO