สภาคองเกรสสหรัฐ ดันกฎหมาย “คว่ำบาตรจีน” ปมขโมยโมเดล AI แข่งเทคโนโลยีโลก
สภาคองเกรสผลักดันกฎหมายเอาผิดบริษัทจีนที่ถูกกล่าวหาใช้เทคนิคดึงข้อมูลจากโมเดล AI ของสหรัฐไปพัฒนาแข่งขัน หวังสกัดการขโมยนวัตกรรมและปกป้องอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
วันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 09.59 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เดินหน้าผลักดันกฎหมายใหม่ เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลคว่ำบาตรบริษัทจีนที่ถูกกล่าวหาว่าใช้วิธีดึงข้อมูลและลอกเลียนแบบ จากโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของสหรัฐฯ ไปพัฒนาระบบแข่งขันของตนเอง
ร่างกฎหมายที่เสนอโดย Bill Huizenga มีเป้าหมายให้หน่วยงานรัฐระบุรายชื่อองค์กรในจีนและรัสเซียที่ใช้เทคนิคดึงข้อมูล (query-and-copy) จากโมเดล AI ของสหรัฐ และพิจารณามาตรการคว่ำบาตรผ่านบัญชีดำของกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงอำนาจฉุกเฉินของประธานาธิบดี
บริษัทที่อาจตกเป็นเป้าหมาย ได้แก่ DeepSeek, Moonshot และ MiniMax รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของจีนอย่าง Alibaba และ ByteDance ซึ่งกำลังแข่งขันในอุตสาหกรรม AI อย่างเข้มข้น
ร่างกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญครั้งแรกของสภาคองเกรสในการรับมือความกังวลของบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ เช่น OpenAI, Anthropic และ Google ที่ระบุว่าผู้ใช้บางกลุ่ม โดยเฉพาะในจีน กำลังสร้างโมเดลเลียนแบบที่ “ต้นทุนต่ำกว่า แต่ปลอดภัยน้อยกว่า” ซึ่งอาจแย่งลูกค้าและบั่นทอนรายได้ของบริษัทอเมริกัน
แนวทางดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเทคนิคที่เรียกว่า “distillation” หรือการใช้โมเดล AI รุ่นเก่าเป็นตัวสอน (teacher) เพื่อสร้างโมเดลใหม่ (student) ที่มีความสามารถใกล้เคียง แต่ต้นทุนต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม หากใช้เพื่อเลียนแบบโมเดลขั้นสูงโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือว่าละเมิดเงื่อนไขการใช้งาน
รายงานของคณะกรรมาธิการจีนในสภาผู้แทนฯ ยังเสนอให้จัดการกรณีการดึงโมเดล AI เป็นการจารกรรมทางอุตสาหกรรม และเรียกร้องให้ลงโทษอย่างเข้มงวดเพื่อยับยั้งการขโมยนวัตกรรมของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้ตั้งศูนย์แบ่งปันข้อมูลระหว่างภาครัฐและบริษัทเทคโนโลยี เพื่อช่วยตรวจจับการโจมตีลักษณะนี้ และให้ส่งคดีเข้าสู่กระทรวงยุติธรรมเพื่อดำเนินคดี
รายงานยังระบุว่า กลุ่มบริษัทจีนใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อน เช่น การกระจายคำสั่งผ่านบัญชีปลอมจำนวนมาก การปกปิดแหล่งที่มาของคำขอ และการใช้เครื่องมือกลางเพื่อเข้าถึงโมเดลปิดของสหรัฐ โดยมีการระบุถึงบริษัทเทคโนโลยีและมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน เช่น Alibaba, Tencent, Baidu รวมถึง Tsinghua และ Peking University
นอกจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น การควบคุมเนื้อหาและการใช้งานที่อาจเป็นอันตราย (เช่น อาวุธชีวภาพ) โมเดล AI ต้นทุนต่ำจากจีนยังสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อบริษัทสหรัฐฯ ที่ลงทุนมหาศาลในศูนย์ข้อมูลและบุคลากร
อ้างอิง : bloomberg.com