โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

น้ำมันทรงตัว หุ้นสหรัฐปิดสูงสุด หุ้นเอเชียพุ่งตาม หลังทรัมป์บอก สงครามใกล้จบ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา
REUTERS

น้ำมันทรงตัว หุ้นสหรัฐปิดสูงสุด หุ้นเอเชียพุ่งตาม หลังทรัมป์บอก สงครามใกล้จบ

ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงทรงตัวหลังจากปรับลดลงแรงในช่วงก่อนหน้า หลังจากความพยายามในการการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐควบคู่กับการประกาศการเจรจาสันติภาพรอบ 2 กับอิหร่านที่ปากีสถานในสัปดาห์นี้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงทำให้มีความหวังต่อการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.01% มาปิดที่ 91.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 0.15% มาปิดที่ 94.93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

Gelber & Associates บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน ระบุว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนเล็กน้อยแต่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตลาดทำให้ไม่ได้มองถึงการหยุดชะงักครั้งใหญ่อีกต่อไป แต่ยังคงจับตาดูความเสี่ยงอยู่ เนื่องจากปริมาณน้ำมันที่ไหลกลับมาฟื้นตัวอย่างไม่สม่ำเสมอ และไม่ได้กลับสู่ภาวะปกติทันที

ด้านสำนักงานข้อมูลพลังงานของสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐลดลงมากกว่าที่คาด ซึ่งช่วยพยุงราคาน้ำมันในประเทศ

ขณะที่ดัชนีหุ้นหลักของวอลล์สตรีททั้ง S&P 500 และ Nasdaq ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันที่ 15 เมษายน หลังจากความหวังว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะคลี่คลายลง และการคาดการณ์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งช่วยกระตุ้นความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.80% ปิดที่ 7,022.95 จุด ส่วนดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.60% ปิดที่ 24,016.02 จุด ขณะที่ดัชนีอุตสาหกรรม Dow Jones ลดลง 0.15% ปิดที่ 48,463.72 จุด

ธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐรายงานกำไรที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสแรกของปี ซึ่งเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลประกาศผลประกอบการที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเห็นการเติบโตในบริษัทต่างๆ ของ S&P 500 โดย Bank of America และ Morgan Stanley ต่างรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ราคาหุ้นของทั้งสองเพิ่มขึ้น 1.8% และ 4.5% ตามลำดับ หนุนดัชนีหุ้นสหรัฐ 2 ตลาด ปรับสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการรายงานผลประกอบการไตรมาสของบริษัทประมาณ 6% พบว่า 84% ทำผลงานได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

เดวิด เซฟ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ตลาดพัฒนาแล้วของโนมูระ กล่าวว่า ตลาดหุ้น โดยเฉพาะในสหรัฐ ฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็วมาก แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในระดับหนึ่งว่าสถานการณ์นี้น่าจะจบลงหรือใกล้จะจบลงแล้ว โดยเขาหมายถึงการหยุดชะงักของอุปทานที่เกิดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะที่หุ้นเอเชียเปิดตลาดในเช้าวันที่ 16 เมษายน ก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยดัชนี MSCI ที่ครอบคลุมหุ้นเอเชียแปซิฟิกนอกญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้น 0.3% ทำให้ดัชนีหลักอยู่ในเส้นทางที่จะปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สาม ขณะที่ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 1.5% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ซื้อขายล่วงหน้าปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยที่ 0.1%

ข้อมูลเศรษฐกิจที่จะประกาศในเร็วๆ นี้ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานของออสเตรเลียและ GDP ของจีน ด้านบริษัท TSMC เป็นบริษัทชั้นนำของภาคส่วนปัญญาประดิษฐ์ (AI) เตรียมประกาศผลประกอบการรายไตรมาส โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 50% เนื่องจากความต้องการชิปขั้นสูงของบริษัทพุ่งสูงขึ้น

นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs เขียนไว้ในรายงานว่า โดยรวมแล้วเรายังคงมองในแง่ดีต่อหุ้นในตลาดเกิดใหม่ เนื่องจากการเติบโตของกำไรพื้นฐานน่าจะแข็งแกร่ง โดยผลประกอบการในภูมิภาคนี้จะได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งน่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตการณ์น้ำมันน้อยกว่า

ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้น 0.8% มาอยู่ที่ 4,829.24 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ในตลาดสกุลเงินดิจิทัล บิตคอยน์ ทรงตัวอยู่ที่ 74,832.83 ดอลลาร์ และอีเธอร์ ลดลง 0.1% สู่ระดับ 2,360.71 ดอลลาร์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ำมันทรงตัว หุ้นสหรัฐปิดสูงสุด หุ้นเอเชียพุ่งตาม หลังทรัมป์บอก สงครามใกล้จบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...