โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ก.ล.ต. ผนึก ตำรวจสอบสวนกลาง เชื่อมข้อมูลเชิงรุก สกัดทุนเทา–อาชญากรรมการเงิน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ก.ล.ต. ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เร่งขยายผลคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี เชื่อมโยงเส้นทางการเงินสกัดทุนเทาอย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนการยึดและอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ยกระดับความเชื่อมั่นและความโปร่งใสในตลาดทุนไทย

16 เมษายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มุ่งประสานการทำงานเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการกระทำความผิดอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นและยับยั้งช่องทางของทุนเทาในทุกมิติ

ตามที่การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติ และทุกหน่วยงานมุ่งปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงินเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน โดยบูรณาการกระบวนการสืบสวนสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลไปยังทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด

การประสานความร่วมมือหลายหน่วยงานในการเชื่อมโยงข้อมูลและติดตามเส้นทางการเงิน เป็นปัจจัยสำคัญในการสกัดกั้นและยับยั้งการโยกย้ายทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่เข้าข่ายเป็นความผิดมูลฐานในหลายกฎหมาย ก.ล.ต. และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและทำงานร่วมกัน นำไปสู่การดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สิน รวมมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท

ซึ่งได้มีการแถลงความคืบหน้าของคดีเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 โดย ก.ล.ต. และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสกัดกั้นทุนเทาและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อันเป็นการปกป้องและดูแลประชาชน

พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวว่า“กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางมุ่งเน้นการสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการเงินที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะคดีที่มีการนำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดเข้าสู่ตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัล จึงได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ ก.ล.ต. อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้การสืบสวนขยายผลเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุม จนนำไปสู่การประสานงานกับหน่วยงานอื่น เช่น ปปง. ซึ่งสามารถยึดและอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางพร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือในลักษณะนี้กับทุกหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีเอกภาพและเกิดผลเป็นรูปธรรม”

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า“ก.ล.ต. มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้การตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีเอกภาพและเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง เพราะข้อมูลในส่วนของ ก.ล.ต. สามารถนำไปใช้ดำเนินการภายใต้ความผิดหลายกฎหมาย ขณะเดียวกันข้อมูลหรือการกระทำความผิดในกฎหมายอื่น ๆ เช่น ความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน ก็สามารถนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้เช่นกัน

ทั้งในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล และบริษัทจดทะเบียน ทั้งนี้ ก.ล.ต. พร้อมดำเนินการในทุกมิติเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5 มาตรการสกัดกั้นทุนเทาของ ก.ล.ต. เพื่อให้มั่นใจว่า สามารถสกัดกั้นและยับยั้งช่องทางของทุนเทาหรืออาชญากรรมทางการเงิน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสให้ตลาดทุนไทยในระยะยาว”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...