โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาหายได้ไหม?

Bumrungrad International

อัพเดต 09 เม.ย. เวลา 06.53 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. เวลา 08.00 น.

โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทสามารถรักษาให้อาการหายได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้หมอนรองกระดูกที่แตกหรือเคลื่อนออกมาอาจไม่กลับสู่สภาพเดิม แต่การรักษาสมัยใหม่ เช่น การใช้ยา กายภาพบำบัด การฉีดยาเฉพาะจุด หรือการผ่าตัดส่องกล้อง สามารถช่วยให้ผู้ป่วยหายจากอาการปวดและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า ผู้ป่วยกว่า 80–90% สามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากได้รับการดูแลและวินิจฉัยอย่างเหมาะสมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ในทางปฏิบัติผู้ป่วยจำนวนมากที่มีหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทสามารถรักษาให้อาการดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเฉพาะในกรณีที่การกดทับเส้นประสาทยังไม่รุนแรง ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งมักมีอาการดีขึ้น ภายในระยะเวลา ประมาณ 4–12 สัปดาห์ หลังได้รับการรักษาด้วยยา กายภาพบำบัด และการปรับพฤติกรรมการใช้ร่างกาย

โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทคืออะไร

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated Disc) คือภาวะที่หมอนรองกระดูกสันหลังเกิดการเสื่อม แตก หรือเคลื่อนตัวออกมา และไปกดทับเส้นประสาทที่ออกจากไขสันหลัง ทำให้เกิดอาการปวด ชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ปวดหลังหรือปวดคอ
  • ปวดร้าวลงแขนหรือขา
  • ชาหรือรู้สึกเหมือนไฟฟ้าช็อต
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • เคลื่อนไหวลำบากอาการเหล่านี้เกิดจาก แรงกดทับเส้นประสาทที่ออกจากไขสันหลัง ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่ควบคุมการรับความรู้สึกและการเคลื่อนไหวของร่างกาย ในผู้ป่วยจำนวนมาก อาการของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท มักเริ่มจากอาการปวดคอเรื้อรังหรือปวดหลังเรื้อรัง ก่อนที่จะมีอาการปวดร้าวลงแขนหรือร้าวลงขา
    แพทย์มักพบว่าผู้ป่วยบางรายเข้าใจว่าอาการปวดหลังเป็นเพียงอาการกล้ามเนื้ออักเสบทั่วไป ทำให้ไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทรักษาหายได้ไหม

คำตอบคือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรักษาให้อาการดีขึ้นหรือหายจากอาการได้พบในระยะเริ่มต้น
อย่างไรก็ตาม การรักษาไม่ได้หมายถึงการทำให้หมอนรองกระดูกกลับไปเหมือนเดิมเสมอไป แต่เป็นการทำให้

  • การกดทับเส้นประสาทลดลง
  • อาการปวดหรือชาหายไป
  • ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติในบางกรณี ร่างกายสามารถดูดซึมหมอนรองกระดูกที่แตกออกมาได้เอง ทำให้อาการดีขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
    ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถรักษาให้อาการดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเฉพาะในกรณี ที่หมอนรองกระดูก กดทับเส้นประสาทไม่รุนแรง อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยมีอาการปวดรุนแรง หรือมีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง ร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาวิธีการรักษาอื่นเพิ่มเติม เช่น การฉีดยาหรือการผ่าตัด

แนวทางการรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ขึ้นอยู่กับอาการและผลการทำเอกซ์เรย์และการทำ MRI

แพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ

  • ความรุนแรงของอาการปวด หรือระยะเวลาที่มีอาการปวด
  • ระดับการกดทับเส้นประสาทจากผลการตรวจ MRI หรืออาจจะพิจารณาแนวทางการรักษาจากอีกหลายปัจจัย เช่น ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นต้น ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรง แพทย์มักเริ่มการรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดก่อน

ตารางสรุปแนวทางการรักษา

ตารางแนวทางการรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทตามระดับความรุนแรงของอาการ

อาการ

ผลMRI

แนวทางการรักษา

อาการไม่มาก

การกดทับเล็กน้อย

ยา + กายภาพบำบัด

อาการไม่มาก

การกดทับมาก

ยา + กายภาพบำบัด

อาการมาก

การกดทับเล็กน้อย

ยา + กายภาพ + ฉีดยา

อาการมาก

การกดทับมาก

ผ่าตัดส่องกล้อง

ทางเลือกในการรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

การรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ และผลการตรวจวินิจฉัย โดยแพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรักษาได้โดยวิธีนี้ เช่น

  • การใช้ยาแก้อักเสบ
  • การทำกายภาพบำบัด
  • การเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core muscles) เพื่อช่วยพยุงกระดูกสันหลัง และลดแรงกดต่อหมอนรองกระดูก
  • การปรับพฤติกรรมการใช้ร่างกาย เช่น หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มแรงกดต่อกระดูกสันหลัง เช่น การยกของหนักในท่าที่ไม่ถูกต้อง หรือการนั่งทำงานเป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถวิธีเหล่านี้ช่วยลดแรงกดทับและลดการอักเสบของเส้นประสาท

การฉีดยาเฉพาะจุด

ในกรณีที่อาการปวดมาก แพทย์อาจใช้การ ฉีดยาเข้าโพรงประสาทไขสันหลัง (Epidural Injection) เพื่อช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดได้อย่างรวดเร็วการฉีดยาเข้าโพรงประสาทไขสันหลัง มักใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดมาก หรือผู้ป่วยที่อาการไม่ดีขึ้นจากการรักษาโดยใช้ยา หรือทำกายกาพบำบัด การรักษาวิธีนี้สามารถช่วยลดการอักเสบของเส้นประสาท และช่วยบรรเทาอาการปวด เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาทำกายภาพบำบัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลัง

หากอาการรุนแรงและผล MRI พบการกดทับเส้นประสาทอย่างชัดเจน แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลัง (Endoscopic Spine Surgery)
ข้อดีของเทคนิคนี้ ได้แก่

  • แผลผ่าตัดขนาดเล็ก ไม่เกิน 8 มิลลิเมตร

  • เสียเลือดน้อย

  • ฟื้นตัวเร็ว

  • กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วเทคโนโลยีการผ่าตัดสมัยใหม่ทำให้การผ่าตัดมี ความปลอดภัยสูงและอัตราความสำเร็จดีมาก โดยทั่วไปการผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลังมักพิจารณาในผู้ป่วยที่มี

  • อาการปวดรุนแรง

  • การรักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่ได้ผล

  • มีการกดทับเส้นประสาทจากผล MRI อย่างชัดเจน

อาการแบบไหนควรพบแพทย์ทันที

ควรรีบพบแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้

  • ปวดร้าวลงขาอย่างรุนแรง
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • เดินลำบาก
  • ชาหรือสูญเสียการควบคุมการขับถ่ายอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ การกดทับเส้นประสาทอย่างรุนแรง ซึ่งควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ โดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
    ในบางกรณี การกดทับเส้นประสาทอย่างรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงถาวร หรือปัญหาการควบคุมการขับถ่าย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

การวินิจฉัยโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทด้วย การทำเอกซ์เรย์ และการทำ MRI

การทำเอกซ์เรย์ และการทำ MRIกระดูกสันหลังเป็นเครื่องมือสำคัญในการวินิจฉัยโรคหมอนรองกระดูก ทับเส้นประสาท โดยสามารถช่วย

  • ยืนยันตำแหน่งของหมอนรองกระดูกที่กดทับ
  • ประเมินความรุนแรงของโรค
  • วางแผนการรักษาที่เหมาะสมอย่างไรก็ตาม ผลการทำเอกซ์เรย์ และการทำ MRI ต้อง พิจารณาร่วมกับการประเมินอาการของผู้ป่วย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เช่น การรักษาแบบไม่ผ่าตัด การฉีดยา หรือการผ่าตัดในกรณีที่มีการกดทับเส้นประสาทอย่างชัดเจน

การดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยง

เพื่อป้องกันการเกิดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แพทย์มักแนะนำให้ผู้ที่มีอาการปวดหลัง ควร

  • ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนักผิดท่า
  • รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • นั่งทำงานด้วยท่าทางที่ถูกต้อง
  • หลีกเลี่ยงการนั่งนานเกินไป และควรลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถหรือยืดกล้ามเนื้อเป็นระยะ

การดูแลรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลัง

การประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลังมีความสำคัญ เนื่องจากสามารถช่วยวินิจฉัย สาเหตุของอาการได้อย่างถูกต้อง และเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
ที่สถาบันกระดูกสันหลัง (Spine Institute) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลังที่มีประสบการณ์ ในการวินิจฉัยและรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โดยใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่ทันสมัย และแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
ในบางกรณี แม้อาการจะดูรุนแรง แต่ผู้ป่วยก็อาจสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากได้รับการดูแล และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม การวางแผนการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นสามารถช่วยให้ผู้ป่วย

  • ฟื้นตัวเร็ว
  • ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
  • กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

Q: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทรักษาหายได้ไหม
A: ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรักษาให้หายจากอาการได้ โดยใช้ยา กายภาพบำบัด หรือการฉีดยาเฉพาะจุด และประมาณ 80–90% ของผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
Q: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหายเองได้ไหม
A: ในบางกรณีร่างกายสามารถลดการอักเสบและดูดซึมหมอนรองกระดูกที่เคลื่อนออกมา ทำให้อาการดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
Q: อาการของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมีอะไรบ้าง
A: อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดหลัง ปวดร้าวลงขา ชาหรือเสียวเหมือนไฟฟ้าช็อต และกล้ามเนื้ออ่อนแรง
Q: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทต้องผ่าตัดทุกคนไหม
A: ไม่จำเป็น ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากอาการไม่รุนแรง
Q: เมื่อไรควรพบแพทย์
A: ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการปวดรุนแรง ปวดร้าวลงขา กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือมีปัญหาการควบคุมการขับถ่าย
โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทสามารถรักษาให้อาการดีขึ้นหรือหายจากอาการได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ ผู้ป่วยจำนวนมาก ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด และสามารถรักษาได้ด้วยยา กายภาพบำบัด หรือการฉีดยา
แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยและผลการตรวจเอกซ์เรย์และการทำ MRI
การวินิจฉัยและการดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมและมีโอกาสฟื้นตัวได้ดี

เกี่ยวกับผู้เขียน

นพ. ปวินท์ เกษมพิพัฒน์ชัย
ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลัง
สถาบันกระดูกสันหลัง (Spine Institute) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...