โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“วรงค์” แฉกลางสภา! น้ำมันหายเป็นร้อยล้านลิตร ซัดรัฐบริหารพลาดหรือปล้นชาติ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“วรงค์” แฉกลางสภา! น้ำมันหายเป็นร้อยล้านลิตร ซัดรัฐบริหารพลาดหรือปล้นชาติ - บอก ไม่ต้องหาไอ้โม่งที่ไหน ให้ไปดูแถวคลังจ่าย-โรงกลั่น ฝาก รบ.เชื่อตนอยูาได้ 4 ปี หากไม่วางใจอยู่ได้ไม่นาน

วันที่ 9 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อแถลงนโยบายของรัฐบาล นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ได้อภิปรายถึงนโยบายของรัฐบาล ว่า ในคำแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรี มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและพลังงาน และพูดชัดเจนว่าจะบริหารจัดการสถานการณ์ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน ตนอยากให้นายกรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องนำนโยบายเหล่านี้ลองศึกษาบทเรียนในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ย้ำว่าปัญหาน้ำมันที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ไม่เพียงแต่น้ำมันแพง แต่อีกประเด็นที่เป็นเรื่องสำคัญ คือเรื่องน้ำมันขาดแคลนซึ่งถือว่าอันตรายมาก นั่นหมายถึงหากบริหารจัดการผิดพลาดคือการปล้นน้ำมันของชาติ

สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลชุดนี้มีการเพิ่มราคาน้ำมัน 8 ครั้ง และมีการเพิ่มทั้งหมด 20.60 บาท ซึ่งสังเกตได้ว่ามีการปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ล่าสุดเมื่อมีการประชุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วงที่ผ่านมา ใช้เวลาประมาณ 2 วัน ในการปรับลดราคาน้ำมัน ซึ่งก็ถือว่าไม่มีความเป็นธรรมกับประชาชน และการที่จะจัดการปัญหาน้ำมันขาดแคลน การตั้งข้อสงสัยว่ามีการโกงน้ำมันเกิดขึ้นหรือไม่ ก็ต้องรู้จักห่วงโซ่อุปทานของระบบน้ำมันของประเทศก่อน ซึ่งสังเกตในห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน จะเริ่มจากการนำเข้าน้ำมันดิบไปสู่โรงกลั่นน้ำมัน เพื่อนำไปสู่ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ หรือผู้ค้า ม.7 และกระจายไปสู่ลูกค้าปลายทาง สังเกตุหรือไม่ว่าการส่งไปยังผู้ค้ารายใหญ่มีเส้นทางสามเส้นทาง คือ เรือ รถ และท่อ หลังจากนั้นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ โดยปกติ คือ ปตท. , บางจาก , Shell , พีที หรือแม้แต่ คาลเท็กซ์ ซัสโก้ ล้วนเป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่และอาจมีบริษัทอื่นบ้าง หลังจากนั้นก็จะไปส่งไปยังลูกค้าปลายทาง

การบริหารจัดการในช่วงเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลทำให้น้ำมันมีปัญหาขาดแคลน รัฐบาลตั้งสมมุติฐานว่าประชาชนตื่นตระหนกและแย่งกันเติมน้ำมัน ทำให้น้ำมันไม่พอ แต่ในช่วงนั้นตนตั้งสมมุติฐานว่าน้ำมันจากคลังจ่ายมาที่ปั๊มน้อย ประชาชนจึงไม่มีน้ำมันเติม จึงต้องมีการเอารถไปเข้าแถว ทำให้รัฐบาลเชื่อว่าประชาชนตื่นตระหนก กล่าวหาว่าประชาชนกักตุนน้ำมัน จึงออกมาตรการแก้ไขมา 3 ข้อ คือ
1. ให้รถน้ำมันวิ่งได้ 24 ชั่วโมง
2. ยกเลิกมาตรการในการสำรองน้ำมันให้กลับมาเหลือ 1% เหมือนเดิมและให้มีการนำน้ำมันสำรองมาใช้
3. ตรวจตรังจ่ายน้ำมันขนาดใหญ่แปดแดงไม่พบความผิดปกติ

นพ.วรงค์ ระบุว่า เพราะมีการตั้งสมมุติฐานผิด ตนไม่อยากเชื่อว่าคนที่ขึ้นจากผู้บริหารบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ คนที่มีครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารน้ำมัน ถึงไม่เข้าใจปัญหานี้ จากการที่ตนได้ลงพื้นที่ในหลายพื้นที่ ทั้งกรุงเทพฯ ปทุมธานี พิษณุโลก อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ รวมทั้งโทรศัพท์ไปหาหลายพื้นที่ โดยสรุปตรงกันว่าการที่น้ำมันขาดแคลน เพราะน้ำมันไม่ได้ส่งจากคลังจ่ายหรือผู้ค้ารายใหญ่ไปยังปั๊มน้ำมัน โดยมีการส่งน้ำมันลดลงครึ่งหนึ่งจากการส่งปกติ ตนย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากคลังจ่ายไม่มีการจ่ายน้ำมันไปให้รถขนน้ำมัน ซึ่งเมื่อรถน้ำมันได้น้ำมันมาน้อย ปั๊มก็ไม่มีน้ำมันบริการประชาชน แต่อย่างน้อยต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่มาแถลงเมื่อวันที่ 3 เดือนเมษายน ว่าปริมาณน้ำมันปกติแล้ว ก่อนหน้านี้ในภาพรวมใช้ 67 ล้านลิตร แต่ทำไมตอนนี้ใช้สูงถึง 80 กว่าล้านลิตร และภาวะเศรษฐกิจต่างๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ทำไมน้ำมันเพิ่มขึ้น ตนจึงบอกว่านายกรัฐมนตรีสันนิษฐานถูกแล้วแต่ช้าไป เพราะสร้างความเสียหายให้กับประชาชนไปแล้ว

ตนเห็นคนของสภาพัฒน์ออกมาบอกว่าวันนี้ประชาชนประหยัดน้ำมัน ซึ่งตนต้องการบอกว่าไม่ใช่ แต่กระบวนการทุจริตในการคดโกงน้ำมันของชาติหยุดทำงานแล้ว โดยตนได้ตั้งสมมุติฐานขึ้นมา 2 ข้อ เพื่อหาปริมาณน้ำมันดีเซลที่หายไป ผลสรุปคาดการณ์ว่าน้ำมันดีเซลจะหายไป 635.778 และ 727.654 ล้านลิตร ในช่วงระหว่างวันที่ 16 - 31 มีนาคม 2569 ตนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่คนดูแลระบบน้ำมันของประเทศเหล่านี้ จะปล่อยให้มีการทุจริตโกงชาติบ้านเมืองเกิดขึ้น นั่นสร้างความทุกข์ยากให้กับประชาชน ซึ่งรัฐบาลจะต้องไปตรวจสอบและมาตอบกับประชาชน

“แค่เริ่มต้นเราก็สงสัยแล้วว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่ ไอ้โม่งท่านไม่ต้องไปหาที่ไหน ไม่ว่าจะอยู่แถวโรงกลั่น หรือแถวคลังจ่าย คลังจ่ายมีใครบ้างล่ะ ผมพูดไปแล้วที่ 6 รายใหญ่ๆ ไม่ต้องไปหาที่อื่น”

นพ.วนงค์ กล่าวอีกว่า สุดท้ายในนโยบายข้อที่ 23 ของนายกรัฐมนตรี เรื่องการปราบปรามการทุจริต ท่านพูดชัดเจนว่า ‘พูดแล้วทำ’ ตนจำได้ว่าท่านเคยพูดชัดเจนว่าผู้ช่วย สส. 8 คนมากเกินไป แต่ทำไมถึงไม่ทำ เพราะตนยังทำเลย ลดจาก 8 เหลือ 3 คน ตนอยากเชิญนายกรัฐมนตรีหากจะปราบปรามการทุจริต ก็ต้องงดหรือลดการเอื้อประโยคให้กับพรรคพวกก่อน ตนเชื่อว่าจะประหยัดงบประมาณในภาพรวมทั้งหมดอย่างน้อยปีนึง 700-800 ล้านบาท และท้ายที่สุดจริงๆ วันนี้น้ำมันแพง ข้าวยากหมากแพง ทุกอย่างแพง สร้างความอึดอัดใจให้กับประชาชน วันนี้ประชาชนโกรธเคือง ยิ่งถ้ามาฟังปัญหาน้ำมันที่มีการทุจริตหรือน้ำมันเก๊เกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลนี้จะแถลงนโยบาย สิ่งหนึ่งที่จะผ่อนหนักให้เป็นเบาสำหรับนายกรัฐมนตรี คือ ให้ยกเลิกบำนาญ สส. และ สว. ตนเชื่อว่าเงินก้อนนี้จะมาช่วยจุนเจือประชาชนได้

ท้ายที่สุดจริงๆ ตนอยากฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีว่าตนหวังดี อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชนตนตรงไปตรงมา ท่านทำดีตนก็ชม หลายฝ่ายยังงงว่าตนไปชมรัฐบาล เพราะท่านทำดี แต่อันไหนที่ทำไม่ดี อย่างเช่น เรื่องน้ำมัน ตนก็บอกอย่างตรงไปตรงมาว่ามีการโกงเกิดขึ้น ต้องดำเนินการ ดังนั้นอะไรที่ตนแนะนำ ให้ฟังตน เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะอยู่ได้ 4 ปี แต่อะไรที่ตนแนะนำแล้วไม่ไว้วางใจ กังวลใจ ไม่ใส่ใจ หรือไม่แยแส ตนคิดว่ารัฐบาลท่านอาจอยู่ได้ไม่นาน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...