โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บริหารแบบตัวพ่อ! วิธีปั้นทีมให้ “เก่งเองได้” ไม่ต้องรอเจ้าของสั่ง สไตล์ Bernard Arnault

SME THAILAND ONLINE

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
เหนื่อยไหม? ที่ต้องเป็นแบกทุกอย่างไว้บนบ่าคนเดียว มาดูวิธีที่ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ คุมอาณาจักร LVMH แบรนด์หรู ให้รันต่อได้แบบไม่ต้องจ้ำจี้จ้ำไช

Text : Phanrung

ปัญหาใหญ่ของ SME ไทยส่วนใหญ่คือการที่เจ้าของเก่งคนเดียว วันไหนเจ้าของป่วย ธุรกิจก็แทบจะหยุดชะงัก เพราะลูกน้องไม่กล้าตัดสินใจ หรือทายาทที่รับช่วงต่อยังมองไม่เห็นภาพรวมธุรกิจ หากจะมองหาต้นแบบการจัดการคนระดับโลกที่ส่งต่อธุรกิจได้สำเร็จที่สุดในยุคนี้ คงหนีไม่พ้น เบอร์นาร์ดอาร์โนลต์ (Bernard Arnault) ประธานและ CEO ของ LVMH อาณาจักรสินค้าหรูที่มีแบรนด์ในเครือกว่า 75 แบรนด์ เขาสามารถคุมอาณาจักรที่ซับซ้อนนี้ได้โดยไม่ต้องลงไปจ้ำจี้จ้ำไชทุกนาที

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่กำลังรู้สึกเหนื่อยเพราะต้องแบกทุกอย่างไว้บนบ่า บทเรียนจาก Arnault ต่อไปนี้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยให้รู้จักวางมือและสร้างทีมที่แข็งแกร่งพอจะรันธุรกิจแทนคุณได้จริง

1. Decentralization ให้อิสระจนรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของ

หัวใจสำคัญของการบริหารแบบ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์คือการ “กระจายอำนาจ” (Decentralization) อย่างแท้จริง เขาเชื่อในการเลือก “คนเก่งที่สุด” ในแต่ละด้านมาทำงาน แล้วมอบ “อิสระ” ในการบริหารจัดการแบรนด์นั้นๆ อย่างเต็มที่เสมือนเป็นเจ้าของเอง โดยแต่ละแบรนด์ในเครือ LVMH จะบริหารตัวเองเป็นอิสระ ไม่ถูกควบคุมแบบรวมศูนย์

สิ่งนี้คือทางออกของปัญหา Micromanagement ที่มักพบใน SME เมื่อเจ้าของลงไปทำเองทุกอย่างจนพนักงานขาดความมั่นใจ การเปลี่ยนจากการสั่งว่า "ต้องทำอย่างไร" เป็นการบอกว่า "เป้าหมายคืออะไร" จะช่วยให้ทีมงานมีพื้นที่ในการตัดสินใจในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับหน้าที่ของเขา และเป็นการสร้างความรู้สึกของการเป็นเจ้าของร่วมกันอย่างแท้จริง

2. การจัดการแบบ Small HQ, Big Autonomy

แม้ LVMH จะเป็นบริษัทขนาดมหึมา แต่ อาร์โนลต์กลับเน้นให้ส่วนกลางมีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อลดขั้นตอนการอนุมัติที่ล่าช้าและระบบราชการในองค์กร แล้วไปเพิ่มอำนาจการตัดสินใจให้หน่วยธุรกิจแทน โดยตัวเขาเองจะถอยออกมาโฟกัสที่การวางกลยุทธ์ภาพรวม กำหนดทิศทางระยะยาว และควบคุมวินัยทางการเงิน

โมเดลนี้เน้นที่ “ความเร็ว” และ “ความยืดหยุ่น” เพราะการตัดสินใจไม่ต้องรออนุมัติหลายชั้น

นอกจากนี้ อาร์โนลต์มักใช้เวลาวันเสาร์เดินสำรวจหน้าร้านหรูต่างๆ เพื่อเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์มากกว่าการนั่งอ่านรายงานในออฟฟิศ ยิ่งบริษัทโต เจ้าของจึงควรผันตัวมาเป็น “โค้ช” ที่คอยชี้แนะแนวทาง มากกว่าเป็นคนที่คอยจับผิดเรื่องเล็กน้อย

3. สูตรการปั้นทายาท พิสูจน์ที่ผลงาน

ในการวางตัวทายาทอาร์โนลต์ใช้ระบบที่เรียกว่า "Meritocracy" หรือการบริหารตามความสามารถ ลูกๆ ทุกคนต้องเริ่มต้นจากการเรียนรู้งานจริง ถูกประเมินผลโดยผู้บริหารมืออาชีพที่ไม่ใช่คนในครอบครัว และต้องพิสูจน์ฝีมือผ่านโปรเจกต์จากขนาดเล็กไปใหญ่ เพื่อป้องกันปัญหา "ทายาทไม่พร้อม" ที่หลายธุรกิจมักประสบเพราะรอให้ถึงวันที่ต้องส่งต่อแล้วค่อยเริ่มสอนงาน

บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่า การจะส่งต่องานให้ใคร คนนั้นต้องผ่านการทดสอบในสถานการณ์จริง เพื่อให้เขาได้เผชิญกับความผิดพลาดและการตัดสินใจจริงๆ ก่อนที่จะต้องมารับช่วงต่อทั้งหมดอย่างเต็มตัว

4. การจัดการ “คนเก่ง” (A-Player Management)

อาร์โนลต์ขึ้นชื่อเรื่องการทำงานกับดีไซเนอร์ระดับโลกที่มีอีโก้สูงและบริหารจัดการยาก แต่เขาเลือกที่จะไม่บริหารคนกลุ่มนี้ด้วยวิธีเดิมๆ เพราะคนเก่งระดับ A-Player ไม่ได้ต้องการแค่เงินเดือน แต่ต้องการ “พื้นที่” ในการแสดงศักยภาพ สิ่งที่องค์กรต้องมอบให้คืออิสระในการตัดสินใจ ความท้าทายที่ใหญ่พอ และความไว้วางใจอย่างแท้จริง

ในขณะเดียวกัน ก็ต้องมีมาตรฐานที่สูงพอจะดึงศักยภาพสูงสุดของพวกเขาออกมา หน้าที่หลักของผู้บริหารไม่ใช่การสร้างอุปสรรคด้วยระบบที่ล้าหลัง แต่คือการเฟ้นหาคนเก่งและ "ขจัดอุปสรรค" เพื่อให้เขาทำงานได้ง่ายที่สุด ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาที่ SME มักบ่นว่าหาคนเก่งไม่ได้ หรือจ้างมาแล้วอยู่ได้ไม่นานนั่นเอง

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...