โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมการค้าภายในดูแลราคาสินค้า-ค่าบริการรับสงกรานต์ 2569 เน้นย้ำ ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา แนะประชาชนพบแจ้ง 1569

สวพ.FM91

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

วันที่ 9 เมษายน 2569 นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าและค่าบริการในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ 2569 เพื่อดูแลความเป็นธรรมทางการค้าและสร้างความมั่นใจให้ประชาชนที่กำลังเตรียมเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบในพื้นที่สำคัญ ได้แก่ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (สายใต้ใหม่) สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (เอกมัย) สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต) สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ท่าอากาศยานดอนเมือง และจุดพักรถมอเตอร์เวย์ กม.49 (บางปะกง) พร้อมบูรณาการตรวจร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

การลงพื้นที่ครั้งนี้ กรมการค้าภายในได้ตรวจสอบทั้งการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค การแสดงอัตราค่าบริการรับส่งผู้โดยสาร ค่าบริการรับฝากสิ่งของ และค่าบริการรถเข็น ตลอดจนติดตามภาวะราคาจำหน่ายสินค้าและบริการในพื้นที่ที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมากในช่วงเทศกาล โดยจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ประกอบการในสถานีขนส่งผู้โดยสารสาธารณะ ท่าอากาศยาน และจุดพักรถ มีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายปลีกสินค้าและค่าบริการไว้อย่างถูกต้องและชัดเจน พร้อมทั้งได้กำชับให้ผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าและคิดค่าบริการให้ตรงกับราคาที่แสดงไว้ และห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

นายจิรวุฒิ กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในจุดให้บริการขนส่งสาธารณะ พบว่าภาพรวมราคาและปริมาณส่วนใหญ่ยังทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยราคาอาหารปรุงสำเร็จยังอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม เช่น ข้าวราดแกง 1 อย่าง ราคา 40-60 บาทต่อจาน ข้าวราดแกง 2 อย่าง ราคา 50-70 บาทต่อจาน ข้าวมันไก่ ราคา 50-70 บาทต่อจาน และก๋วยเตี๋ยวหมู ราคา 40-65 บาทต่อชาม ขณะที่เครื่องดื่มส่วนใหญ่ยังมีราคาทรงตัวเช่นกัน ส่วนค่าบริการรับฝากสัมภาระและค่าบริการขนสัมภาระ มีอัตราค่าบริการเริ่มต้น 30-90 บาทต่อชิ้น และตู้รับฝากสัมภาระแบบอัตโนมัติคิดค่าบริการ 40-80 บาทต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดของสัมภาระและตู้รับฝาก สะท้อนให้เห็นว่าภาวะราคาสินค้าในภาพรวมยังทรงตัว แม้บางรายการจะมีความแตกต่างกันบ้างตามทำเลและต้นทุนของผู้ประกอบการแต่ยังไม่พบการปรับขึ้นผิดปกติ ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ คาดว่าจะมีประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว โดยใช้รถโดยสารสาธารณะและระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจทำให้ประชาชนบางส่วนชะลอการใช้รถยนต์ส่วนตัว กรมการค้าภายในจึงได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบล่วงหน้าก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและค่าบริการ และเพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมในการจับจ่ายใช้สอยระหว่างการเดินทาง

ในส่วนของการตรวจสอบราคาสินค้าทั่วไป กรมการค้าภายในได้กำกับดูแลสถานการณ์สินค้าเชิงรุกอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามทั้งด้านราคาและปริมาณสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่อาจได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมเฝ้าระวังพฤติกรรมการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ การจำหน่ายสินค้าไม่ตรงกับป้ายราคา และการกักตุนสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตามที่ประชาชนได้เรียนผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 8 เมษายน 2569 ได้มีการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนทางด้านราคาและปริมาณสินค้าไปแล้วทั้งหมด 567 คำร้อง แบ่งเป็นในพื้นที่กทม. 151 คำร้อง และต่างจังหวัด 416 คำร้อง ซึ่งได้ตรวจสอบแล้วเสร็จ 376 คำร้อง แยกเป็นกทม. 105 คำร้อง และต่างจังหวัด 271 คำร้อง ซึ่งจากการตรวจสอบพบการกระทำผิดในกรณีที่ไม่ได้ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า 33 ราย ซึ่งได้มีการดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย พบในพื้นที่ เช่น เขตลาดพร้าว เขตวัฒนา เขตพญาไท เขตบางกอกน้อย จังหวัดชุมพร จังหวัดสกลนคร จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดลำพูน เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังพบกรณีที่จำหน่ายสินค้าไม่ตรงกับราคาที่แสดง 6 ราย ในพื้นที่เขตจัตุจักร เขตวัฒนา เขตพญาไท จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดสระบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งได้มีการดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายแล้ว ในส่วนของกรณีปิดป้ายแสดงราคาไม่ชัดเจน 1 ราย ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท

ขณะเดียวกันยังมีเรื่องร้องเรียนในเรื่องของการจำหน่ายสินค้าเกินสมควรอีก 107 คำร้อง ซึ่งขั้นตอนในการดำเนินการจากที่เราได้รับคำร้องแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะได้มีการเรียกเอกสารมาวิเคราะห์ต้นทุน หากตรวจสอบพบว่ามีการตั้งราคาสูงเกินสมควร ก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด ขณะที่จากการตรวจสอบ ยังไม่พบการกระทำความผิดจำนวน 332 ราย และยังเรื่องที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่ 191 คำร้อง ซึ่งในส่วนนี้กรมการค้าภายในจะได้มีการตรวจสอบเชิงรุก เข้มงวดการคาดโทษและติดตามการตรวจสอบและรายงานตัวเลขการตรวจสอบทุกวัน

นายจิรวุฒิ กล่าวย้ำว่า ขอให้ผู้ประกอบการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 โดยปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน จำหน่ายสินค้าตรงกับป้ายราคา ไม่ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา และไม่กักตุนสินค้า เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการเอง ทั้งในด้านการสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า ลดข้อร้องเรียน ลดความเสี่ยงในการกระทำผิดกฎหมาย และช่วยให้การค้าขายเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม อันจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของร้านค้าในระยะยาว ทั้งนี้ หากพบผู้ประกอบการไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายปลีกสินค้าและค่าบริการ จะมีความผิดตามมาตรา 28 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และหากพบการจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควร จะมีความผิดตามมาตรา 29 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อดูแลให้ราคาสินค้าและค่าบริการเป็นธรรม ให้มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ และไม่ให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยหากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิดหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมด้านราคาสินค้าและบริการ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...