สนค.ชี้ IC ไทยบูม รับเทรนด์โลกสีเขียว–ดิจิทัล ขยายตัวกว่า 28%
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ในยุคที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็น “ทางรอด” ของทุกประเทศ ภายใต้เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) โดย “แผงวงจรรวม” หรือชิป (IC) ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค. เปิดเผยว่า การส่งออกแผงวงจรรวมของไทยในปี 2568 มีมูลค่า 11,095.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีมูลค่า 8,651.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือขยายตัวร้อยละ 28.25 สะท้อนถึงศักยภาพของไทยในฐานะผู้ผลิตชิปรายสำคัญของโลก
ตลาดส่งออกหลัก 5 อันดับแรก ได้แก่ ฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย จีน และสิงคโปร์ ซึ่งล้วนมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะไต้หวันที่ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 89.25
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของการส่งออก IC ไทย มาจาก 3 ด้านหลัก ได้แก่
- ภูมิรัฐศาสตร์โลก ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน ทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิตตามแนวคิด China Plus One โดยไทยได้รับประโยชน์จากการเป็นฐานการผลิตที่มีเสถียรภาพ
- ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไทยมีฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่ง พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจาก BOI ทั้งด้านสิทธิประโยชน์และการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง
- การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและเทคโนโลยีสีเขียว ความต้องการชิปเพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรม AI ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ดาต้าเซ็นเตอร์ และ IoT
อย่างไรก็ตาม สนค. ระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน อาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อการส่งออก IC ของไทย ผ่านต้นทุนพลังงานที่ผันผวน และความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ แม้อิหร่านจะไม่ใช่ตลาดหลักของไทยก็ตาม
ภาครัฐจึงได้ออกมาตรการรองรับ ทั้งการตรึงราคาน้ำมันดีเซล การช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs และบริษัทขนาดใหญ่ รวมถึงการสนับสนุนด้านการเงินและคำปรึกษา เพื่อช่วยลดผลกระทบและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ในระยะยาว ไทยอยู่ระหว่างการจัดทำยุทธศาสตร์พัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง โดยมุ่งเน้น 5 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ Power, Sensor, Photonics, Analog และ Discrete ซึ่งเป็นชิปที่ใช้ในอุตสาหกรรมหลัก เช่น ยานยนต์ โทรคมนาคม AI และการแพทย์ พร้อมผลักดัน “ชิปเมดอินไทยแลนด์” เพื่อยกระดับประเทศสู่ผู้นำในอุตสาหกรรมนี้
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผ่านการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) และการพัฒนาระบบ MOC Plus ที่ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลตลาดและสิทธิประโยชน์ เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทยวางกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สนค. เชื่อว่า หากไทยสามารถพัฒนาแรงงานทักษะสูง ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา และดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้ต่อเนื่อง จะช่วยให้ประเทศก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตแผงวงจรรวมของโลกในอนาคต