โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รื้อโครงสร้างพลังงาน ‘สภาผู้บริโภค’ จี้ลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มยื่น 8 ข้อเสนอถึงเอกนัฎ เลิกอิงราคาสิงคโปร์-คุมค่าการกลั่น รมว.พลังงานรับลูก พร้อมดึงภาคประชาชนร่วมตรวจสอบ

The Structure

อัพเดต 17 เม.ย. เวลา 19.20 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. เวลา 12.20 น. • The Structure

ตัวแทนจากสภาองค์กรของผู้บริโภค พร้อมด้วยมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน, เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย และกลุ่มผีเสื้อกระพือปีก ได้รวมตัวกันที่กระทรวงพลังงาน (16 เมษายน 2569) เพื่อยื่นหนังสือ “ข้อเสนอเร่งด่วนการปรับโครงสร้างราคาพลังงานที่เป็นธรรม และการลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นธรรมต่อประชาชน” ต่อนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

จี้กองทุนน้ำมันเลิกอุ้มโรงกลั่น – ลดภาระประชาชน

นางสาวรสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค ระบุว่า ปัจจุบันราคาอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปรับลดลง แต่ราคาหน้าปั๊มในไทยกลับไม่ลดตาม ซ้ำยังมีการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนว่ากองทุนน้ำมันกำลังทำหน้าที่ “ประกันกำไร” ให้กับโรงกลั่นเอกชน มากกว่าการดูแลประชาชนที่กำลังแบกรับค่าครองชีพสูง

นางสาวรสนา ยกตัวอย่างตัวเลขเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2568 ที่มีการดึงเงินจากผู้ใช้น้ำมันเบนซิน 95 เข้ากองทุนถึง 9.66 บาท/ลิตร และแก๊สโซฮอล์ 95 ที่ 2.86 บาท/ลิตร พร้อมเรียกร้องว่า รัฐบาลควรนำส่วนต่างที่ราคาตลาดโลกลดลงมาลดราคาหน้าปั๊มให้ประชาชนบ้าง ไม่ใช่อ้างแต่เรื่องการอุดหนุนกองทุน

🔴 เปิด 8 ข้อเสนอเร่งด่วน รื้อโครงสร้างพลังงานไทย

เครือข่ายภาคประชาชนได้ยื่นข้อเสนอ 8 ข้อ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการกำหนดราคาพลังงาน ดังนี้:

1. เลิกคิดค่าใช้จ่ายสมมติ (อิงสิงคโปร์): ตัดค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าพรีเมียมที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงออกจากการคำนวณ พร้อมกำหนดเพดานค่าการกลั่นไม่เกิน 2.50 บาท/ลิตร และคุมค่าการตลาด (ดีเซลไม่เกิน 1.50 บาท/ลิตร, เบนซินไม่เกิน 1.85 บาท/ลิตร)

2. ทบทวนการผสมพลังงานชีวภาพ: ห้ามผสมเอทานอลและไบโอดีเซล หากราคาไม่ถูกกว่าน้ำมันพื้นฐาน 10% ขึ้นไป และเสนอให้ลดไบโอดีเซลเหลือเพียง B5 เพื่อลดภาระกองทุนน้ำมันที่ติดลบกว่า 5 หมื่นล้านบาท พร้อมค้านการต่ออายุกฎหมายชดเชยน้ำมันชีวภาพที่จะหมดลงในเดือน ก.ย. 2569

3. ให้ครัวเรือนใช้ก๊าซ LPG ในประเทศก่อน: ยกเลิกการอิงราคานำเข้าจากซาอุดีอาระเบียสำหรับก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน โดยให้ใช้ก๊าซจากอ่าวไทยในราคาเป็นธรรมก่อนเป็นอันดับแรก และประกาศให้เป็นสินค้าควบคุม ส่วนภาคอุตสาหกรรมและการขนส่งให้ใช้ส่วนที่เหลือหรือนำเข้าโดยตัดขาดจากการอุดหนุนของกองทุนน้ำมัน

4. คุมค่าการกลั่นและริบลาภลอย: กำหนดค่าการกลั่นไม่เกิน 2.50 บาท/ลิตร (จากที่เคยพุ่งสูงถึง 16.40 บาท/ลิตร ในช่วงต้นเดือน เม.ย.) และให้รัฐเรียกคืนเงินชดเชยที่เป็น “ลาภลอย” ของโรงกลั่นกลับเข้ากองทุนฯ

5. ตรวจสอบสต๊อกน้ำมันย้อนหลัง: เช็กสต๊อกน้ำมันเก่าก่อนประกาศขึ้นราคา เพื่อป้องกันผู้ค้ากักตุนน้ำมันที่ได้รับเงินชดเชยไปแล้วมาขายในราคาใหม่ พร้อมเรียกคืนเงินส่วนต่าง

6. ให้อำนาจกองทุนน้ำมันเรียกคืนเงินชดเชย: ออก พ.ร.ก. แก้ไข พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันฯ ให้อำนาจคณะกรรมการฯ อย่างชัดเจนในการเรียกคืนเงินชดเชยจากค่าการกลั่นที่สูงเกินจริง

7. หยุดกู้เงิน 1.5 แสนล้านบาท: หากรัฐบาลทำตามข้อ 1-6 ได้ กองทุนน้ำมันก็จะไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงิน ซึ่งจะเป็นการสร้างหนี้สาธารณะให้ประชาชนต้องมารับภาระจ่ายคืน

8. ปลดล็อกโซลาร์รูฟท็อป: ส่งเสริมให้ประชาชนพึ่งพาตนเองด้วยการใช้ระบบหักลบกลบหน่วยไฟฟ้า (Net Metering และ Net Billing) อย่างเป็นรูปธรรม

🔴 รมว.พลังงาน รับลูก ชี้ตรงกับแผนที่เตรียมไว้

ด้าน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังรับมอบหนังสือว่า ยินดีรับข้อเสนอทั้ง 8 ข้อไปพิจารณา เนื่องจากหลายประเด็นสอดคล้องกับทิศทางที่กระทรวงกำลังดำเนินการอยู่

พร้อมกันนี้ ได้เชิญตัวแทนภาคประชาชนเข้ามาร่วมทำงานและติดตามความคืบหน้า เพื่อไม่ให้ข้อเสนอจบลงแค่การยื่นหนังสือ โดยให้คำมั่นว่าจะเร่งปรับกลไกกองทุนน้ำมันฯ ให้โปร่งใส ไม่ปล่อยให้เป็นเครื่องมือทำกำไรของเอกชนในยามวิกฤต และจะใช้โอกาสนี้ปรับโครงสร้างพลังงานให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและเป็นธรรมกับประชาชนมากที่สุด

#TheStructure
#TheStructureNews
#รสนาโตสิตระกูล #กระทรวงพลังงาน #ราคาน้ำมัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...