โพสต์อ้าง “สหรัฐฯ” ค้นเจ้าหน้าที่ “ปากีฯ” ก่อนลงนาม ตรวจสอบพบเป็นข่าวปลอมพร้อมภาพ AI
Thai PBS Verify พบที่มาของข่าวปลอมจาก: Facebook
[caption id="attachment_10902" align="aligncenter" width="1024"]
โพสต์ข่าวปลอมที่ถูกเผยแพร่โดยเพจ Facebook: World Insight เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 69[/caption]
Thai PBS Verifyพบโพสต์วิดีโอบนแพลตฟอร์ม Facebook ที่ถูกเผยแพร่โดยเพจ World Insightเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ปรากฏเป็นภาพของทหารและเจ้าหน้าที่ของสหรัฐอเมริกา กำลังค้นตัวของเจ้าหน้าที่ฝั่งปากีสถาน ถูกเผยแพร่ออกมาในช่วงที่มีการเข้าร่วมเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่าน พร้อมแคปชัน ระบุว่า
#สหรัฐฯดูหมิ่นปากีสถานอย่างรุนแรง!
เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่คณะผู้แทนของรัฐอื่น (สหรัฐฯ) ได้ตรวจค้นตัวนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารบกของประเทศหนึ่ง (ปากีสถาน) บนแผ่นดินของปากีสถานเอง และยึดอาวุธของพวกเขาไป
ตามแหล่งข่าวในกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ซึ่งเป็นสถานที่จัดการเจรจาสันติภาพ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ปากีสถานที่เข้าไปในอาคารถูกตรวจค้นร่างกาย และแม้แต่การสวมเครื่องแบบทหารก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป
นอกจากนี้ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ ยังได้นำรถยนต์และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของตนเองติดตามมาด้วย เพื่อรับประกันความปลอดภัยในการเคลื่อนไหวของเขา
หลังจากที่ปากีสถานถูกขอให้ทำหน้าที่เป็นคนกลางไกล่เกลี่ย ตอนนี้กลับถูกทำให้อยู่ในสถานะที่น่าอับอาย ราวกับว่าอเมริกาไม่ไว้วางใจแม้แต่กระบวนการหรือเจ้าหน้าที่ของปากีสถานเองด้วยซ้ำ
โดยโพสต์ดังกล่าว สามารถเรียกยอดกดตอบโต้ได้มากกว่า 2,800 ครั้ง มีการแชร์ต่อ 196 ครั้ง และการแสดงความเห็นอีก 310 ครั้ง โดยความเห็นส่วนใหญ่ไปในทิศทางที่เชื่อว่า ข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง แต่ก็มีบางส่วนที่ออกมาโต้แย้งตามข้อมูลที่ตัวเองมี
Thai PBS Verifyจึงได้นำภาพดังกล่าวมาค้นหาด้วย Google Lensพบกับโพสต์ภาพเดียวกันที่มีความคมชัดของภาพที่มากกว่า ซึ่งถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้ عبدالخالق نثار บนแพลตฟอร์ม Facebook ตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 พร้อมแคปชันระบุ
الله تعالی مو داسې شرم څخه اوساته
پاکستاني غلا.م چارواکې په خپل اسلام برباد کې تلاشي کیږي
#پاکستاني
#چارواکې
เมื่อนำมาแปลด้วย Google Translateจะได้ข้อความว่า
ขออัลลอฮ์ทรงปกป้องเราจากความอัปยศเช่นนี้ด้วยเถิด
โจรชาวปากีสถาน เจ้าหน้าที่กำลังถูกค้นตัวในศาสนาอิสลามที่เสื่อมทรามของพวกเขาเอง
#ปากีสถาน
#เจ้าหน้าที่
[caption id="attachment_10903" align="aligncenter" width="1024"]
โพสต์ข่าวที่ถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้ Facebook: عبدالخالق نثار เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 69[/caption]
ภาพการค้นตัวนายกฯ ปากีสถาน เป็นของจริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verifyนำภาพดังกล่าวมาตรวจสอบด้วยเว็บไซต์ตรวจสอบภาพและวิดีโอ AI จาก Hive Moderationและเว็บไซต์อื่น ๆ ทำให้พบว่าภาพดังกล่าวมีโอกาสถูกสร้างจาก AI อยู่มาก โดยมีผลจากการตรวจสอบดังนี้
[caption id="attachment_10904" align="aligncenter" width="1024"]
ผลการใช้เว็บไซต์ตรวจสอบภาพ AI จาก Hive Moderation พบว่าภาพดังกล่าวถูกสร้างจาก AI ถึง 95.6%[/caption]
[caption id="attachment_10905" align="aligncenter" width="1024"]
ผลการใช้เว็บไซต์ตรวจสอบภาพ AI จาก ZeroGPT พบว่าภาพดังกล่าวถูกสร้างจาก AI ถึง 97%[/caption]
[caption id="attachment_10906" align="aligncenter" width="1024"]
ผลการใช้เว็บไซต์ตรวจสอบภาพ AI จาก Decopy AI พบว่าภาพดังกล่าวถูกสร้างจาก AI ถึง 100%[/caption]
[caption id="attachment_10907" align="aligncenter" width="1024"]
ผลการใช้เว็บไซต์ตรวจสอบภาพ AI จาก sightengine พบว่าภาพดังกล่าวถูกสร้างจาก AI ถึง 99%[/caption]
[caption id="attachment_10908" align="aligncenter" width="1024"]
ผลการใช้เว็บไซต์ตรวจสอบภาพ AI จาก Deep AI พบว่าภาพดังกล่าวถูกสร้างจาก AI ถึง 100%[/caption]
นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมพบความผิดปกติภายในภาพ เช่น เครื่องแบบของหน่วยอารักขาของสหรัฐฯ บางคนมีการใช้งานหมวก Helmet ของทหารแต่กลับใส่ชุดสูท หรือบางคนใส่ชุดสูทที่มีลายพรางแบบทหาร ซึ่งตามปกติหน่วย Secret Service ของสหรัฐฯ ไม่ควรจะมีการใช้งานหมวกใด ๆ และใส่เพียงชุดสูทดำสนิทเพียงเท่านั้น (ตามวงสีแดง)
ขณะที่รายละเอียดของพาหนะที่พื้นหลัง พบว่าส่วนประกอบในภาพบางส่วนกลับมีสัดส่วนที่ผิดปกติ เช่น รถยนต์สีดำที่ไม่มีขอบประตู, เครื่องบินจำนวน 2 ลำ ที่บางลำไม่มีประจกหน้า และบางลำกลับมีสัดส่วนที่ผิดปกติ (ตามวงสีเหลือง)
[caption id="attachment_10909" align="aligncenter" width="1024"]
จุดสังเกตความผิดปกติในภาพที่พบเจ้าหน้าที่อารักขาสวมชุดสูทแต่กลับมีลายพรางทหาร (วงกลมสีแดง) และ ภาพเครื่องบินที่มีสัดส่วนของกระจกที่ผิดปกติ รวมถึงรถ SUV ที่ไม่มีขอบประตู (วงกลมสีเหลือง)[/caption]
การเยือนปากีสถานของสหรัฐฯ และอิหร่านแท้จริงเป็นอย่างไร ?
Thai PBS Verify ค้นหาข่าวเกี่ยวกับการเจรจาหารือการหยุดยิง ระหว่าง สหรัฐฯ - อิหร่าน เพิ่มเติม จนพบกับบทความจากสำนักข่าว New York Postที่ถูกเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2569 และถูกอัพเดตครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 ซึ่งสามารถสรุปใจความ ดังนี้
คณะผู้แทนระดับสูงจากอิหร่าน นำโดยนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา และนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัดเพื่อเตรียมเปิดการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลวอชิงตันได้ส่งบุคคลสำคัญ อาทิ นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี พร้อมด้วยนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ และนายจาเรด คุชเนอร์ เข้าร่วมหารือเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 6 สัปดาห์ ซึ่งได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเสถียรภาพในตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะวิกฤตราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น
แม้จะมีการประกาศเตรียมเจรจา แต่ความตึงเครียดระหว่างสองฝ่ายยังคงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน โดยนายกาลิบาฟได้แสดงท่าทีเชิงรุกด้วยการตั้งเงื่อนไขให้สหรัฐฯ ปล่อยอายัดทรัพย์สินของอิหร่านก่อนเริ่มการหารือ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้วิพากษ์วิจารณ์อิหร่านผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่ากำลังประเมินสถานการณ์ผิดพลาด และพยายามใช้การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือในการข่มขู่ประชาคมโลก ทั้งที่แท้จริงแล้วอิหร่านแทบไม่มีอำนาจต่อรองที่ยั่งยืนในการเจรจาครั้งนี้
ประเด็นหลักที่สำคัญยิ่งในการหารือคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญของโลก หลังจากอิหร่านทำการปิดกั้นเส้นทางจนส่งผลให้การเดินเรือเป็นไปอย่างยากลำบากและเสี่ยงอันตรายจากทุ่นระเบิด นอกจากนี้ ฝ่ายสหรัฐฯ ยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารความสัมพันธ์กับอิสราเอล เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ยังคงดำเนินปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนอย่างต่อเนื่องเพื่อกวาดล้างกลุ่มเฮซบอลลาห์ โดยมองว่าเป้าหมายด้านความมั่นคงของอิสราเอลยังไม่บรรลุผลสำเร็จ
สถานการณ์โดยรวมในขณะนี้ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เนื่องจากตัวเลขความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากทั้งในอิหร่าน เลบานอน และอิสราเอล รวมถึงประชาชนในเลบานอนกว่าหนึ่งล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก การเจรจา ณ ประเทศปากีสถานในครั้งนี้จึงเป็นความหวังสำคัญที่จะคลี่คลายวิกฤตการณ์ แต่หากอิหร่านยังคงท่าทีแข็งกร้าว สหรัฐฯ ก็พร้อมที่จะดำเนินมาตรการที่เด็ดขาดต่อไปเพื่อให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ของโลกและเสถียรภาพในภูมิภาคจะได้รับการปกป้องอย่างแท้จริง
[caption id="attachment_10910" align="aligncenter" width="1024"]
ข่าวจากสำนัก New York Times พร้อมภาพบรรยากาศก่อนการเจรจา ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 69 จะเห็นได้ว่าไม่มีการตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเจรจาแต่อย่างใด มีเพียงการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของปากีสถานเพียงเท่านั้น[/caption]
ทั้งนี้จะพบว่า ไม่มีเนื้อหาส่วนใดที่รายงานว่าหน่วยอารักขา หรือกลุ่มทหารของสหรัฐฯ หรือแม้แต่ปากีสถาน ที่เข้าค้นตัวหรือกระทำการล่วงเกินกับผู้แทนของทั้งสองประเทศ ตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
ภาพที่ปรากฏบนเพจ Facebook "World Insight" และบัญชีอื่น ๆ ที่อ้างว่าหน่วยอารักขาสหรัฐฯ ทำการค้นตัวนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารบกของปากีสถานระหว่างการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 นั้น "ไม่เป็นความจริง" แม้ในความเป็นจริงจะมีการจัดเจรจาระดับสูง ณ กรุงอิสลามาบัด โดยมี นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าร่วมหารือกับตัวแทนจากอิหร่านเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางและเปิดช่องแคบฮอร์มุซจริง แต่จากรายงานของสำนักข่าวหลักอย่าง New York Post หรือสื่อสากลอื่น ๆ ไม่มีรายงานถึงเหตุการณ์การละเมิดอำนาจอธิปไตยหรือการค้นตัวผู้นำปากีสถานตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ภาพดังกล่าวจึงเป็นการสร้างข่าวปลอมขึ้นมาในช่วงสถานการณ์ตึงเครียดเพียงเท่านั้น