หุ้นไทยสัปดาห์หน้า ลุ้นมาตรการรัฐฯ-คนละครึ่งเฟส2
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 17 เม.ย. เวลา 15.33 น. • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บล.ฟิลลิป ประเมินหุ้นไทย จากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังอาจเป็นปัจจัยที่จะเข้ามากระทบ Sentiment การลงทุนได้ หากยังเจรจากันไม่คลี่คลายในช่วงสุดสัปดาห์ เพราะข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวจะสิ้นสุดลงวันที่ 21 เม.ย. ขณะที่อีกประเด็นที่จะมาโฟกัสในด้านผลประกอบการฯ และ Guidance ของผู้บริหารในระยะถัดไปว่ามีมุมมองอย่างไร
สัปดาห์หน้าติดตาม: ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือนมี.ค. คาด +0.3% m-m เทียบเดือนก.พ. ที่พุ่งขึ้น 0.6% ซึ่งสูงสุดในรอบ 7 เดือน ได้แรงหนุนจากกลุ่มยานยนต์ แฟชั่น และร้านสุขภาพ โดยคาดว่าเดือนมี.ค. อาจเห็นการขยายตัวเข้าสู่ระดับปกติมากขึ้น โดยเฉพาะยอดค้าปลีกพื้นฐาน (ไม่รวมน้ำมัน, รถยนต์และวัสดุก่อสร้าง) หากโตเกิน 0.3% อาจส่งผลให้ Fed คงดอกเบี้ยไว้นานขึ้น นอกจากนี้ ติดตามผลประกอบการฯ ที่เริ่มประกาศ (Tesla, UnitedHealth, Intel และ P&G)
แนะนำกลยุทธ์การลงทุน: "ทยอยสะสม" กองทุน Asset Allocation, หุ้นจีนขนาดใหญ่, หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI, กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์, กลุ่มพลังงานนิวเคลียร์ ส่วนกลุ่มที่รอ "Buy-on-dip" เมื่อราคาย่อตัวลงมา 10-15% หุ้นกลุ่มเทคฯ ขนาดใหญ่, กลุ่ม Memory chip และกลุ่มรายประเทศ (หุ้นสหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไต้หวันและอินเดีย) ขณะที่ทองคำและทองแดง (เน้น 10-15% ของพอร์ตเพื่อ Hedged ความเสี่ยง) โดยหากราคาทองคำระดับ 4,000-4,500 USD/Oz. ถือเป็นโอกาสเข้าสะสม
**Thailand View:
ฝ่ายวิจัยคาด SET Index Sideways to sideways up มองกรอบ 1,460 - 1,520 จุด โดยมองแรงหนุนมาจากความหวังว่าภาครัฐจะมีการดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยการประชุมครม. ในวันที่ 21 เม.ย. กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการ 2-3 เรื่องคือการดูแลค่าครองชีพประชาชน อีกทั้ง มีลุ้นโครงการคนละครึ่งเฟส 2 เข้าสู่ที่ประชุมข้างต้น สอดรับกับก่อนหน้านี้ที่ปลัดกระทรวงการคลังได้เผยว่าโครงการคนละครึ่งอาจเข้าสู่ครม. ครั้งถัดไป โดยคาดว่าจะเริ่มใช้จ่ายได้ในเดือนพ.ค. และครอบคลุมประชาชนมากกว่าที่เคยทำไว้ในเฟสที่ผ่านมาที่ 20 ล้านคน
ทั้งนี้ จากสถิติในอดีตพบว่าในช่วงที่มีการดำเนินโครงการคนละครึ่ง (6 ครั้งที่ผ่านมา) โดยเฉลี่ยแล้ว SET Index ปรับตัวขึ้น 5.1% โดยหมวดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุปสงค์ในประเทศที่ปรับตัวขึ้นโดยเฉลี่ยได้โดดเด่นกว่า SET Index และมีความน่าสนใจ ได้แก่ การเงิน (+5.7%) ท่องเที่ยว (+11.2%) ขนส่ง (+5.6%) และสื่อสาร (+9.5%)
ขณะที่กลุ่มค้าปลีก/ค้าส่ง เรามองเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีความน่าสนใจ เนื่องจากมีแนวโน้มเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์เป็นอันดับต้นๆ จากโครงการข้างต้น นอกจากนี้ หุ้นในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและรับเหมาก่อสร้าง คาดจะมีแรงกระตุ้นจากความคาดหวังว่าภาครัฐมีการดำเนินมาตรการ/โครงการที่เกี่ยวข้องกับการเร่งรัด/ส่งเสริมการลงทุนในระยะถัดไป
อย่างไรก็ตาม มองทางขึ้นจำกัดอยู่บ้าง เนื่องจากในสัปดาห์หน้าจะมีการขึ้น XD ของหุ้นจำนวน 27 ตัว รวมถึงหุ้นขนาดใหญ่อย่างกลุ่มธนาคาร ซึ่งการขึ้น XD ข้างต้นคาดว่าจะส่งผลกระทบทางลบต่อ SET Index ประมาณ 8 จุด (เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิด ณ วันที่ 16 เม.ย.)
นอกจากนี้ อาจเห็นการ Rotate ออกจากหุ้นในกลุ่มธนาคารหลังการ XD ข้างต้นและการประกาศงบ 1Q69 ในช่วงต้นสัปดาห์ โดยเฉพาะในกรณีที่งบไม่ได้ออกมาดีกว่าคาด เนื่องจากหุ้นในกลุ่มข้างต้นนับเป็นกลุ่มที่ Valuation ค่อนข้างตึงตัวเมื่อเปรียบเทียบกับราคาพื้นฐาน
ขณะที่ประเด็นสงครามตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และราคาพลังงานโลก ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม เนื่องจากนับเป็น Swing factor ที่สำคัญต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง SET Index