โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ททท.พร้อมแก้เกมต่ำเป้า ดึงคุณภาพ-ไทยเที่ยวไทย

ทันหุ้น

อัพเดต 24 มี.ค. เวลา 14.54 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. เวลา 19.45 น.

#ททท. #ทันหุ้น – ททท.เร่งปรับเกมท่องเที่ยวหลังประเมิน 3 ฉากทัศน์นักท่องเที่ยวเสี่ยงต่ำกว่าเป้า จากแรงกดดันพลังงานและสงคราม เดินหน้าดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพควบคู่กระตุ้นไทยเที่ยวไทย พยุงอุตสาหกรรม ด้านนักวิเคราะห์แนะเลือกลงทุนหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะ อาทิ ERW – AOT

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า ได้ประเมินแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวภายใต้ 3 ฉากทัศน์หลัก โดยกรณีสถานการณ์คลี่คลายภายใน 1 เดือน คาดนักท่องเที่ยวลดลง 2-5% จากเป้าหมายทั้งปี 2569 ที่ตั้งไว้ 36.7 ล้านคน เติบโตราว 11% YoY จากปี 2568 ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.97 ล้านคน ขณะที่กรณียืดเยื้อเกิน 1 เดือน ผลกระทบจะชัดขึ้นคาดจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 5-8% และหากสถานการณ์รุนแรงต่อเนื่อง อาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่ำกว่าเป้าหมายลงมาอยู่ที่ราว 30 ล้านคน หรือหดตัวมากกว่า 10% สะท้อนความเปราะบางของดีมานด์ต่อปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่กระทบต้นทุนการเดินทางทั่วโลก

ทั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว ททท. เดินหน้ามาตรการ 4 ด้าน ได้แก่ 1.ตั้งทีมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปรับกลยุทธ์เน้นตลาดในประเทศและเอเชีย 2.บริหารจัดการเที่ยวบินให้สอดคล้องดีมานด์ 3.ร่วมมือผู้ประกอบการลดต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ 4.เร่งสื่อสารสร้างความเชื่อมั่น “ไทยเป็นจุดหมายปลอดภัย” เพื่อรักษาโมเมนตัมการเดินทาง

พร้อมกันนี้ ททท. เตรียมปรับเงื่อนไขสนับสนุนสายการบินภายใต้โครงการThailand Summer Blast จากเดิมที่กำหนดอัตราบรรทุกผู้โดยสาร(Load Factor) 75-80% โดยพร้อมพิจารณาผ่อนคลายเงื่อนไข หากสายการบินได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม เพื่อคงเส้นทางบินและรักษาขีดความสามารถการแข่งขันของไทย

ขณะเดียวกัน กลยุทธ์ตลาดต่างประเทศยังมุ่งดึงดีมานด์จาก“ตลาดศักยภาพ” ทั้งจีน มาเลเซีย อินเดีย และรัสเซีย รวมถึงขยายตลาดระยะไกลในยุโรปและอเมริกา ซึ่งยังมีความต้องการเดินทางต่อเนื่อง หากมีเที่ยวบินรองรับ พร้อมเจาะกลุ่มคุณภาพ เช่น ชาวต่างชาติที่พำนักในไทย (Expats) ผ่านแคมเปญWorkation Paradise throughout Thailand ควบคู่เดินหน้าดึงกลุ่มนักทำงานอิสระและผู้ที่ทำงานจากที่ใดก็ได้(Digital Nomads) เข้ามาพำนักและทำงานในประเทศไทยมากขึ้น โดยชูจุดแข็งด้านความปลอดภัย มาตรฐานการท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตที่ตอบโจทย์การทำงานระยะยาว ควบคู่การออกแคมเปญส่งเสริมรูปแบบ Workation เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและยกระดับรายได้จากนักท่องเที่ยวคุณภาพ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น

ด้านตลาดในประเทศ ททท. เตรียมเสนอภาครัฐสนับสนุนโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง พลัส” กระตุ้นการเดินทางระยะใกล้และการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะ ภายใต้แนวคิด “เจียระไนของดีใกล้บ้าน” ส่งเสริมให้คนไทยค้นหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในพื้นที่ที่อาจถูกมองข้าม เพื่อนำมาพัฒนาและยกระดับเป็นจุดขายใหม่ของชุมชน สร้างโอกาสกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยและเศรษฐกิจฐานราก ก่อนต่อยอดสู่การท่องเที่ยวในระดับที่สูงขึ้น

@ ดาวน์ไซด์จำกัดชู ERW AOT เด่น

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุ ภาพรวมของกลุ่มการท่องเที่ยวในปัจจุบันมีปัจจัยกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จึงพิจารณาปรับประมาณการนักท่องเที่ยวต่างประเทศทั้งปี 2569 ลงในกรอบระหว่าง 32 ล้านคน – 28 ล้านคน พร้อมปรับลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว – โรงแรมลงเป็น“กลาง” จากเดิม“ดีกว่าตลาด”

อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวลงไปสะท้อนมุมมองที่แย่ที่สุด (Worst Case) ไปแล้ว ดังนันในเชิงการลงทุนมองว่าหุ้นกลุ่มนี้ Downside เริ่มจำกัด จึงมองเป็นโอกาสเข้า“ซื้อสะสม” หุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวหากราคาลดลง อาทิ AOT ราคาเป้าหมาย 60 บาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลกน้อยกว่ากลุ่มโรงแรมเพราะมีรายได้อื่นๆ เช่น พื้นที่เชิงพาณิชย์, ค่าธรรมเนียมการขึ้น-ลง (Landing Fee), ค่าจอดอากาศยาน (Parking Fee) ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีศักยภาพในระยะยาวจากการขยายเป็นศูนย์กลางการบิน (Hub) และแผนการจัดเก็บค่า PSC จากผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (Transit/Transfer)

และ ERW ราคาเป้าหมาย 3.90 บาท เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มโรงแรมเนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวลงมาลึก และในช่วงไตรมาส 2-3 จะได้รับผลกระทบจากยุโรปและตะวันออกกลางน้อย เพราะเน้นกลุ่ม Short-Haul เช่น อินเดียและสิงคโปร์เป็นหลัก ขณะเดียวกัน แบรนด์ Hop Inn ของ ERW ยังเป็นพอร์ตโรงแรมที่มีอัตราการเข้าพัก (Demand) ตลอดทั้งปี ราคาห้องพักไม่ผันผวนตามฤดูกาล และกำลังขยายสาขาไปต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...