โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

GC หุ้นปิโตรฯ กลยุทธ์ Global Play มีภูมิคุ้มกัน จากความเสี่ยงตะวันออกกลาง

The Bangkok Insight

อัพเดต 24 มี.ค. เวลา 08.21 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. เวลา 08.14 น. • The Bangkok Insight

GC หุ้นปิโตรเคมี กลยุทธ์ Global Play ที่มีภูมิคุ้มกัน จากความเสี่ยงในตะวันออกกลาง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั่วโลก เผชิญกับภาวะกำลังการผลิตล้นตลาด และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่อ่อนตัว ส่งผลให้ผลประกอบการของผู้ผลิตจำนวนมากอยู่ในช่วงขาลงของวัฏจักร นักวิเคราะห์ มองว่า GC หรือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของการฟื้นตัวในปี 2569 จากทั้งปัจจัยภายนอกอุตสาหกรรมและการปรับโครงสร้างภายในองค์กร

บทวิเคราะห์ บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิดเผยว่า GC เป็นหุ้นที่น่าสนใจลงทุน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความเสี่ยงด้านวัตถุดิบที่ต่ำ ปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้นจากการหยุดชะงักของอุปทานในปัจจุบัน และผลประกอบการที่คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปีนี้ ด้วยสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางน้อยกว่า 15% และการใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นหลัก

GC

ทำให้ GC มีภูมิคุ้มกันจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง จึงยังคงคำแนะนำ Outperform หุ้น GC โดยปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นจาก 30 บาท เป็น 38 บาทต่อหุ้น จากความชัดเจนของกำไรที่มากขึ้น หลังจากปรับประมาณการกำไร ปี 2569 เพิ่มขึ้น 65% เพื่อสะท้อนส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจโรงกลั่นที่สูงกว่าคาด ประกอบกับ Valuation ที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค

ทั้งนี้ มี 3 ปัจจัยกระตุ้นที่หนุนความน่าสนใจของหุ้น GC ดังนี้

ปัจจัยที่ 1 พึ่งพาวัตถุดิบจากตะวันออกกลางน้อยกว่าผู้ประกอบการรายอื่น โดย GC มีการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางน้อยกว่า 15% เทียบกับโรงกลั่นส่วนใหญ่ที่นำเข้ามากกว่า 50% ซึ่งช่วยจำกัดความผันผวนด้านอุปทานและราคา

ปัจจัยที่ 2 ได้ประโยชน์จากการหยุดชะงักของอุปทาน ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่ม middle distillates และ PX ที่ตึงตัวขึ้น จะช่วยสนับสนุนนผลประกอบการปี 2569 ของ GC ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินปรับขึ้นสู่ระดับสูงกว่า 30 ดอลลาร์/บาร์เรล ในเดือนมีนาคม เทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 18 ดอลลาร์/บาร์เรล ในปี 2568 คาดว่าปัจจัยนี้จะช่วยหนุนให้ค่าการกลั่นพื้นฐานปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 8 ดอลลาร์/บาร์เรล

ปัจจัยที่ 3 ผลประกอบฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปี 2569 หลังจากเผชิญกับผลขาดทุนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพราะการปรับโครงสร้างธุรกิจ การปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ และภาพรวมอุตสาหกรรมที่อ่อนแอ แต่คาดว่าจะเห็นผลประกอบการปี 2569 ฟื้นตัวแข็งแกร่งกว่าที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ โดยได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โรงกลั่นและปิโตรเคมี ที่ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ยังจะได้รับประโยชน์จากกำไรจากการขายหุ้นและสินทรัพย์จำนวน 2.3 พันล้านบาท ภายใต้โครงการขายสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน

นอกจากนี้ บทวิเคราะห์ บล. กสิกรไทย มองว่าด้วยลักษณะธุรกิจที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่ปิโตรเคมีระดับโลก ทำให้ PTTGC ถูกยกว่าเป็น “ตัวแทนการลงทุนเชิง Global Play” ที่สะท้อนวัฏจักรอุตสาหกรรมปิโตรเคมีโลกโดยตรงจาก 3 ปัจจัยหนุนวัฏจักรปิโตรเคมีโลก ดังนี้

GC

1. Supply Discipline
หนึ่งในปัจจัยที่กดดันอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ในช่วงที่ผ่านมา คือกำลังการผลิตใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะจากจีน ข้อมูลล่าสุดระบุว่ากำลังการผลิตโอเลฟินส์ใหม่ทั่วโลกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นภายในปี 2573 ถูกปรับลดลงเหลือ 3.6 ล้านตัน จากเดิมที่คาดไว้ 6.4 ล้านตัน สาเหตุหลักมาจากการปิดโรงงานต้นทุนสูงในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จีน และยุโรป ซึ่งการลดกำลังการผลิตดังกล่าวจะช่วยให้อุปทานตึงตัวขึ้น และอัตราการใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมดีขึ้น

2. China Policy Shift
การยกเลิกเงินคืนภาษีส่งออกของจีน ถือเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ โดยจีนเตรียมยกเลิกเงินคืนภาษีส่งออก (Tax Rebate) สำหรับปิโตรเคมีที่เคยอยู่ในช่วง 9-13% มาตรการนี้จะมีผลตั้งแต่ 1 เม.ย. 2569 ผลที่เกิดขึ้นคือต้นทุนการส่งออกของผู้ผลิตจีนเพิ่มขึ้น ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาลดลง อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่จีนจะเก็บภาษีการใช้แนฟทาในอนาคต ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง โรงงานแครกเกอร์ในจีนประมาณ 1 ใน 4 จะมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น และอาจเร่งการปิดกำลังการผลิตที่ไม่มีประสิทธิภาพ และช่วยสนับสนุนอัตรากำไรของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั่วโลก

3. Regional Balance
อีกพัฒนาการที่สำคัญคือการยกเลิกข้อจำกัด BIS ช่วยให้การส่งออกปิโตรเคมีจากจีนไปอินเดียเพิ่มขึ้น ผลกระทบที่ตามมาคืออุปทานบางส่วนถูกเปลี่ยนทิศทางไปยังอินเดีย และตลาดเอเชียเกิดการปรับสมดุลอุปสงค์และอุปทาน โดยการปรับตัวของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์นี้จะส่งผลบวกต่อความสามารถในการทำกำไรของผู้ผลิตปิโตรเคมีตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่า

เพราะฉะนั้น จึงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น PTTGC โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมราคาเป้าหมายที่ 28.70 บาทต่อหุ้น ปัจจัยหนุนสำคัญ ได้แก่ วัฏจักรอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่เริ่มปรับสมดุล การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การลดต้นทุนและเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน

บทสรุปการลงทุนจะเห็นเลยว่าการฟื้นตัวของ PTTGC ในปี 2569 ดูเหมือนจะไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่เป็นการผสมผสานระหว่างการปรับสมดุลอุปสงค์–อุปทานของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีโลก นโยบายด้านการค้าของจีนที่ลดการแข่งขันด้านราคา ตลอดจนการปรับโครงสร้างต้นทุนและงบดุลของบริษัท ทำให้ PTTGC กลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่ถูกมองว่ามีโอกาสได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของวัฏจักรอุตสาหกรรมในระยะถัดไปนั่นเอง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...