บัญชีกลางดันแต้มต่อ SMEs ประมูลงานรัฐ +20% สกัดรายใหญ่สวมสิทธิ์
บัญชีกลางดันแต้มต่อ SMEs ประมูลงานรัฐ +20% สกัดรายใหญ่สวมสิทธิ์
#ทันหุ้น บัญชีกลางเล็งชงครม.ภายในมิ.ย.นี้กำหนดให้ SMEs มีแต้มต่อในการเสนอราคาประมูลงานจัดซื้อของภาครัฐสูงกว่ารายใหญ่ถึง 20% พร้อมออกเกณฑ์ป้องกันรายใหญ่ตั้งบริษัทลูกเข้าสวมสิทธิ์
นางแพตริเซีย มงคลวานิช อธิบดีกรมบัญชีกลางเปิดเผยว่า กรมบัญชีกลาง เตรียมผลักดันให้ SMEs ไทยมีแต้มต่อกับธุรกิจขนาดใหญ่ ในการประมูลงานภาครัฐ โดยให้สามารถเสนอราคาได้สูงกว่ารายใหญ่ถึง 20%
ทั้งนี้ ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสนับสนุน SMEs ไทยให้วามารถเติบโตได้อย่างแข็วแกร่ง ภาครัฐจึงสนับสนุนให้SMEs พัฒนาศักยภาพของตนเอง ในการเข้าประมูลงานภาครัฐ โดยรัฐจะให้แต้มต่อแก่ SMEs เพื่อให้สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่มีความได้เปรียบ SMEs โดยเฉพาะการที่ธุรกิจขนาดใหญ่สามารถมีต้นทุนที่ต่ำกว่า SMEs
เธอกล่าวว่า ปัจจุบัน กรมบัญชีกลางในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการประมูลงานภาครัฐ ได้กำหนดให้SMEs มีแต้มต่อเหนือผู้ประกอบการขนาดใหญ่ 10% หมายความว่า กรณีที่ SMEs และผู้ประกอบการขนาดใหญ่ผ่านเกณฑ์คัดเลือก แต่ราคาที่ SMEs เสนออาจสูงกว่าคู่แข่งที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่เกิน10% เช่นนี้ถือว่า SMEs เป็นผู้ชนะการประมูล
นอกจากนั้น หาก SMEs รายนั้น เข้าสู่ระบบ e – tax invoice ของกรมสรรพากรด้วย กรมฯจะให้แต้มต่อเพิ่มขึ้นอีก 5% รวมเป็น 15% แต่ทั้งนี้การเข้าสู่ระบบ e-tax invoiceของกรมสรรพากร ไม่ใช่เป็นลักษณะเข้าๆออกๆ ซึ่งเช่นนี้ถือว่าผิดหลักเกณฑ์และจะไม่สามารถได้แต้มต่อเพิ่มขึ้นอีก 5%
เธอยังกล่าวอีกว่า นโยบายรัฐบาลยังต้องการส่งเสริมสินค้าที่ผลิตได้ในประเทศ หรือสินค้า Made in Thailand ดังนั้นในกรณีที่ SMEs ใช้สินค้าที่ผลิตได้ในประเทศ เป็นส่วนประกอบของงานก่อสร้าง ก็จะได้รับแต้มต่ออีก 5% รวมเป็น 20% ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้ตรวจสอบหรือverify สินค้านั้นๆว่าเข้าข่ายเป็นสินค้า Made in Thailand โดยต้องมี local content ตามที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้มาตรการส่งเสริมดังกล่าว ตกถึงมือแก่ผู้ประกอบการ SMEs อย่างแท้จริง จะมีการกำหนดคุณสมบัติของ SMEs ที่จะได้รับสิทธินี้ เพื่อป้องกันผู้ประกอบการรายใหญ่จัดตั้งบริษัทขนาดเล็กแล้วสวมรอยเข้ามาประมูลงานภาครัฐโดยได้รับแต้มต่อดังกล่าว
ทั้งนี้ สสว.และ ปปง.จะเป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติของ SMEs ที่จะได้รับแต้มต่อ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณา เช่น อาจกำหนดว่า การถือหุ้นใน SMEs โดยธุรกิจรายใหญ่ จะต้องไม่เกิน 25% หรือธุรกิจรายใหญ่ไม่สามารถเข้ามาเป็นกรรมการเกิน 1 ใน 3 เป็นต้น ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะผลักดันแพคเกจสนับสนุน SMEs ดังกล่าวให้สามารถเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ภายในมิถุนายนนี้
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สสว.และ ปปง.ได้ตรวจสอบพบว่า มี SMEs ราว 2พันราย จากทั้งหมด 7.6 หมื่นรายที่เข้าร่วมประมูลงานภาครัฐรวมมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท มีธุรกิจขนาดใหญ่เป็นผู้ถือหุ้นอยู่ด้วย