โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วิกฤตตะวันออกกลางพ่นพิษ รพ.รามาฯ ประกาศจำกัดจ่ายยาไม่เกิน 2 เดือน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี แจ้งปรับเปลี่ยนแนวทางการให้บริการทางการแพทย์ เนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยทางโรงพยาบาลมุ่งเน้นนโยบายการประหยัดทรัพยากรในทุกภาคส่วน และสนับสนุนให้ผู้ป่วยหันมาใช้ระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ผ่านแอปพลิเคชันให้มากขึ้น

พร้อมกำหนดจำกัดการจ่ายยาและเวชภัณฑ์ให้ครอบคลุมระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือน โดยผู้ป่วยที่มีนัดหมายนานกว่านั้น สามารถเลือกรับยาผ่านทางไปรษณีย์หรือมารับด้วยตนเองตามรอบใบเติมยาที่กำหนด มาตรการใหม่เหล่านี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

ในประกาศระบุไว้ว่า เรียน ผู้รับบริการโรงพยาบาลรามาธิบดี เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบให้ทุกภาคส่วนต้องประหยัดทรัพยากรในทุกรูปแบบ รวมถึงการให้บริการด้านการรักษาพยาบาล ทางโรงพยาบาลรามาธิบดี จึงมีการปรับการให้บริการ ดังนี้

  • เพิ่มสัดส่วนของบริการตรวจทางไกล (Telemedicine) โดยผู้รับบริการสามารถแจ้งความประสงค์กับหน่วยบริการของโรงพยาบาล หรือผ่าน RAMA App
  • จ่ายยาและเวชภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยนอกทุกสิทธิ์ ไม่เกิน 2 เดือน กรณีผู้ป่วยที่มีนัดมากกว่า 2 เดือน จะออกใบเติมยา โดยรับยาได้ทั้งทางไปรษณีย์หรือมารับด้วยตนเอง

ขณะที่ นพ. สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กำชับเรื่องความมั่นคงทางยาและเวชภัณฑ์เพื่อไม่ให้กระทบต่อการบริการประชาชน โดยมอบหมายให้ อย. ติดตามดูแลระบบสำรองยาและเวชภัณฑ์ทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด

ล่าสุด อย. รายงานว่า วัตถุดิบและยาสำเร็จรูป รวมถึงเวชภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับช่วยชีวิต การผ่าตัดและฉุกเฉิน ยังไม่มีปัญหาขาดแคลน และมีปริมาณสำรองเพียงพอใช้อย่างน้อย 3 เดือน โดยได้จัดทำกรอบรายการยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น 63 รายการ ตามลำดับความสำคัญ เพื่อติดตามปริมาณคงคลังทุกสัปดาห์

พร้อมหาแหล่งวัตถุดิบยาและเวชภัณฑ์สำรองเพิ่มเติม เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งผลิตในพื้นที่ขัดแย้ง ทบทวนการกำหนดราคากลางยาจากการที่ต้นทุนราคายาเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งพิจารณาการใช้ภาชนะบรรจุชนิดอื่นทดแทนพลาสติก หรือหาวิธีฆ่าเชื้อ หากจำเป็นต้องใช้ภาชนะบรรจุซ้ำ เนื่องจากแหล่งผลิตวัตถุดิบพลาสติกส่วนใหญ่อยู่ในตะวันออกกลาง และอำนวยความสะดวกในการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น

ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือหน่วยบริการทุกแห่ง ไม่สั่งซื้อยาและเวชภัณฑ์เกินความจำเป็น และเร่งชำระหนี้เวชภัณฑ์ค้างจ่าย เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินในระบบ

นพ. สมฤกษ์ กล่าวว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนานจนส่งผลต่อยาแผนปัจจุบัน ให้พิจารณาใช้ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร 32 รายการทดแทน ซึ่งครอบคลุมในหลายกลุ่มอาการ เช่น กลุ่มอาการไข้หวัด (ฟ้าทะลายโจร/มะขามป้อม) กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ (เถาวัลย์เปรียง/ครีมไพล) กลุ่มอาการชาจากอัมพฤกษ์-อัมพาต (น้ำมันกัญชา/ตำรับยาทำลายพระสุเมรุ) และกลุ่มอาการนอนไม่หลับ (น้ำมันกัญชา/ศุขไสยาศน์) เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...