โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ปชน.โวย ‘ปธ.สภา’ ชิงปิดประชุมหนี อดเสนอญัตติด่วน ‘แก้ไขวิกฤตน้ำมัน’‘รังสิมันต์’ ซัดพูดแล้วไม่ทำ

The Reporters

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 07.55 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 07.55 น.

วันนี้ (19 มี.ค. 69) เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกฯ ว่ารู้สึกเสียดายบรรยากาศการประชุม เนื่องจากช่วงเช้ามีการหารือผ่านกลไกทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ซึ่งหลายภาคส่วนตอบรับและสนับสนุนให้เสนอญัตติด่วนเพื่อหาแนวทางแก้ไขวิกฤตน้ำมันแพง

หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยว่า ก่อนนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะสั่งปิดการประชุม มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลุกขึ้นหารือเพื่อขอเสนอญัตติ ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรรับปากว่าจะเปิดโอกาสให้เสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมหลังจากเสร็จสิ้นวาระโหวตเลือกนายกฯ แต่ปรากฏว่าทันทีที่ขานผลคะแนนแล้วเสร็จ ประธานสภาผู้แทนราษฎรกลับสั่งปิดการประชุมทันที ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรควรใช้เวลาพิจารณาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเรื่องวิกฤตพลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของพรรครัฐบาลว่าต้องการหนีการตรวจสอบหรือไม่ เนื่องจากวิกฤตพลังงานอาจมีส่วนพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชัน

ด้าน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า แม้การโหวตเลือกนายกฯ จะเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วในช่วงบ่าย และทั้งฝ่ายค้านรวมถึงรัฐบาลตอบรับความพร้อมในการนำเสนอญัตติด่วนเรื่องวิกฤตน้ำมันเพื่อส่งต่อเป็นข้อเสนอให้รัฐบาลพิจารณา แต่กลับเกิดเหตุการณ์ชิงปิดสภาหนีทั้งที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรรับปากจะให้หารือต่อ พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนว่าสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ยืนเคียงข้างเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยที่กำลังเดือดร้อนแสนสาหัส จึงรู้สึกผิดหวังและแปลกใจกับการทำงานตั้งแต่วันแรกของรัฐสภาชุดนี้

รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า พรรคเตรียมข้อเสนออย่างเป็นระบบเพื่อให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติทันที ได้แก่ การปลดล็อกให้รถขนส่งน้ำมันเข้าพื้นที่ได้อย่างเสรี ซึ่งกระทรวงมหาดไทยสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดไปแล้วแต่ต้องติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด ประเด็นสำคัญคือการที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ภายใต้การนำของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประกาศตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่โรงกลั่น ผู้ค้าน้ำมันคนกลาง (Jobber) ผู้ค้าส่ง และตัวแทนสถานีบริการ เพื่อค้นหาต้นตอที่ทำให้น้ำมันไปไม่ถึงมือประชาชนจนเกิดภาวะขาดแคลนหน้าสถานีบริการ ซึ่งสังคมต้องจับตาว่ารัฐบาลจะสามารถหาจุดโหว่และลงโทษผู้กระทำผิดได้หรือไม่ หากไม่สามารถหาข้อสรุปได้ย่อมเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนตั้งแต่วันแรกท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ปั่นป่วน

นายวีระยุทธ เน้นย้ำความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด โดยการจัดหาน้ำมันต้องครอบคลุมถึงเกษตรกร ชาวนา ชาวประมง ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางและเป็นต้นทางของระบบโลจิสติกส์ที่อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงราคาสินค้าปลายทาง

เมื่อสอบถามกรณีรัฐบาลดึงวาระการประชุมจากทำเนียบรัฐบาลมาจัดที่สภาผู้แทนราษฎร และฝ่ายค้านได้ขอเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ตอบว่าพื้นที่เหมาะสมที่สุดคือห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากประชาชนทั่วประเทศสามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้และสมาชิกมีเอกสิทธิ์คุ้มครองการอภิปราย รัฐบาลจึงไม่ควรใช้ข้ออ้างเรื่องการมีคณะกรรมการชุดอื่นมาปิดกั้นการพิจารณาญัตติในสภา แม้พรรคประชาชนจะไม่ปฏิเสธหากได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการชุดดังกล่าวก็ตาม

ด้านนายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า ไม่เข้าใจเจตนาการปิดประชุมอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมดังกล่าวคือการไม่รักษาสัจจะและพูดแล้วไม่ทำ ทั้งที่ตนเองพยายามซักถามย้ำถึงการเปิดพื้นที่หารือเรื่องนี้ หากฝ่ายรัฐบาลมองว่ามีอุปสรรค พรรคประชาชนพร้อมเจรจา แต่ไม่ใช่การปิดหนีแบบดื้อรั้น ประธานสภาผู้แทนราษฎรอ้างเพียงว่าบรรยากาศไม่ค่อยดี ซึ่งตนมองว่าเมื่อได้นายกฯ แล้ว สภาผู้แทนราษฎรควรเปิดใจรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากผู้แทนหลากหลายพื้นที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน การเริ่มต้นเช่นนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ดีและน่าวิตกกังวลอย่างยิ่งหากรัฐบาลมีเจตจำนงบริหารประเทศด้วยแนวทางลักษณะนี้

นายวีระยุทธ กล่าวเสริมทิ้งท้ายว่า ไม่อยากให้การพิจารณาญัตติถูกเลื่อนออกไปจนถึงสัปดาห์หน้า เพราะแต่ละวันที่ประชาชนไม่มีน้ำมันหมายถึงการสูญเสียโอกาสในการทำมาหากิน และสถานการณ์อาจรุนแรงขึ้น รัฐบาลควรจัดทำระบบข้อมูลเปิด (Dashboard) แบบเรียลไทม์เพื่อให้ประชาชนทราบสถานะปริมาณน้ำมันของแต่ละสถานีบริการ ซึ่งปัจจุบันภาคเอกชนริเริ่มดำเนินการแล้ว รัฐบาลในฐานะผู้มีอำนาจควรเร่งรวบรวมข้อมูลเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน การปล่อยให้ประชาชนรอคิวเติมน้ำมัน 3 ถึง 5 ชั่วโมงถือเป็นต้นทุนชีวิตที่สูญเปล่า การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสจะช่วยตรวจสอบจุดบกพร่องในระบบโลจิสติกส์ หลังจากโรงกลั่นยืนยันว่าปล่อยน้ำมันสำรองออกสู่ตลาดทั้งหมดแล้วแต่น้ำมันกลับเดินทางไม่ถึงหน้าสถานีบริการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...