เตรียมวุ่น! ผู้ผลิตสุดอั้น ต้นทุนพุ่ง คาดปรับราคาสินค้า เริ่ม เม.ย.นี้
ผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ ร่อนหนังสือถึงห้าง ร้านค้า เริ่มแบกต้นทุนไม่ไหว จ่อปรับราคาสินค้าจากพิษน้ำมัน พลาสติกขาด คาดเริ่ม เม.ย.นี้ กรมการค้าภายใน เรียกประชุมด่วน กล่อมตรึงราคา สต๊อกเก่าห้ามขึ้นถึง เม.ย. หลังจากน้้นรอประเมินอีกครั้ง พร้อมเชื่อมโยง แก้พลาสติกขาดตลาด ส่วนผลตรวจสอบร้านค้า ปั๊ม เจอทำผิด 5 ราย ย้ำไข่ไก่ อาหารสดขึ้นราคาตอนนี้ เป็นไปตามฤดูกาล ไม่ใช่จากน้ำมัน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ในประเทศหลายราย เช่น บริษัท ยูนิมีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน), บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เป็นต้น ได้ทำหนังสือแจ้งลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ประกอบการห้างขายปลีก ขายส่ง ห้างสรรพสินค้า ว่า ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ที่ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ส่งผลให้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบที่มีราคาสูงขึ้น รวมถึงค่าขนส่ง และค่าบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคทุกกลุ่มที่บริษัทเหล่านี้ผลิต โดยคาดว่าผลกระทบจะเริ่มตั้งแต่เดือน เม.ย.2569 เป็นต้นไป จึงอาจต้องปรับขึ้นราคาจำหน่ายตั้งแต่เดือน เม.ย.นี้
ทั้งนี้ บางบริษัท อาจมีข้อจำกัดในการผลิตและจัดส่งสินค้า ทำให้ปริมาณสินค้าที่พร้อมจำหน่ายลดลงจากปกติ จึงขอให้ห้างร้าน ซัปพลายเออร์ต่าง ๆ วางแผนบริหารจัดการสต๊อกล่วงหน้าให้ดี
ล่าสุด นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเรียกผู้ผลิตสินค้ารายสำคัญกว่า 10 ราย มาประชุมด่วน เพื่อรับฟังปัญหาและชี้แจงถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยผู้ผลิตทุกรายยืนยันว่าจะยังไม่มีการขึ้นราคาสินค้าในช่วงนี้ ส่วนหนังสือที่ส่งไปแจ้งให้กับผู้ค้านั้น เพื่อให้เตรียมปรับตัวล่วงหน้ารับสถานการณ์ ซึ่งกรมการค้าภายในได้ย้ำว่า ในส่วนต้นทุนผลิตสินค้าสต๊อกเก่าจะต้องตรึงราคา และไม่ปรับขึ้นอย่างน้อยไปจนถึงเดือน เม.ย.2569 หลังจากนั้นจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง
นอกจากนี้ ได้รับฟังปัญหาต้นทุนการผลิตจากเอกชน โดยเฉพาะเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตบรรจุภัณฑ์ ที่กังวลว่าอาจจะขาดแคลนและราคาสูงจนทำให้กระทบต่อราคาสินค้าปลายทางอีกหลายชนิด โดยจะเข้าไปตรวจสอบวัตถุดิบพลาสติกทุกช่วง พร้อมกับหาแนวทางการเชื่อมโยงแหล่งวัตถุดิบให้ผู้ผลิตมีเพียงพอและราคาเหมาะสม รวมถึงวัตถุดิบผลิตสินค้าอื่น ๆ ด้วย
นางศุภจีกล่าวว่า ได้หารือกับผู้ผลิตถึงแนวทางจัดทำสินค้าราคาพิเศษในหมวดของใช้จำเป็น เพื่อส่งให้ผู้ค้าปลีกและค้าส่งทั่วประเทศ นำไปกระจายสู่ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ตลอดจนจัดทำโครงการธงฟ้าราคาประหยัด ช่วยดูแลค่าครองชีพ จัดธงเขียว ดูแลราคาปุ๋ยและปัจจัยเกษตรให้กับเกษตรกร ส่วนวัตถุดิบนำเข้าต่าง ๆ ได้เร่งเจรจาเพื่อหาแหล่งนำเข้าอื่นทดแทน เพื่อให้ผู้ผลิตยังสามารถผลิตสินค้าได้ และไม่เกิดปัญหาสินค้าขาดแคลนในประเทศ
อย่างไรก็ตาม สำหรับสินค้าควบคุม 8 รายการ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช อาหารสัตว์ หากจะปรับราคา ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อน และจะพิจารณาโครงสร้างต้นทุนก่อนการอนุญาตให้ปรับขึ้นราคา แต่ขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขอปรับราคา
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ช่วงเดือนมี.ค.2569 เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่รวมทั้งสิ้น 1,500 แห่ง แบ่งเป็นสถานีบริการน้ำมัน 538 แห่ง ร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมี 224 แห่ง และตลาด รวมถึงร้านค้าปลีก-ค้าส่ง 223 แห่ง ผลการตรวจสอบพบการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 จำนวน 5 ราย ในสถานีบริการน้ำมันท้องถิ่นขนาดเล็กใน 4 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สระแก้ว นครพนม และเชียงราย และร้านค้าปลีกที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคา โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 28 และเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายแล้ว ส่วนราคาสินค้าบางรายการ เช่น ไข่ไก่ อาหารสด เป็นการปรับขึ้นราคาตามฤดูกาล เพราะเริ่มเข้าสู่หน้าร้อน แต่ยังไม่พบการปรับราคาที่ผิดปกติเกินกว่าโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริง
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO